Page 85 - รายงานการศึกษาบทบาทของภาคประชาสังคมในการคุ้มครองสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมือง
P. 85
รายงานการศึกษา บทบาทของภาคประชาสังคมในการคุ้มครองสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมือง 83
เป็นพื้นฐาน โดยต้องให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการวางผังเมือง ปฏิรูปกระบวนการยุติธรรมอันเกี่ยวกับ
ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม รวมถึงการออกกฎหมายรับรองสิทธิชุมชนในที่ดินและที่อยู่อาศัย
๔.๕ บทบาทองค์กรพัฒนาเอกชนในการทำางานกับคนจนเมือง
กล่าวโดยสรุปในช่วง ๓ ทศวรรษที่ผ่านมาของการทำางานกับชุมชนเมืองและคนจนในเมือง
งานของ NGO มีการเปลี่ยนแปลงไปมาก โดยสามารถจำาแนกให้เห็นการทำางานของ NGO ในสาย
ชุมชนเมืองออกเป็น ๓ งาน ๑) งานสงเคราะห์ ๒) งานรณรงค์เคลื่อนไหว และ ๓) งานพัฒนาศักยภาพ
ในระยะแรกๆ ของการทำางาน (ช่วงปีพ.ศ. ๒๕๑๗ เป็นต้นมา) การทำางานของ NGO เน้นไป
ในงานเชิงสงเคราะห์ ช่วยเหลือคนที่ได้รับความเดือดร้อน งานพัฒนาและงานรณรงค์เริ่มมาปรากฏ
เด่นชัดในช่วงหลังปีพ.ศ. ๒๕๒๔ เมื่อเกิดสมาพันธ์ชุมชนแออัดคลองเตย ซึ่ง จตุรงค์ บุณยรัตนสุนทร
(อ้างแล้ว, น. ๑๑๗ - ๑๑๘) ชี้ว่า สลัมคลองเตยเป็นตัวแทนของปัญหาที่ชัดเจนที่สุด หลังเหตุการณ์
เดือนตุลาคม ๒๕๑๖ เริ่มมีองค์กรอิสระเข้าไปทำางานพัฒนาสลัมมากขึ้น ซึ่งนอกจากการแก้ไขปัญหา
ในสลัมแล้ว ยังมีการทำางานกับกลุ่มแรงงานโดยเฉพาะอย่างยิ่งเขตอ้อมน้อย ซึ่งมีกลุ่มนักศึกษาเป็น
กำาลังสำาคัญที่เข้าไปทำางานช่วยเหลือให้คำาปรึกษาในกรณีพิพาทแรงงาน รวมทั้งการให้การศึกษาให้
เข้าใจสิทธิขึ้นพื้นฐานของแรงงานเองในการรวมกลุ่มกันเป็นสหภาพแรงงาน
ประเด็นบทบาทขององค์กรพัฒนาเอกชนกับแรงงาน (ซึ่งถือเป็นคนจนเมือง) นั้น ตัวอย่างจาก
มูลนิธิเพื่อนหญิง มูลนิธิหญิงชายก้าวไกล มูลนิธิเพื่อการพัฒนาแรงงานและอาชีพ สมาคมส่งเสริม
สิทธิชุมชนเพื่อการพัฒนา มูลนิธิอารมณ์ พงศ์พงัน ฯลฯ เป็นองค์กรที่มีส่วนสนับสนุนงบประมาณ
การเข้าร่วมเป็นภาคีเครือข่ายเพื่อเคลื่อนไหวเสนอกฎหมายและนโยบายต่างๆ ที่เกี่ยวกับสวัสดิภาพ
ของแรงงาน รวมทั้งเป็นศูนย์กลางในการประสานงานเพื่อการระดมพลกลุ่ม เครือข่ายที่เรียกร้อง
การเปลี่ยนแปลงทางสังคม ทั้งมิติความเสมอภาคระหว่างเพศ และความเป็นธรรมทางสังคม
องค์กรพัฒนาเอกชนเหล่านี้จึงมีส่วนสนับสนุนและเป็นฟันเฟืองสำาคัญของการขับเคลื่อนขบวนการ
แรงงาน อีกทั้งเป็นองค์กรที่พยายามชูประเด็นแรงงานเป็นประเด็นสำาคัญยิ่งของสังคม พร้อมกับ
สนับสนุนรวบรวมข้อมูล สถานการณ์ปัญหา ไปจนกระทั่งกรณีศึกษา (Case study) ที่ได้รับ
ความเดือดร้อนหรือได้รับผลกระทบจากนโยบาย (นักสื่อสารแรงงาน, ๒๕๕๖, ออนไลน์)
ในช่วงปีพ.ศ. ๒๕๒๘ - ปีพ.ศ. ๒๕๓๖ งานเคลื่อนไหวกับชุมชุนเมืองกลายเป็นงานประเด็นร้อน
เมื่อมีประเด็นและสถานการณ์การไล่รื้อ การแย่งชิงที่ดินสูงขึ้นอย่างมาก ซึ่งมีส่วนกระตุ้นในการทำางาน
ทั้งชาวบ้านและ NGO ตื่นตัวอย่างสูงมาก มีการจัดตั้งศูนย์รวมพัฒนาชุมชน (ภายหลังพัฒนาเป็น
เครือข่ายสลัม ๔ ภาค) ภายใต้การสนับสนุนของกลุ่มรวมน้ำาใจ มีการจัดตั้ง คณะกรรมการประสานงาน
องค์กรชุมชนเมือง (คปอช.) เป็นเครือข่ายขององค์กรพัฒนาเอกชน เพื่อทำาหน้าที่ประสานการทำางาน
อย่างเข้มข้น

