Page 452 - รายงานการศึกษาวิจัย เรื่อง เพื่อปรับปรุงแก้ไขนโยบายกฎหมายที่ละเมิดสิทธิมนุษยชนด้านที่ดินและป่า
P. 452

สํานักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแหงชาติ
                                                                                               National Human Rights Commission of Thailand


               ปาพะยอม มีคําสั่งที่ 235/2551 แตงตั้งคณะทํางานเพื่อรวมชี้รับรองแนวเขตเพื่อออกหนังสือสําคัญสําหรับที่หลวง
               (นสล.) ซึ่งผลการเดินสํารวจปรากฏวาที่ดินกลุมผูรองที่ 2 อยูในเขตปฏิรูปที่ดินโครงการปาเกาะเตา - คลองเรียน

               อยูนอกเขตที่สาธารณะ

                        ดังนั้น การกอสรางมหาวิทยาลัยทักษิณ โดยลอมรั้วพิพาท ไมใหผูรองที่ 2 เขาไปทํากินในที่ดินเดิม

               และยังมีการขุดคลอง ขุดดิน ในพื้นที่พิพาท โดยไมแกไขปญหาใด ๆ ใหผูรอง จึงเปนการละเมิดสิทธิในที่ดิน
               และสิทธิในทรัพยสินของผูรอง




               7.5  วิเคราะหการละเมิดสิทธิ

                        ปญหาการละเมิดสิทธิในที่ดินในเขตปฏิรูปที่นั้น ไมไดมีประเด็นที่มีความขัดแยงรุนแรง แตถาปญหา
               ดังกลาวเขาไปเกี่ยวของกับกรณีอื่น ๆ เชน หนวยงานราชการ หรือเอกชน ขออนุญาตเขาใชประโยชนในเขต

               ปฏิรูปที่ดิน ปญหาการละเมิดดังกลาวจะเพิ่มระดับความรุนแรงมากขึ้น ซึ่งอาจดูไดจากการศึกษาทั้ง 5 กรณี

               ประกอบกับเรื่องเรื่องเรียนในคณะอนุกรรมการ พบวามีประเด็นละเมิดสิทธิที่สําคัญคือ

                        1. หนวยงานราชการมีความตองการใชประโยชนในที่ดิน เชน กรณีการใหมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ
               เขามามีอํานาจในการจัดที่ดิน  แมวาคณะกรรมการปฏิรูปที่ดินจังหวัดจะมีการรับรองภายหลัง แตก็เปนการจัดที่ดิน

               ที่ไมเปนธรรม ทําใหเกิดความขัดแยงระหวางราษฎรที่ครอบครองที่ดินกับมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ และนําสู

               การทําลายอาสินและแจงความดําเนินคดีกับชาวบานโดยมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ แมการกระทําดังกลาว ส.ป.ก.

               ไมใชผูกระทําและเปนคูขัดแยงหลัก แตถือวา ส.ป.ก. เปนสาเหตุที่ทําใหเกิดการละเมิดสิทธิและไมเปนธรรม
               ตอราษฎร

                        2. ความลาชาในการดําเนินการปฏิรูปที่ดิน เชน โครงการฟนฟูพื้นที่ภาคใตที่ประสบวาตภัยจาก

               ไตฝุนเกยปลูกปาทับที่ดินทํากิน  ซึ่งผูรองไดครอบครองและทําประโยชนในที่ดินแปลงพิพาทจริงตั้งแตป 2526

               และผูรองมีใบตอบรับคําขอหนังสือสิทธิทํากินในปาสงวนแหงชาติ ปารับรอและสลุย และแผนที่ตนราง กลุมที่ 480
               ของ ส.ป.ก. และพื้นที่มีรองรอยการทําประโยชน  แตเนื่องจากการดําเนินการออกหนังสืออนุญาตใหเขาทําประโยชน

               ในเขตปฏิรูปที่ดิน (สปก. 4 - 01) ที่ลาชา ทําใหชาวบานถูกเจาหนาที่ปาไมเขาจับกุมดําเนินคดีจากการบุกรุก

               โครงการปลูกปาฟนฟูพื้นที่ภาคใตที่ประสบวาตภัยจากไตฝุนเกยของกรมปาไมในพื้นที่พิพาท กรณีดังกลาวนี้

               เกิดจาก ส.ป.ก. ปลอยปละละเลยไมยอมดูแลที่ดินที่อยูความรับผิดชอบ โดยปลอยใหกรมปาไมเขามาดําเนินการ
               ปลูกปา แตเมื่อราษฎรรองเรียนก็ไมไดเขามาดูแล จึงถือวากระทําดังกลาวนี้ เปนสาเหตุที่ทําใหเกิดการละเมิดสิทธิ

               และไมธรรมตอราษฎร










                                                                       รายงานการศึกษาวิจัย เรื่อง “เพื่อปรับปรุงแกไข  431
                                                                นโยบายกฎหมายที่ละเมิดสิทธิมนุษยชนดานที่ดินและปาไม”
   447   448   449   450   451   452   453   454   455   456   457