Page 105 - รายงานการศึกษาวิจัย เรื่อง การมีส่วนร่วมของประชาชนในการกำหนดแนวเขตที่ดินของรัฐ
P. 105
อาศัยของสัตว์ป่าบางชนิด โดยออกเป็นประกาศกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ตามความในมาตรา ๒๖
แห่งพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ.๒๕๐๓ และตามความในมาตรา ๔๒ วรรคสอง
แห่งพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ.๒๕๓๕
พื้นที่ที่ได้กำาหนดให้เป็นเขตห้ามล่าสัตว์ป่ามักจะมีขนาดไม่กว้างขวางมากเหมือนเขตรักษา
พันธุ์สัตว์ป่า และส่วนใหญ่จะเป็นบริเวณซึ่งใช้ในราชการหรือใช้เพื่อสาธารณประโยชน์ หรือประชาชน
ใช้ประโยชน์ร่วมกัน กรมป่าไม้ (กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ในปัจจุบัน) ได้ประกาศกำาหนด
เขตห้ามล่าสัตว์ป่าทะเลน้อย ในท้องที่จังหวัดพัทลุง สงขลา และนครศรีธรรมราช เป็นเขตห้ามล่าสัตว์ป่า
แห่งแรกเมื่อ พ.ศ.๒๕๑๘ หลังจากนั้นได้จัดตั้งเพิ่มขึ้นอีกจนถึงปัจจุบันนี้มีเขตห้ามล่าสัตว์ป่า รวมทั้งสิ้น
๖๙ แห่ง
(5) การก�าหนดที่ดินประเภทป่าชายเลน โดยมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 15 ธันวาคม
พ.ศ.25๓0
ประเทศไทยตั้งอยู่บนคาบสมุทรอินโดจีนตอนล่าง มีพื้นที่ชายฝั่งทะเลยาวประมาณ ๒,๖๑๕ กิโลเมตร
กระจายอยู่ใน ๒๔ จังหวัดทั่วประเทศ ประกอบด้วยแนวชายฝั่งทะเลสองด้าน คือ ฝั่งด้านอ่าวไทย ความยาว
ประมาณ ๑,๘๗๕ กิโลเมตร และฝั่งด้านอันดามันมีความยาวประมาณ ๗๔๐ กิโลเมตร โดยมีส่วนที่เป็น
พื้นที่ป่าชายเลนประมาณ ๒,๒๙๙,๓๗๕ ไร่ ในพื้นที่ ๒๓ จังหวัด และมีแนวโน้มอัตราลดลงทุกปี รัฐบาล
ได้ตระหนักถึงความสำาคัญของป่าชายเลน จึงได้มีการควบคุมดูแลและอนุรักษ์พื้นที่โดยให้ดำาเนินการ
ตามมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ ๑๕ ธันวาคม พ.ศ.๒๕๓๐ ซึ่งเป็นมติหลักในการกำาหนดพื้นที่ป่าชายเลน
โดยการจำาแนกเขตการใช้ประโยชน์ในพื้นที่ป่าชายเลนของประเทศไทยออกเป็น ๓ เขต คือ เขตอนุรักษ์
เขตเศรษฐกิจ ก. และเขตเศรษฐกิจ ข. โดยเขตอนุรักษ์ คือ พื้นที่ป่าชายเลนที่ห้ามไม่ให้มีการเปลี่ยนแปลงใดๆ
นอกจากจะปล่อยให้เป็นไปตามธรรมชาติเพื่อรักษาไว้ซึ่งสภาพแวดล้อมและระบบนิเวศ เขตเศรษฐกิจ ก.
คือ พื้นที่ป่าชายเลนที่ยอมให้มีการใช้ประโยชน์เฉพาะกิจการด้านป่าไม้เพื่อผลผลิตที่สมำ่าเสมอตามหลัก
วิชาการป่าไม้ และเขตเศรษฐกิจ ข. คือ พื้นที่ป่าชายเลนที่ยอมให้มีการใช้ประโยชน์ที่ดินและการพัฒนา
ด้านอื่นๆ ได้ แต่ต้องคำานึงถึงผลดีและผลเสียทางด้านสิ่งแวดล้อม
(อิทธิพล ศรีเสาวลักษณ์ และคณะ, ๒๕๔๙)
10๔ การมีส่วนร่วมของประชาชนในการกำาหนดแนวเขตที่ดินของรัฐ

