Page 204 - รายงานการศึกษาวิจัย เรื่อง การมีส่วนร่วมของประชาชนในการกำหนดแนวเขตที่ดินของรัฐ
P. 204

และต้องเพิกถอนสิทธิในบางแปลง ส่งผลกระทบต่อเกษตรกรเหล่านี้ เป็นปัญหาที่มีความซับซ้อนที่รัฐ

                 จะต้องคำานึงถึงและนำามาพิจารณาในการแก้ไขปัญหา ต่อไป นอกจากปัญหา ทับซ้อนในเรื่องแนวเขตแล้ว
                 ยังมีเงื่อนไขด้านประชากรที่เพิ่มขึ้นที่รัฐต้องปรับแนวคิดในการแก้กฎหมายเกี่ยวกับป่าไม้ที่ไม่สอดคล้อง
                 กับสถานการณ์ปัจจุบัน


                         (๗) คำาร้องที่ ๕๙๒/๒๕๕๕ กรณีปัญหาที่ดินมีหนังสือสำาคัญสำาหรับที่หลวงทับที่ตั้งชุมชนและ

                 ที่ดินทำากิน พื้นที่ตำาบลหนองหาร อำาเภอเมือง จังหวัดสกลนคร

                               ปัญหา : รัฐประกาศพระราชกฤษฎีกากำาหนดเขตหวงห้ามที่ดินในท้องที่อำาเภอเมือง

                 สกลนคร จังหวัดสกลนคร พ.ศ.๒๔๘๔ ทับซ้อนพื้นที่ชุมชนเก่าแก่ ซึ่งตั้งถิ่นฐานมาก่อนพระราชกฤษฎีกา
                 กำาหนดเขตหวงห้ามที่ดินฯ


                               วิเคราะห์ได้ว่า : พื้นที่หนองหารยังมีปัญหาการออกเอกสารสิทธิไม่ชอบด้วยกฎหมาย

                 ในเขตพื้นที่หนังสือสำาคัญสำาหรับที่หลวง แต่ที่ดินที่ประชาชนถือครองและใช้ประโยชน์มีมาก่อนแต่ไม่ได้รับ
                 เอกสารสิทธิ ทำาให้ประชาชนไม่ได้รับความเป็นธรรม การกำาหนดเขตที่ดินของรัฐที่ผ่านมาประชาชนไม่มี

                 ส่วนร่วมในการกันพื้นที่ทำากินและที่ตั้งชุมชนออกจากแนวเขตที่ดินของรัฐ ในขณะที่จำานวนประชากร
                 ก็ขยายตัวเพิ่มมากขึ้น ประกอบกับไม่สามารถชี้แนวเขตพระราชกฤษฎีกากำาหนดเขตหวงห้ามได้ ทำาให้

                 ประชาชนจำานวนมากเสียสิทธิในการออกเอกสารสิทธิในที่ดิน

                       นอกจากนี้ ได้มีการสำารวจความคิดเห็นของประชาชนโดยใช้แบบสอบถามเป็นการสำารวจข้อมูลการ

                 มีส่วนร่วมของประชาชนในการกำาหนดแนวเขตที่ดินรัฐ เนื่องจากการสำารวจต้องการทราบถึงข้อคิดเห็น
                 และข้อเสนอแนะของประชาชนที่ประสบปัญหาในพื้นที่กรณีศึกษาทั้ง ๗ แห่ง ดังกล่าวมาแล้วข้างต้น

                 โดยครอบคลุมพื้นที่บางส่วนใน ๘ จังหวัด ได้แก่ กาญจนบุรี ราชบุรี นครราชสีมา สกลนคร ลำาปาง

                 สุราษฎร์ธานี พัทลุง และนครศรีธรรมราช จากจำานวนผู้เข้าร่วมประชุม จำานวน ๓๕๐ ราย มีจำานวน
                 ผู้ตอบแบบสอบถามรวมทั้งสิ้น ๑๒๙ ราย ผลการตอบแบบสอบถามสรุปได้ ดังนี้

                       ประเด็นความรู้ ความเข้าใจของประชาชนเกี่ยวกับการมีส่วนร่วมของชุมชนในการกำาหนดแนวเขต

                 ที่ดินรัฐ พบว่าประชาชนส่วนใหญ่ถึงร้อยละ ๖๐.๕ มีความรู้ ความเข้าใจในระดับมากถึงมากที่สุด
                 ที่หน่วยงานของรัฐต้องเข้ามารับฟังความคิดเห็นของประชาชนที่ได้รับผลกระทบหรืออาจได้รับผลกระทบ

                 ต่อการดำาเนินงานของรัฐ และประชาชนส่วนใหญ่ร้อยละ ๔๔.๒ มีความรู้ ความเข้าใจ ในระดับที่มากที่ให้

                 ชุมชนท้องถิ่นมีส่วนร่วมในการจัดการและใช้ประโยชน์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม แต่ในเรื่องที่
                 หน่วยงานของรัฐได้เข้ามาประชาสัมพันธ์ ชี้แจง และรับฟังความคิดเห็นของประชาชนก่อนการกำาหนด

                 แนวเขตที่ดินรัฐนั้น ประชาชนส่วนใหญ่คิดว่ายังมีส่วนร่วมในระดับที่น้อยมากจนถึงปานกลาง (ร้อยละ ๗๒.๙๐)
                 แสดงให้เห็นว่าหน่วยงานภาครัฐมีการประชาสัมพันธ์ ชี้แจงข้อมูลข่าวสาร รวมทั้งเปิดโอกาสให้ประชาชน

                 ได้มีส่วนร่วมแสดงความคิดเห็นยังไม่ทั่วถึง ซึ่งสอดคล้องกับคำาถามข้อที่สี่ ในเรื่องการมีส่วนร่วมของ
                 ประชาชนในการแสดงความคิดเห็น และให้ข้อเสนอแนะในการรับฟังความคิดเห็นของหน่วยงานรัฐที่

                 ผลการสำารวจของประชาชนส่วนใหญ่อยู่ในระดับปานกลาง (ร้อยละ ๓๓.๐) จึงเห็นว่าประชาชนส่วนมาก





                                                                การมีส่วนร่วมของประชาชนในการกำาหนดแนวเขตที่ดินของรัฐ  203
   199   200   201   202   203   204   205   206   207   208   209