Page 107 - รายงานการศึกษาวิจัย เรื่อง การมีส่วนร่วมของประชาชนในการกำหนดแนวเขตที่ดินของรัฐ
P. 107

๓.๓.2 การประกาศหวงห้ามพื้นที่โดยอาศัยอ�านาจของฝ่ายปกครองประเภท

               ที่ดินป่าไม้


                       การประกาศหวงห้ามพื้นที่โดยอาศัยอำานาจของฝ่ายปกครองประเภทที่ดินป่าไม้ เป็นไปในรูปแบบ

               ประกาศพื้นที่สังเขปโดยประมาณ จนเริ่มมีการจัดทำาแผนที่แนบท้าย โดยการประกาศตามพระราชบัญญัติ

               ว่าด้วยการหวงห้ามที่ดินรกร้างว่างเปล่าอันเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดิน พ.ศ.๒๔๗๘ ตามด้วยพระราช

               บัญญัติคุ้มครองและสงวนป่า พ.ศ.๒๔๘๑ จนถึงกฎหมายที่ใช้ในปัจจุบันสำาหรับการสงวนหวงห้ามที่ดินป่าไม้

               ประเภทต่างๆ ซึ่งการดำาเนินการรังวัดทำาแผนที่เพื่อจัดทำาแผนที่แนบท้ายก็ดำาเนินการเช่นเดียวกับการ

               หวงห้ามในข้อ (๒.๑) เมื่อรัฐได้กำาหนดนโยบายมุ่งรักษาพื้นที่ป่าไม้โดยการกำาหนดสัดส่วนเริ่มตั้งแต่ ๕๐

               เปอร์เซ็นต์ของพื้นที่ประเทศตามแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติฉบับที่ ๑ ส่งผลให้การประกาศ

               พื้นที่ป่าไม้ในขณะนั้นซึ่งกำาหนดให้มีขั้นตอนต้องทำาการรังวัดพื้นที่บริเวณที่จะประกาศให้เป็นป่าสงวนแห่งชาติ

               อุทยานแห่งชาติ นั้น เมื่อไม่สามารถดำาเนินการได้ตามระยะเวลาที่กำาหนด จึงได้มีการปรับเปลี่ยนวิธีการ

               ใหม่ให้ประกาศกำาหนดพื้นที่โดยใช้ข้อมูลแผนที่ตามผลการจำาแนกประเภทที่ดินในพื้นที่ซึ่งคณะรัฐมนตรีมี

               มติให้เก็บเป็นพื้นที่ป่าไม้ถาวรก่อน แล้วจึงทำาการรังวัดหลังการประกาศพื้นที่ การดำาเนินการด้วยวิธีดังกล่าว
               เมื่อปรากฏว่าแนวเขตตามผลการรังวัดไม่สอดคล้องกับแนวเขตที่ประกาศตามกฎหมาย เช่น การใช้แผนที่

               จำาแนกป่าไม้ถาวรตามมติคณะรัฐมนตรีเมื่อปี พ.ศ.๒๕๑๒ มาประกาศเป็นเขตป่าสงวนแห่งชาติ ในปี

               พ.ศ.๒๕๒๓ สภาพพื้นที่ย่อมต้องเปลี่ยนแปลงขั้นตอนที่ต้องดำาเนินการต่อไป คือ การออกกฎกระทรวง

               หรือพระราชกฤษฎีกา เพื่อเพิกถอนการประกาศเดิมที่ไม่ถูกต้องและใช้แนวเขตที่มีการรังวัดประกาศใหม่

               แต่วิธีการเช่นว่านี้ ยังไม่มีการดำาเนินการให้ครบถ้วน ส่งผลให้มีแนวเขตที่ใช้ในการตรวจสอบตามอำานาจ

               หน้าที่ของส่วนราชการที่ดูแล ไม่ใช่แนวเขตที่มีผลตามกฎหมาย และหากเป็นกรณีมีการรังวัดตรวจสอบ

               ตลอดเวลาตามวิธีการรังวัด ในขณะที่ดำาเนินการโดยไม่มีการแก้ไขแผนที่แนบท้ายให้ถูกต้องตามกฎหมาย

               ส่งผลกระทบทั้งการปฏิบัติหน้าที่ภายในหน่วยงานและการปฏิบัติหน้าที่ของหน่วยงานอื่นที่ต้องใช้แนวเขต

               ป่าไม้แต่ละแห่ง สำาหรับการปฏิบัติงานตามภารกิจไม่มีความแน่นอนและชัดเจนไปด้วย


                      ๓.๓.๓ การประกาศก�าหนดพื้นที่หวงห้ามทุกประเภท


                       การประกาศกำาหนดพื้นที่หวงห้ามทุกประเภทนั้น ในอดีตเมื่อยังไม่มีการให้สิทธิในการถือครอง

               ที่ดิน และประชากรในประเทศยังมีจำานวนน้อย การประกาศพื้นที่ดังกล่าวสามารถดำาเนินการได้ทุกพื้นที่

               ต่อมาเมื่อมีการให้สิทธิการถือครองที่ดินแล้ว โดยหลักการเมื่อจะมีการประกาศพื้นที่หวงห้ามบริเวณใด

               ควรต้องให้ราษฎรในพื้นที่รับรู้ด้วย แต่จากการรวบรวมข้อมูลเท่าที่ตรวจสอบได้ไม่มีการกำาหนดในเรื่อง

               ดังกล่าวไว้ คงมีเพียงการปิดประกาศพื้นที่ หรือแจ้งให้ผู้ปกครองท้องที่ประกาศให้ราษฎรที่อยู่อาศัยใน






       106     การมีส่วนร่วมของประชาชนในการกำาหนดแนวเขตที่ดินของรัฐ
   102   103   104   105   106   107   108   109   110   111   112