Page 208 - รายงานการศึกษาวิจัย เรื่อง การมีส่วนร่วมของประชาชนในการกำหนดแนวเขตที่ดินของรัฐ
P. 208

ตามระเบียบสำานักนายกรัฐมนตรี ว่าด้วยมาตรฐานระวางแผนที่ และแผนที่รูปแปลงที่ดินของรัฐ พ.ศ.๒๕๕๐
                 เท่านั้น

                               (๔) เจ้าหน้าที่ส่วนกลาง หรือส่วนภูมิภาค หรือเขตจะต้องประสานงานกับคณะทำางาน
                 จัดทำาแนวเขตโดยใกล้ชิดในทุกขั้นตอน


                               (๕) คณะทำางานจัดทำาแนวเขต สามารถเข้าตรวจสอบการทำางานของเจ้าหน้าที่จัดทำา
                 แนวเขตได้ในทุกขั้นตอนตลอดเวลา และในการดำาเนินการทุกขั้นตอนต้องมีการเปิดเผยข้อมูลให้คณะทำางาน

                 ในระดับท้องถิ่น ได้แก่ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น กำานัน ผู้ใหญ่บ้าน และภาคประชาชนทราบทุกขั้นตอน

                               (๖) เมื่อการดำาเนินการเกี่ยวกับแผนที่ขอบเขตที่ดินเสร็จสิ้นแล้ว คณะทำางานจัดทำา
                 แนวเขต และเจ้าหน้าที่จะต้องรับผิดชอบชี้แจงให้ข้อมูลกับประชาชนหรือสื่อสาธารณะ (ประชาสัมพันธ์)

                 เพื่อให้เกิดผลสัมฤทธิ์

                       ๒. ด้วยเหตุที่ประเทศไทยมีจำานวนประชากรจำานวนมากถึง ๖๕.๙ ล้านคน (ปี พ.ศ.๒๕๕๓)
                 มีกิจกรรมที่ดำาเนินการบนที่ดินของประเทศแบ่งออกเป็น ทางด้านการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและ

                 สิ่งแวดล้อม และทางด้านเศรษฐกิจและสังคม เช่น สาธารณประโยชน์ อุตสาหกรรม พาณิชยกรรม

                 ท่องเที่ยว เกษตรกรรม และที่อยู่อาศัย มีการบุกรุกที่ดินทำากินโดยผิดกฎหมายในที่ดินสงวนหวงห้าม
                 ของรัฐ ทั้งในเขตป่าสงวนแห่งชาติ อุทยานแห่งชาติ และที่สาธารณประโยชน์อื่นๆ เป็นจำานวนมาก การใช้
                 กฎหมายที่มีอยู่ในปัจจุบันดำาเนินการกับประชาชนที่บุกรุกไม่มีทางที่จะแก้ไขปัญหาได้ เพราะระบบการ

                 บริหารจัดการเรื่องที่ดินผิดพลาดในอดีต และการจำาแนกประเภทที่ดินที่ล้าสมัย ทั้งขาดการควบคุมโดย

                 เคร่งครัด และยังมีการเลือกปฏิบัติที่กระทำาเฉพาะกับผู้ด้อยโอกาส โดยเฉพาะกรณีการให้ความยุติธรรม
                 ภายใต้กรอบกฎหมาย จึงเห็นว่า รัฐควรจัดทำาแนวเขตใหม่ด้วยเทคโนโลยีรูปแบบใหม่ในการจัดทำา
                 แนวเขตซึ่งมีทั้งภาพถ่ายทางอากาศ หรือใช้ภาพถ่ายจากดาวเทียมจะสามารถแก้ไขปัญหาการบุกรุก

                 รายใหม่ได้ และรัฐควรกำาหนดเขตการใช้ประโยชน์ในที่ดินหรือจำาแนกพื้นที่กันใหม่ โดยจำาแนกประเภท

                 การใช้ประโยชน์ในที่ดินใหม่ให้ทันสมัย และให้สามารถเปลี่ยนแปลงไปตามสภาพความเจริญของ
                 บ้านเมืองได้

                       ปัจจุบันควรมีการปรับปรุงจำาแนกการใช้ที่ดินกันใหม่ตามการเพิ่มขึ้นของประชากร วิถีชีวิต อาชีพ
                 และความเป็นอยู่ของประชาชนที่มีความจำาเป็นจากการใช้ประโยชน์ในที่ดินตามความเป็นจริง และในปัจจุบัน

                 มีวิทยาการในการบริหารจัดการใช้ประโยชน์จากที่ดินมากขึ้น ทั้งยังมีภาพถ่ายทางอากาศ ภาพถ่ายจาก
                 ดาวเทียม ที่สามารถให้ข้อมูลในการใช้ประโยชน์ในที่ดิน อีกทั้งมีการประกอบอาชีพใหม่ๆ เกิดขึ้น ไม่ว่า

                 จะเป็นการอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว การพาณิชยกรรม เพื่อประโยชน์ทางด้านเศรษฐกิจ สังคม วัฒนธรรม
                 เทคโนโลยี และการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติอย่างมีประสิทธิภาพ การจำาแนกที่ดินควรดำาเนินการในระดับ

                 จังหวัดตามประเภทของกิจการที่ใช้ประโยชน์ โดยแยกรายละเอียดข้อเท็จจริงตามที่เป็นจริงในปัจจุบัน
                 ความเหมาะสมในการใช้ประโยชน์ตามศักยภาพของที่ดิน และให้คำานึงถึงการใช้ที่ดินในอนาคตด้วย

                 ควรให้มีคณะทำางานในระดับจังหวัดและในระดับพื้นที่เป็นผู้รับผิดชอบดำาเนินการ

                       สำาหรับการกำาหนดขอบเขตพื้นที่สงวนหวงห้ามของรัฐในอดีตที่ไม่เป็นไปตามข้อเท็จจริง โดยกำาหนด
                 เอาพื้นที่ที่ประชาชนใช้ประโยชน์หรือถือครองรวมเข้าไปด้วยนั้น ควรจะดำาเนินการสำารวจตรวจสอบพื้นที่




                                                                การมีส่วนร่วมของประชาชนในการกำาหนดแนวเขตที่ดินของรัฐ  207
   203   204   205   206   207   208   209   210   211   212   213