Page 451 - รายงานการศึกษาวิจัย เรื่อง เพื่อปรับปรุงแก้ไขนโยบายกฎหมายที่ละเมิดสิทธิมนุษยชนด้านที่ดินและป่า
P. 451

สํานักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแหงชาติ
                National Human Rights Commission of Thailand


                         จากมติของสภาตําบลพนางตุง เมื่อ 8 กรกฎาคม พ.ศ. 2537 ที่เห็นชอบใหมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ
                (ตอมาเปนมหาวิทยาลัยทักษิณ) ใชพื้นที่ “ทุงสระสาธารณประโยชน” ประมาณ 1,500 ไร โดนเจตนารมณ

                เพื่อสละพื้นที่ของชุมชนใหกอสรางมหาวิทยาลัย แตตอมามหาวิทยาลัยทักษิณ ไดขอใชพื้นที่สาธารณะประโยชน

                ‘ทุงลานโย’ ตําบลบานพราว อําเภอปาพะยอม จังหวัดพัทลุง จํานวนประมาณ 3,000 ไร ซึ่งจังหวัดพัทลุง

                ไดมีประกาศลงวันที่ 10 มีนาคม พ.ศ. 2538 ใหราษฎรแจงรับคาชดเชยอาสินโดยมีการกอสรางตั้งแตป 2541
                ทางองคการบริหารสวนตําบลพนางตุง จึงมีมติวันที่ 15 ตุลาคม พ.ศ. 2552 เปนเอกฉันทขอที่ดินสาธารณประโยชน

                ทุงสระ สวนที่มหาวิทยาลัยทักษิณ ขอใชคืน เนื่องจากไมเปนไปตามเจตนารมณของประชาชนที่เสียสละ

                พื้นที่ทํากิน และวัตถุประสงคการขอใชเปลี่ยนแปลงจากเดิม และเพื่อใชประโยชนรวมกันของชุมชน

                         การที่มหาวิทยาลัยทักษิณไดกอสรางในพื้นที่สาธารณประโยชนในตําบลบานพราว อําเภอปาพะยอม
                จังหวัดพัทลุง ถึง 3,500 ไร จึงสมควรที่จะเพียงพอแลว ประกอบกับองคการบริหารสวนตําบลพนางตุง ก็มีมติ

                ขอคืนตั้งแตป 2542 ดังนั้น การที่มหาวิทยาลัยทักษิณอางสิทธิที่เคยขอใชพื้นที่จากสภาตําบลพนางตุง เมื่อป 2537

                จึงเปนการละเมิดสิทธิมนุษยชน และไมเปนธรรมตอราษฎรผูรองที่ 1 ตามรัฐธรรมนูญแหงราชอาณาจักรไทย

                พุทธศักราช 2540 มาตรา 56 และ 59 และ 290
                         ประเด็นที่ 2 การกอสรางมหาวิทยาลัยทักษิณ วิทยาเขตพัทลุง ในอําเภอปาพะยอม จังหวัดพัทลุง

                มีการกระทําที่ละเมิดสิทธิมนุษยชนตอผูรองที่ 2 หรือไม อยางไร

                         จากทะเบียนที่สาธารณประโยชน ‘ทุงลานโย’ ไดขึ้นทะเบียนไวตามประกาศอําเภอ เมื่อวันที่ 10 ตุลาคม

                พ.ศ. 2535 โดยแจงเนื้อที่ไว 40,000 ไร ซึ่งทิศตะวันตก ระยะ 100 เสน จดปาไมเคี่ยมงามสงวน แตเมื่อมหาวิทยาลัย
                ทักษิณ มาขอใชประมาณ 3,000 ไร ทางอําเภอและหนวยงานที่เกี่ยวของ กลับไมมีการรังวัดออก หนังสือสําคัญ

                สําหรับที่หลวง (นสล.) เพื่อกําหนดขอบเขตที่ชัดเจน แตจังหวัดพัทลุงกลับมอบพื้นที่ประมาณ 3,000 ไร และมี

                ประกาศตั้งแต 10 มีนาคม 2538 ซึ่งทับที่ทํากิน ที่อยูอาศัยของราษฎรจํานวนมาก ดังมีประกาศใหแจงทรัพยสิน

                สิ่งปลูกสราง ผลอาสิน เพื่อรับคาชดเชย และจะจัดที่อยูใหอาศัยใหครอบครัวละ 2 ไร ทั้งที่ยังไมไดรับการอนุมัติ
                ใหใชพื้นที่ถูกตองตามกฎหมาย เพียงแตมีการรังวัดปกเขตเมื่อ 9 กุมภาพันธ พ.ศ. 2541 และมีราษฎรคัดคาน

                โดยเฉพาะผูรองที่ 2 ซึ่งเคยมีใบ สทก. ออกโดยกรมปาไมตั้งแตป 2532 และเมื่อมีการประกาศเขตปฏิรูปที่ดิน

                มีการรังวัดพื้นที่สงวนฯ ก็ไดรับใบ ส.ป.ก. 4 - 01 ทั้งหมดยกเวนกลุมผูรองที่ 2 ในเนื้อที่ประมาณ 300 ไร

                ซึ่งไดรับการรังวัดจนไดใบ ส.ป.ก. 4 - 98 แลว
                         เมื่อมหาวิทยาลัยทักษิณปกหลักลอมรั้วพื้นที่พิพาทของผูรองที่ 2 โดยอางวาเปนที่สาธารณะทุงลานโย

                ที่ไดรับอนุญาต ทั้งที่ไมมีการตรวจสอบแนวเขตที่สาธารณะมากอน และราษฎรไดทํากินมายาวนานมีหลักฐานแนชัด

                มีคําสั่งที่ 47/2551 แตงตั้งคณะทํางานในการรังวัดออกหนังสือสําคัญสําหรับที่หลวง (นสล.) และนายอําเภอ







         430     รายงานการศึกษาวิจัย เรื่อง “เพื่อปรับปรุงแกไข
                 นโยบายกฎหมายที่ละเมิดสิทธิมนุษยชนดานที่ดินและปาไม”
   446   447   448   449   450   451   452   453   454   455   456