Page 88 - รายงานการศึกษาบทบาทของภาคประชาสังคมในการคุ้มครองสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมือง
P. 88

86 รายงานการศึกษา บทบาทของภาคประชาสังคมในการคุ้มครองสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมือง




                        ในขณะที่แหล่งทุนต่างชาติเริ่มถอนตัว ในปีพ.ศ. ๒๕๓๖ ช่วงเวลาเดียวกัน มีการกำาเนิดขึ้นของ

                  สำานักงานพัฒนาชุมชนเมือง (พชม.) (และยกระดับเป็นสำานักงานพัฒนาองค์กรชุมชน (พอช.) ในปี
                  ๒๕๕๔) ได้ทำาให้งานพัฒนาชุมชนและคนจนในเมือง มุ่งจากงานรณรงค์ไปสู่แนวทางการพัฒนาที่

                  เน้นการจัดการ ในเรื่องการออม สวัสดิการ และที่อยู่อาศัยมากยิ่งขึ้น
                        โครงการบ้านมั่นคงที่ถือกำาเนิด ในปีพ.ศ. ๒๕๔๖ คือ รูปธรรมความก้าวหน้าอย่างมากของการ

                  สร้างความมั่นคงในด้านที่อยู่อาศัยและยุติปัญหาการไล่รื้อได้ แต่ในมิติความมั่นคงของครอบครัวและ

                  ปัจเจกยังเป็นปัญหาที่ยังต้องแก้ไขกันต่อไป
                        กล่าวโดยสรุปแล้ว แนวทางการทำางานของเอ็นจีโอกับชุมชนแออัดนั้น มีหลักการ คือ การ

                  พยายามทำาให้ชาวบ้านสามารถแก้ไขปัญหาของตนเองได้ ผ่านการรวมกลุ่ม เครือข่าย ซึ่งมีหลาย
                  รูปแบบ ทั้งสหชุมชน กลุ่มออมทรัพย์ รวมทั้งการผลักดันแก้ไขปัญหาเชิงนโยบาย แต่ปัญหาจากการ

                  ทำางานก็พบว่า ยังไม่สามารถสร้างความร่วมมือกันในระดับชุมชนได้เท่าใดนัก เพราะกระบวนการ
                  ทำางานขององค์กรพัฒนาเอกชนเป็นการเข้าหาผู้นำาเป็นหลัก ดังนั้นกระบวนการแก้ไขปัญหา

                  คนจนเมืองจึงมีผู้นำาชุมชนเป็นผู้เล่นสำาคัญซึ่งในบางครั้งปราศจากการมีส่วนร่วมจากประชาชนใน
                  ชุมชนและผู้ด้อยโอกาสจริงๆ โดยอรรถจักร สัตยานุรักษ์ (อ้างถึงใน ม.ร.ว. อคิน รพีพัฒน์ ๒๕๔๒, น.

                  ๕๙) ได้ตั้งข้อสังเกตโดยฝากคำาถามให้ชวนคิดว่า

                             “หากเป้าหมายการพัฒนาชุมชนแออัดอยู่ที่การเพิ่มศักยภาพของชาวบ้าน
                             ให้สามารถจัดการปัญหาตนเองได้ ก็จำาเป็นอย่างยิ่งที่ต้องศึกษาวัฒนธรรม

                             หรือความสัมพันธ์ทางสังคมที่ดำารงอยู่ในชุมชนอย่างถ่องแท้”


                  ๔.๖  ความท้าทายของเอ็นจีโอกับการทำางานในอนาคต

                        งานศึกษาวิจัยของสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (๒๕๕๑) ชี้ให้เห็นถึงความน่ากังวล

                  ในอนาคตขององค์กรพัฒนาเอกชนว่า หากองค์กรพัฒนาเอกชนไม่ได้รับเงินอุดหนุนแล้วจะเป็นอย่างไร
                  รวมถึงเมื่อสภาพการณ์ทางการเมืองที่ชาวบ้าน ชุมชน สามารถเชื่อมต่อกับฐานอำานาจทางการเมือง

                  ได้โดยตรงแล้ว บทบาทและความจำาเป็นขององค์กรพัฒนาเอกชนยังจะมีอยู่ต่อหรือไม่ ประสบการณ์
                  จากต่างประเทศพบว่า องค์กรพัฒนาเอกชนจำาเป็นต้องปรับเปลี่ยนแนวทางและวิธีการทำางานมา

                  สื่อสารกับสังคมวงกว้างที่มากขึ้น เรียนรู้ถึงการแสวงหาความร่วมมือจากภาคธุรกิจ – กลไกราชการ
                  ให้มากขึ้น

                        ขณะเดียวกัน ในช่วง ๑ -๒ ปีนี้ ผู้ศึกษาเองได้มีโอกาสสำารวจข้อจำากัดขององค์กรพัฒนาเอกชน

                  จากการสัมภาษณ์ผู้บริหารองค์กร พบประเด็นน่าสนใจ ดังนี้
                        f  เงินทุน  เงินทุนหลักเป็นเงินให้ความช่วยเหลือจากต่างประเทศที่ปัจจุบันมีแนวโน้มลดลง

                           (ดังตัวอย่างองค์กรที่ทำางานด้านเด็กที่กล่าวถึงในข้างต้น)  ขณะที่การหารายได้ขององค์กร
                           พัฒนาเอกชนในด้านอื่นๆ ไม่ว่าจะเป็นงานรับจ้างทำางานวิจัย งานฝึกอบรม หรือการ
   83   84   85   86   87   88   89   90   91   92   93