Page 210 - รายงานการศึกษาวิจัย เรื่อง การมีส่วนร่วมของประชาชนในการกำหนดแนวเขตที่ดินของรัฐ
P. 210
๗. ควรแก้ไขกฎหมาย ในกรณีที่พบว่า มีการละเมิดสิทธิมนุษยชน โดยคณะกรรมการสิทธิมนุษยชน
แห่งชาติตรวจสอบแล้ว มีการละเมิดสิทธิมนุษยชนจริง หากหน่วยงานรัฐไม่ดำาเนินการแก้ไขภายในระยะ
เวลาอันสมควร ตามมาตรา ๒๙ มาตรา ๓๐ และมาตรา ๓๑ แห่งพระราชบัญญัติคณะกรรมการ
สิทธิมนุษยชนแห่งชาติ พ.ศ.๒๕๔๒ ประชาชนหรือชุมชนผู้ได้รับผลกระทบ มีอำานาจที่จะฟ้องเรียกร้อง
ค่าเสียหายค่าชดเชยจากกรณีที่โดนละเมิดสิทธิได้ ซึ่งในกรณีนี้จะช่วยทำาให้หน่วยงานของรัฐเร่งรัด
ที่จะแก้ไขปัญหาให้กับประชาชน โดยเฉพาะในเรื่องแนวเขตที่ได้ดำาเนินการผิดพลาดไป โดยศาลจะเป็น
ผู้พิพากษาในเรื่องของค่าเสียหายหรือค่าชดเชยที่ประชาชนจะได้รับการเยียวยา หรือสั่งการให้หน่วยงาน
แก้ไขโดยวิธีการอื่นควบคู่ไปด้วย
นอกจากนี้ ควรให้มีการแก้ไขปัญหาการทับซ้อนที่ดินของรัฐอย่างเร่งด่วนเป็นกรณีเฉพาะ ได้แก่
กรณีที่เคยมีมติคณะรัฐมนตรี หรือมติข้อตกลงร่วมกันแล้ว หรือเกิดการผิดพลาดในการจัดทำาแผนที่
หรือกรณีที่เป็นปัญหาเรื้อรังยาวนานกระทบต่อประชาชนจำานวนมาก เช่น กรณีอุทยานแห่งชาติทับลาน
อำาเภอวังนำ้าเขียว จังหวัดนครราชสีมา กรณีอุทยานแห่งชาติใต้ร่มเย็น จังหวัดสุราษฎร์ธานี กรณีอุทยาน
แห่งชาติศรีนครินทร์ อำาเภอศรีสวัสดิ์ จังหวัดกาญจนบุรี และกรณีการกำาหนดแนวเขตหวงห้ามที่ดิน
และหนังสือสำาคัญสำาหรับที่หลวงพื้นที่หนองหาร จังหวัดสกลนคร รวมถึงการทบทวนการจำาแนกเขต
ที่ดินที่จำาแนกเป็นโซน E1 ที่เป็นพื้นที่ทำากินมาก่อน ให้สามารถนำาไปออกเอกสารสิทธิตามพระราชบัญญัติ
การปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรมได้ เช่น กรณีบ้านตากแดด ตำาบลยางหัก อำาเภอปากท่อ จังหวัดราชบุรี
เป็นต้น
๘. รัฐต้องกำาหนดแผน และเป้าหมายกับการแก้ไขปัญหาการบุกรุกพื้นที่สงวนหวงห้ามของรัฐ
โดยกำาหนดมาตรการ งบประมาณ และผู้รับผิดชอบอย่างชัดเจนเพื่อกำาหนดให้เป็นมาตรฐานอย่าง
เดียวกัน
ในกรณีผู้ยากจนหรือผู้ด้อยโอกาสถูกจับกุม ควรมีกองทุนหรือหน่วยงานที่ให้การช่วยเหลือใน
การประกันตัวและเร่งรัดให้มีการพิจารณาคดีให้เร็ว ทั้งมิให้กระทบกับการทำากินเพื่อเลี้ยงชีพ โดยให้
หน่วยงานที่มีหน้าที่ช่วยเหลือด้านที่ดินทำากินรับไปช่วยเหลือโดยด่วนต่อไป
สำาหรับหน่วยงานที่รับผิดชอบเรื่องดูแลป่าไม้ อุทยานแห่งชาติ เขตอนุรักษ์ต่างๆ ควรให้ชุมชน
หรือหน่วยงานระดับท้องถิ่นมีอำานาจในการดูแลรักษาแนวเขต เพื่อให้คนในท้องถิ่นหรือชุมชน มีสำานึก
ในเรื่องของส่วนรวม และคานอำานาจกันระหว่างรัฐกับท้องถิ่นหรือชุมชน ซึ่งนอกจากจะทำาให้ประชาชน
ทราบพื้นที่ของแนวเขตหวงห้ามโดยแพร่หลายแล้ว จะได้ร่วมมือกันดูแลอย่างใกล้ชิดตลอดเวลาได้
๙. สมควรที่จะมีศาลเพื่อพิจารณาเกี่ยวกับเรื่องที่ดินของรัฐขึ้นโดยเฉพาะ จะได้ทราบปัญหาลึกซึ้ง
และหาช่องทางในลักษณะประนีประนอม เพื่อแก้ไขปัญหาร่วมกัน ระหว่างหน่วยงานของรัฐกับประชาชน
ให้เกิดผลดีที่สุด ทั้งเพื่อให้เกิดความเป็นมาตรฐานในการสอบสวน การฟ้องร้องและการดำาเนินคดีเกี่ยวกับ
กรณีที่ดินของรัฐ ในกรณีพื้นที่เพื่อการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ ซึ่งมีความแตกต่างกันทางด้านความคิด
ธรรมเนียมประเพณีในพื้นที่แต่ละภาค
ดังนั้น เพื่อให้มีความรวดเร็วและเป็นธรรมต่อเกษตรกรผู้ยากจนที่ได้รับผลกระทบเกี่ยวกับสิทธิ
ในที่ดินตามการประกาศพื้นที่สงวนหวงห้ามของรัฐ และทำาให้ประชาชนที่อยู่อาศัยทำาประโยชน์ในพื้นที่
การมีส่วนร่วมของประชาชนในการกำาหนดแนวเขตที่ดินของรัฐ 209

