Page 87 - รายงานการศึกษาบทบาทของภาคประชาสังคมในการคุ้มครองสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมือง
P. 87

รายงานการศึกษา บทบาทของภาคประชาสังคมในการคุ้มครองสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมือง 85







                     ขนาดใหญ่ มีนักพัฒนาในองค์กรเป็นจำานวนมาก) นักพัฒนาบางส่วนเปลี่ยนอาชีพ บางส่วนออกไป

                     ทำางานตามหัวเมืองต่างๆ เช่น อุบลราชธานี ขอนแก่น และสงขลา เป็นต้น

                           ม.ร.ว. อคิน รพีพัฒน์ (๒๕๔๒, น. ๔๙) ตั้งข้อสังเกตว่า กระบวนการทำางานพัฒนาชุมชนแออัด
                     โดยองค์กรพัฒนาเอกชนในกรุงเทพฯ นั้นมีความคล้ายคลึงกับจังหวัดสงขลา กล่าวคือ จังหวัดสงขลา
                     เน้นการทำางานในพื้นที่ชุมชนแออัด โดยเน้นหลักการพึ่งตนเอง (self-reliance) และการมีส่วนร่วม

                     (participation) ของชุมชนเป็นหลัก ผ่านกิจกรรมต่างๆ ในชุมชน อาทิ การปรับปรุงถนน การสร้าง

                     ศาลาเอนกประสงค์ ศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก และกลุ่มออมทรัพย์ ซึ่งส่วนใหญ่ชุมชนสามารถจัดการ
                     ได้เอง เช่น ชุมชนเก้าเส้ง เอ็นจีโอร่วมต่อสู่ในประเด็นสิทธิที่อยู่อาศัยร่วมกับชุมชน ตลอดจนสนับสนุน
                     การจัดตั้งศูนย์เด็กเล็ก รวมทั้งกลุ่มออมทรัพย์เพื่อจัดสวัสดิการชุมชน โดยหน่วยงานที่ให้ความสนใจ

                     และสนับสนุนการพัฒนาชุมชนแออัดเมืองสงขลา คือ มูลนิธิที่อยู่อาศัยเอเชีย LIFE ESCAP พร้อมทั้ง

                     สนับสนุนการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมชุมชนผ่านกิจกรรมต่างๆ เช่น การพัฒนาบริเวณคลองสาโรง เป็นต้น
                           ขณะที่ปัญหาชุมชนแออัดในเขตเมืองขอนแก่น ซึ่งเป็นกรณีศึกษาสำาคัญของการแก้ไขปัญหา

                     คนจนเมืองนั้น โดยเฉพาะบริเวณชุมชนเทพารักษ์ ริมทางรถไฟ โดยชุมชนในละแวกนั้นถูกมองว่า
                     บุกรุกที่ดินของทางราชการ โดยเฉพาอย่างยิ่งที่ดินของการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.)  ทั้งนี้ความ

                     สัมพันธ์ระหว่างการถไฟแห่งประเทศไทยกับชุมชนเทพารักษ์ก็เป็นไปในลักษณะที่คล้ายคลึงกัน คือ
                     การไล่รื้อ หรือการพยายามไล่รื้อ  ต่อมา องค์กรพัฒนาเอกชนได้เข้าไปทำางานในเขตชุมชนแออัด

                     เทศบาลเมืองขอนแก่น ตั้งแต่พ.ศ. ๒๕๓๖ โดยนำาแนวคิด “กลุ่มออมทรัพย์” มาเป็นกิจกรรมนำาร่อง
                     ต่อมาก็มีการทำากิจกรรมด้านสิ่งแวดล้อม โดยได้รับการสนับสนุนจากโครงการ LIFE ปี ๒๕๓๘

                     สำานักงานพัฒนาชุมชนเมือง (พชม.) ได้ให้การสนับสนุนองค์กรพัฒนาเอกชนส่งเสริมองค์กรชุมชน
                     ให้ตั้งกลุ่มออมทรัพย์ พร้อมกันนั้นได้ขยายขอบข่ายงานออกสู่การพัฒนาที่อยู่อาศัยโดยการสนับสนุน

                     ของมูลนิธิพัฒนาที่อยู่อาศัย (ม.ร.ว.อคิน รพีพัฒน์ ๒๕๔๒, น. ๕๓) ผลที่เกิดขึ้นคือนำาไปสู่การทำาให้
                     ผู้นำาชุมชนเห็นความสำาคัญของการเสริมสร้างความเข้มแข็งให้องค์กรชุมชนและการสร้างเครือข่าย

                     จึงได้เกิดการรวมตัวกันของชุมชนที่มีลักษณะปัญหาคล้ายคลึงกันจนตั้งเป็น “เครือข่ายสหชุมชน”
                     โดยมีกรรมการสหชุมชนเป็นชาวบ้านในชุมชนแออัดและนักพัฒนาจากคณะกรรมการประสานงาน

                     องค์กรพัฒนาเอกชนภาคอีสาน (กป.อพช. ภาคอีสาน)  การทำางานชุมชนแออัดทำาให้นักพัฒนารู้ว่า
                     แตกต่างจากงานพัฒนาชนบท กล่าวคือ การพัฒนาชนบทมักจะเริ่มจากการฝังตัวเข้าไปในหมู่บ้าน

                     หรือชุมชนเป้าหมาย ขณะที่การทำางานกับชุมชนแออัดในเขตเมืองจับเอาที่การสร้างตัวผู้นำาเลย
                     จึงเข้าไปเป็นสมาชิกของชุมชน

                           อย่างไรก็ตาม การทำางานชุมชนแออัดของเอ็นจีโอยังมีจุดอ่อนอยู่บางประการ คือ องค์กร

                     ชุมชนนั้น ผู้นำาก้าวไปเร็วมากจนคนในชุมนตามไม่ทัน ซึ่งนักพัฒนาและผู้นำาชุมชนยอมรับกันว่าจะสร้าง
                     ปัญหาในอนาคตในเรื่องความต่อเนื่องของการทำางาน นอกจากนั้นยังเสี่ยงต่อการไม่เข้าใจกิจกรรม

                     ที่ผู้นำาชุมชนทำาในเรื่องที่ซับซ้อนอันนำามาซึ่งความแตกแยก (ม.ร.ว.อคิน รพีพัฒน์ ๒๕๔๒,น. ๕๔)
   82   83   84   85   86   87   88   89   90   91   92