Page 106 - รายงานการศึกษาวิจัย เรื่อง การมีส่วนร่วมของประชาชนในการกำหนดแนวเขตที่ดินของรัฐ
P. 106

๓.๓    ผลตามกฎหมายที่ท�าให้เกิดปัญหาในการปฏิบัติ



                         จากข้อมูลการกำาหนดพื้นที่สำาหรับกิจการของรัฐ ซึ่งได้จำาแนกออกเป็น ๒ ประเภทใหญ่ๆ

                 ดังกล่าวข้างต้น จะเห็นได้ว่าการกำาหนดแนวเขตพื้นที่หวงห้ามสำาหรับใช้ประโยชน์ของทางราชการ

                 ที่ดินสาธารณประโยชน์ที่ให้ประชาชนใช้ร่วมกัน และการกำาหนดพื้นที่หวงห้ามประเภทที่ดินป่าไม้
                 นั้น เริ่มต้นจากการกำาหนดหวงห้ามพื้นที่ โดยฝ่ายปกครอง และพัฒนาขึ้นเป็นกฎหมายเฉพาะของ

                 หน่วยงานราชการ ที่มีหน้าที่ดูแลพื้นที่แต่ละประเภทซึ่งกำาหนดให้ต้องมีการจัดทำาแผนที่แสดงพื้นที่

                 หวงห้ามแนบท้ายกฎหมาย หรือมติคณะรัฐมนตรีด้วย ซึ่งอาจสรุปประเด็นปัญหาจากกรณีดังกล่าวได้ ดังนี้


                        ๓.๓.1 การประกาศหวงห้ามพื้นที่โดยอาศัยอ�านาจของฝ่ายปกครองประเภท

                 ที่ดินที่ใช้ประโยชน์ร่วมกัน


                        การประกาศหวงห้ามพื้นที่โดยอาศัยอำานาจของฝ่ายปกครองประเภทที่ดินที่ใช้ประโยชน์ร่วมกัน

                 เช่น ที่ทำาเลสาธารณประโยชน์ ประกาศของสมุหเทศาภิบาล มณฑลภูเก็ต ประกาศของผู้ว่าราชการจังหวัด
                 ซึ่งเป็นการประกาศที่ใช้การระบุอาณาเขตแนวเขตพื้นที่โดยประมาณ เมื่อได้มีพระราชบัญญัติ ว่าด้วยการ

                 หวงห้ามที่ดินรกร้างว่างเปล่าอันเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดิน พ.ศ.๒๔๗๘ ใช้บังคับแล้วพื้นที่หวงห้ามเดิม

                 บางส่วนมีการนำามาประกาศตามมาตรา ๗ ของพระราชบัญญัติฉบับนี้ รวมทั้งพื้นที่ที่ประสงค์จะประกาศ

                 หวงห้ามเพื่อใช้ในราชการประเภทต่างๆ ด้วย โดยต้องจัดทำาเป็นพระราชกฤษฎีกาและมีแผนที่แนบท้าย

                 การจัดทำาแผนที่เป็นไปตามวิธีการรังวัด ในขณะที่มีการประกาศ ต่อมาเมื่อพระราชบัญญัติให้ใช้ประมวล

                 กฎหมายที่ดิน พ.ศ.๒๔๙๗ ใช้บังคับซึ่งมีผลเป็นการยกเลิกพระราชบัญญัติว่าด้วยการหวงห้ามที่ดินรกร้าง

                 ว่างเปล่าอันเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดิน พ.ศ.๒๔๗๘ และมีบทบัญญัติตามประมวลกฎหมายที่ดินให้
                 อำานาจในการรังวัดทำาแผนที่เพื่อออกหนังสือสำาคัญสำาหรับที่หลวง (น.ส.ล.) ในที่ดินหวงห้ามประเภทนี้

                 วัตถุประสงค์ที่สำาคัญคือความต้องการในการกำาหนดแนวเขตที่ดินหวงห้ามให้มีความชัดเจน แต่เมื่อเข้า

                 ดำาเนินการในพื้นที่ที่มีการหวงห้ามตามการประกาศกำาหนดพื้นที่โดยประมาณก็ยังคงดำาเนินการด้วยวิธี

                 การรังวัดทำาแผนที่ในขณะนั้นเช่นเดียวกัน แต่ที่ดินหวงห้ามที่มีการรังวัดเพื่อออก น.ส.ล.นั้น หลักเกณฑ์

                 ในการรังวัดหากมีการคัดค้านของราษฎรในพื้นที่ใดบริเวณที่มีการหวงห้าม จะต้องมีการดำาเนินการให้ได้ข้อ

                 ยุติเสียก่อน เช่น การรังวัดเพื่อออก น.ส.ล. ในพื้นที่หวงห้ามเพื่อใช้ประโยชน์ในราชการทหาร พ.ศ.๒๔๘๑

                 สามารถรังวัดเพื่อออก น.ส.ล. ได้เพียงบางส่วนเฉพาะพื้นที่ทหารที่มีการใช้ประโยชน์แล้ว ในส่วนที่เหลือมี

                 การคัดค้านก็ยังไม่สามารถดำาเนินการได้ เมื่อการรังวัดทำาแผนที่ซึ่งดำาเนินการมาตั้งแต่ พ.ศ.๒๔๗๘ จนถึง

                 ปัจจุบันอยู่บนวิธีการที่แตกต่างกันตามยุคสมัย การรังวัดเพื่อจัดทำาแนวเขตที่ชัดเจนไม่ได้รับความร่วมมือ
                 จากราษฎรในพื้นที่ ทำาให้ข้อมูลแนวเขตที่ดินหวงห้ามประเภทนี้ ซึ่งราษฎรเห็นว่าทับซ้อนกับที่ดินทำากิน

                 ยังไม่สามารถดำาเนินการเพื่อใช้ตรวจสอบร่วมกันได้





                                                                การมีส่วนร่วมของประชาชนในการกำาหนดแนวเขตที่ดินของรัฐ  105
   101   102   103   104   105   106   107   108   109   110   111