Page 391 - รายงานการศึกษาวิจัย เรื่อง เพื่อปรับปรุงแก้ไขนโยบายกฎหมายที่ละเมิดสิทธิมนุษยชนด้านที่ดินและป่า
P. 391

สํานักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแหงชาติ
                National Human Rights Commission of Thailand


                ปญหาปาสงวนแหงชาติและคณะทํางานศึกษาพิจารณาหาวิธีแกไขปญหาปาสงวนแหงชาติ สวนการจะชวยเหลือ
                แตละกลุมอยางไรนั้น ใหกระทรวงเกษตรและสหกรณรับไปพิจารณาแตงตั้งคณะกรรมการคณะหนึ่ง โดยใหรัฐมนตรี

                ประจําสํานักนายกรัฐมนตรี (นายมีชัย  ฤชุพันธุ)  ผูแทนของกระทรวงเกษตรและสหกรณ  และผูแทนของกระทรวง

                มหาดไทยรวมเปนกรรมการดวย  เพื่อพิจารณากําหนดหลักเกณฑและวิธีการชวยเหลือเสนอคณะรัฐมนตรีพิจารณา

                อีกครั้งหนึ่งภายใน 3 เดือน และตอมาคณะรัฐมนตรีมีมติ เมื่อวันที่ 30 ตุลาคม พ.ศ. 2527 อนุมัติใหขยายเวลา
                การพิจารณาออกไปอีก 3 เดือน

                            วันที่ 21 มกราคม พ.ศ. 2528 กระทรวงเกษตรและสหกรณ มีหนังสือ ดวนมาก ที่ กษ 0705(3)/1686

                ลงวันที่ 21 มกราคม พ.ศ. 2528 เรื่อง การชวยเหลือราษฎรตามโครงการเพิกถอนสภาพปาที่เปนที่ตั้งชุมชน

                เสนอขออนุมัติตอคณะรัฐมนตรี โดยกระทรวงเกษตรและสหกรณแจงวา กระทรวงเกษตรและสหกรณ
                ไดมีการแตงตั้งคณะกรรมการและคณะอนุกรรมการเพื่อพิจารณากําหนดหลักเกณฑและวิธีการชวยเหลือราษฎร

                ตามโครงการเพิกถอนสภาพปาที่เปนที่ตั้งชุมชน ซึ่งไดดําเนินการพิจารณาแนวทางการชวยเหลือราษฎร

                ตามโครงการดังกลาวแลว  มีขอเสนอ ดังนี้

                            1.  ชวยเหลือราษฎรตามโครงการเพิกถอนสภาพปาที่เปนที่ตั้งชุมชนเฉพาะในเขตปาสงวนแหงชาติ
                ตามมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 12 มิถุนายน พ.ศ. 2527 โดยแบงการชวยเหลือออกเปน 3 กลุม ดังนี้

                             1.1.   กลุมที่ 1 เปนแหลงชุมชนเกิดขึ้นกอนป พ.ศ. 2510 ซึ่งปรากฏตามภาพถายทางอากาศ

                โครงการ VAP 61 รวมกับแผนที่ภูมิประเทศของกรมแผนที่ทหาร ระวาง L708 เปนหลักฐานในการเพิกถอน

                สภาพปาสงวนแหงชาติ  เพื่อใหไดรับเอกสารสิทธิตามประมวลกฎหมายที่ดินตอไป
                             1.2.   กลุมที่ 2 เปนแหลงชุมชนที่เกิดขึ้นระหวางป พ.ศ. 2510 - 2518 ซึ่งปรากฏตามหลักฐาน

                ในภาพถายทางอากาศ โครงการออกหนังสือรับรองการทําประโยชน (น.ส. 3) กับแผนที่ภูมิประเทศเปนหลักฐาน

                ใหสิทธิอยูอาศัยในเขตปาสงวนแหงชาติในรูปแบบโครงการ สทก.

                             1.3.   กลุมที่ 3 เปนแหลงชุมชนเกิดขึ้นภายหลังป พ.ศ. 2518 ถึงป พ.ศ. 2524 จะอนุญาต
                ใหเขาอยูอาศัยหรือทําประโยชนเปนการชั่วคราว ตามมาตรา 16 แหงพระราชบัญญัติปาสงวนแหงชาติ

                            2.  อัตรากําลังและงบประมาณ เนื่องจากกรมปาไมไมมีอัตรากําลังและงบประมาณที่จะรองรับ

                โครงการดังกลาว  จึงขอรับการอนุมัติสนับสนุนอัตรากําลังและงบประมาณในการดําเนินโครงการดังกลาว

                            3.  สําหรับพื้นที่ปาไมถาวรที่ไมไดนํามารวมไวในโครงการนี้ เนื่องจากมีมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่
                22 มิถุนายน พ.ศ. 2525 ไดกําหนดหนาที่ใหกรมปาไมเรงรัดประกาศเปนปาสงวนแหงชาติใหแลวเสร็จภายใน 3 ป

                (พ.ศ. 2528) และใหกรมพัฒนาที่ดินจําแนกประเภทที่ดินอยางละเอียดในเขตปาไมถาวรในพื้นที่ 30 ลานไร

                ซึ่งการปฏิบัติงานของหนวยงานทั้งสองนี้ไดตกลงในหลักการวา กรมปาไมจะดําเนินการประกาศพื้นที่เปนปาสงวน

                แหงชาติเฉพาะพื้นที่ที่คงสภาพเปนปาผืนใหญ และพื้นที่เดิมที่ไดทําการรังวัดไวแลวเทานั้น และเมื่อกรมปาไม




         370     รายงานการศึกษาวิจัย เรื่อง “เพื่อปรับปรุงแกไข
                 นโยบายกฎหมายที่ละเมิดสิทธิมนุษยชนดานที่ดินและปาไม”
   386   387   388   389   390   391   392   393   394   395   396