Page 212 - รายงานการศึกษาวิจัย เรื่อง การมีส่วนร่วมของประชาชนในการกำหนดแนวเขตที่ดินของรัฐ
P. 212
สามารถวิเคราะห์ถึงสภาพปัญหา แนวทางในการปฏิบัติของการมีส่วนร่วมของประชาชนในการ
กำาหนดแนวเขตที่ดินของรัฐได้ ๘ ประเด็น คือ
๑. การมีส่วนร่วมของประชาชนไม่ก้าวหน้า และไม่มีความสัมพันธ์กันของการมีส่วนร่วม ข้อมูล
ข่าวสาร และการกระจายอำานาจ
๒. การกำาหนดแนวเขตที่ดินของรัฐและมีการทับซ้อนกันระหว่างหน่วยงาน ประชาชนผู้ได้รับ
ผลกระทบจากการจัดทำาแนวเขตไม่ทราบข้อมูล หน่วยงานที่เกี่ยวข้องก็ยังไม่ได้มีการแก้ไข ทั้งยังมีความล่าช้า
๓. การพิจารณาออกกฎกระทรวง หรือพระราชกฤษฎีกา มีความล่าช้า เกิดความผิดพลาด
ไม่เป็นไปตามข้อเท็จจริงในพื้นที่ที่กำาหนดในรูปแผนที่
๔. ประชาชนที่อยู่ในพื้นที่ที่ถูกกำาหนดแนวเขตพื้นที่สงวนหวงห้ามของรัฐ ต้องเป็นผู้กระทำาผิด
ตามกฎหมาย วิถีชีวิตที่เปลี่ยนไป กระทบสิทธิของประชาชน ละเมิดสิทธิมนุษยชน และไม่มีหน่วยงาน
ใดเข้ามารับผิดชอบต่อสิ่งที่เกิดขึ้น
๕. การจำาแนกที่ดิน และการกำาหนดแนวเขตที่ดินเพื่อการพัฒนาประเทศและการอนุรักษ์
ทรัพยากรธรรมชาติที่ผ่านมาเป็นการดำาเนินการที่ล้าสมัย และไม่เป็นไปตามข้อเท็จจริงตามความ
เหมาะสมในการใช้ประโยชน์ตามศักยภาพของพื้นที่
๖. รัฐไม่มีการสร้างความเข้าใจกับประชาชน ในด้านการอนุรักษ์อย่างถูกวิธี และกำาหนดวิธีการ
ในการอยู่กับพื้นที่ควรสงวนรักษาอย่างยิ่ง ทำาให้ขาดการมีส่วนร่วมของประชาชนในการอนุรักษ์
ทรัพยากรธรรมชาติในพื้นที่ที่มีผลกระทบกับระบบนิเวศ
๗. การกำาหนดแนวเขตที่ดินของรัฐที่เกิดการทับซ้อนที่ดินของประชาชนและทำาให้ประชาชน
เหล่านั้นเป็นผู้ที่ผิดกฎหมาย ถูกจับกุมดำาเนินคดีตามที่กฎหมายกำาหนด มีการเลือกปฏิบัติ มีการปล่อยปละ
ละเลยต่อผู้กระทำาความผิด มีการดำาเนินการทางคดีกับผู้ด้อยโอกาสและยากจนมากกว่าผู้มีอิทธิพล
กระบวนการยุติธรรมใช้ระยะเวลานาน
๘. ปัญหาแนวเขตที่ดินของรัฐ พบว่า ผลจากการกำาหนดแนวเขตพื้นที่สงวนหวงห้ามของรัฐ โดยที่
มิได้ให้ประชาชนหรือผู้มีส่วนได้ส่วนเสียเข้าไปมีส่วนร่วมในการดำาเนินงาน ทำาให้เกิดปัญหากระทบ
สิทธิของประชาชนในด้านที่ดินทำากินและที่อยู่อาศัย มีข้อโต้แย้งอันเนื่องมาจากประชาชนไม่ทราบข้อมูล
และข้อเท็จจริงของหน่วยงานของรัฐที่กำาหนด หน่วยงานของรัฐไม่ทราบถึงความไม่พอใจของประชาชน
และไม่มีการเร่งรัดแก้ไขปัญหา
จึงเห็นได้ว่า หากได้ดำาเนินการกำาหนดแนวเขตพื้นที่สงวนหวงห้ามของรัฐ หรือกรณีแก้ไขปัญหา
ที่เกิดขึ้นจากการกำาหนดแนวเขตไว้แล้ว ให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมในทุกขั้นตอนในการกำาหนดแนว
เขตหรือในการแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น จะทำาให้รัฐและประชาชนได้ทราบข้อมูลข้อเท็จจริง นำามาประกอบ
การตัดสินใจได้อย่างถูกต้องเป็นไปในทิศทางเดียวกัน ทำาให้มีการยอมรับไม่มีข้อโต้แย้ง ส่งผลให้ไม่ต้องมี
การให้แก้ไขปัญหากันอีกในอนาคต
คณะผู้วิจัยจึงได้มีข้อเสนอแนะในการปฏิบัติถึงแนวทางการมีส่วนร่วมของประชาชนในการกำาหนด
แนวเขตที่ดินของรัฐ ดังนี้
การมีส่วนร่วมของประชาชนในการกำาหนดแนวเขตที่ดินของรัฐ 211

