Page 395 - รายงานการศึกษาวิจัย เรื่อง เพื่อปรับปรุงแก้ไขนโยบายกฎหมายที่ละเมิดสิทธิมนุษยชนด้านที่ดินและป่า
P. 395

สํานักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแหงชาติ
                National Human Rights Commission of Thailand


                                 2.2.3.  พื้นที่ปาไมถาวรที่กรมปาไม กระทรวงเกษตรและสหกรณ รับไปดําเนินการ
                ออกกฎกระทรวงเพื่อกําหนดใหเปนเขตปาสงวนแหงชาติ แตยังไมไดออกกฎกระทรวงใหยกเลิกพื้นที่ปาไมถาวร

                ในสวนที่ราษฎรไดมาโดยชอบและกอนการกําหนดใหเปนเขตปาไมถาวร  หรือเปนสถานที่ราชการไปแลว  ใหยกเลิก

                พื้นที่ปาไมถาวรในบริเวณดังกลาว และดําเนินการออกเอกสารสิทธิในที่ดินใหแกราษฎร หรือออกหนังสือสําคัญ

                สําหรับที่หลวงใหแกสถานที่ราชการ แลวแตกรณี
                            โดยกอนดําเนินการตามขอเสนอดังกลาว ใหผานการพิจารณาของคณะกรรมการพัฒนาที่ดิน

                ตามพระราชบัญญัติพัฒนาที่ดิน พ.ศ. 2536  กฎหมาย  ระเบียบ  และมติคณะรัฐมนตรีที่เกี่ยวของ

                            2.3.  พื้นที่ในเขตที่สาธารณประโยชน  ควรดําเนินการ  ดังนี้

                              2.3.1.  สถานที่ราชการ และบานพักขาราชการ ควรดําเนาการถอนสภาพเทาที่จําเปน
                เพื่อใชประโยชนในราชการ

                              2.3.2.  ผูฝาฝนมาตรา 9 แหงประมวลกฎหมายที่ดิน อยูกอนวันที่ประกาศของคณะปฏิวัติ

                ฉบับที่ 96 ลงวันที่ 29 กุมภาพันธ พ.ศ. 2515 ใชบังคับ ควรดําเนินการตามระเบียบของคณะกรรมการ

                จัดที่ดินแหงชาติ  ฉบับที่ 3 (พ.ศ. 2515)
                             2.3.3.   ผูฝาฝนมาตรา 9 แหงประมวลกฎหมายที่ดิน ภายหลังวันที่ประกาศของคณะปฏิวัติ

                ฉบับที่ 96 ลงวันที่ 29 กุมภาพันธ พ.ศ. 2515 ใชบังคับ ควรดําเนินคดีตามกฎหมาย

                             2.3.4.   ผูที่ทางราชการจัดใหเขาอยูอาศัยและทํากิน เนื่องจากไดแลกเปลี่ยนหรือสละที่ดิน

                ใหทางราชการ ควรดําเนินการถอนสภาพแลวจัดใหกรรมสิทธิ์
                            ผูที่ทางราชการจัดใหเขาอยูอาศัยและทํากินตามแผนบูรณะชนบทของกระทรวงมหาดไทย

                ควรดําเนินการถอนสภาพแลวจัดใหเชาซื้อ

                            วันที่ 17 มีนาคม พ.ศ. 2535 คณะรัฐมนตรีมีมติไมอนุมัติใหดําเนินการตามมาตรการในการ

                แกไขปญหาการถือครองในเขตปาสงวนแหงชาติ ในพื้นที่ที่จําแนกใหเปนเขตปาไมถาวร และที่สาธารณประโยชน
                ตามที่กระทรวงมหาดไทยเสนอ เนื่องจากเปนการเปลี่ยนแปลงหลักเกณฑมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 26 กุมภาพันธ

                พ.ศ. 2528 เรื่อง การชวยเหลือราษฎรตามโครงการเพิกถอนสภาพปาที่เปนที่ตั้งชุมชน ซึ่งแบงการชวยเหลือ

                ออกเปน 3 กลุม ซึ่งจะมีผลกระทบตอการรักษาพื้นที่ปาในเขตปาสงวนแหงชาติมาก และใหคงถือปฏิบัติตาม

                มติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 26 กุมภาพันธ พ.ศ. 2528 โดยใหกระทรวงมหาดไทยประสานกับกระทรวงเกษตร
                และสหกรณในการดําเนินการแกไขปญหาดังกลาว ตอไป

                            วันที่ 19 เมษายน พ.ศ. 2536 กระทรวงมหาดไทย มีหนังสือ ดวนที่สุด ที่ มท 0625/6313

                ลงวันที่ 19 เมษายน พ.ศ. 2536 เสนอใหคณะรัฐมนตรีพิจารณาแกไขปญหาเกี่ยวกับที่ดินในเขตปาไม โดยแจงวา

                เมื่อวันที่ 29 มีนาคม พ.ศ. 2536 กระทรวงมหาดไทยกับกระทรวงเกษตรและสหกรณ ไดรวมพิจารณาหาแนวทาง




         374     รายงานการศึกษาวิจัย เรื่อง “เพื่อปรับปรุงแกไข
                 นโยบายกฎหมายที่ละเมิดสิทธิมนุษยชนดานที่ดินและปาไม”
   390   391   392   393   394   395   396   397   398   399   400