Page 84 - รายงานการศึกษาบทบาทของภาคประชาสังคมในการคุ้มครองสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมือง
P. 84
82 รายงานการศึกษา บทบาทของภาคประชาสังคมในการคุ้มครองสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมือง
ภาคเหนือ) และสถาบันการจัดการทางสังคม ซึ่งประยุกต์ใช้ในบริบทของป่าชุมชนและเกษตรทาง
เลือก ซึ่งอยู่ภายใต้แนวคิดการจัดการตนเองและการพึ่งตนเอง เนื่องจากเล็งเห็นข้อจำากัดของภาครัฐ
และการเมืองระดับทางการที่ไม่สามารถแก้ไขปัญหาและพัฒนาผู้คนได้ เมื่อเวลาผ่านไปทางผู้คิด
ริเริ่มจึงจัดเวทีสัมมนา แลกเปลี่ยนประสบการณ์กับนักวิชาการ รวมทั้งนักพัฒนาหลายครั้ง อีกทั้งถอด
บทเรียนการเรียนรู้การบริหารจัดการชุมชนจากเกาหลีใต้ ญี่ปุ่น ฟิลิปปินส์ อินโดนีเซีย ฝรั่งเศสและ
อังกฤษ ภายหลังจากนั้นก็มีสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนหรือ พอช. เข้ามาเกี่ยวข้อง การขับเคลื่อนงาน
ที่เห็นเป็นรูปธรรมกับแนวคิดจังหวัดจัดการตนเอง นั้นคือ การพยายามเชื่อมโยงภาคีเครือข่ายเพื่อ
การพัฒนาจากภาคส่วนต่างๆ เช่น สมัชชาปฏิรูปแห่งประเทศไทย สภาพัฒนาการเมือง (สพม.)
สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (พอช.) มาเข้าร่วมด้วย รวมทั้งเสนอแผนพื้นที่จัดการตนเองและจังหวัด
ปฏิรูปขึ้น เช่น การผลักดันร่างพระราชบัญญัติระเบียบราชการเชียงใหม่มหานคร ปัตตานีมหานคร
ผ่านเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้เพื่อขยายฐานความรู้ ประสบการณ์การพัฒนาเมืองและท้องถิ่น (พรศักดิ์
ชัยศรี, มปป., ออนไลน์)
จะเห็นได้ว่า บทบาทขององค์กรพัฒนาเอกชนต่อแนวคิดจังหวัดจัดการตนเองนั้น เอ็นจีโอ
เป็นส่วนหนึ่งของการคิดริเริ่ม (Initiation) และการประสานภาคีเครือข่ายเพื่อสร้างการเรียนรู้
การจัดเวทีเพื่อกระจายความรู้ (Knowledge distribution) การสร้างเครือข่ายสภาองค์กรชุมชนเพื่
อความเข้มแข็ง แม้ว่าจะเกี่ยวข้องกับการกระจายอำานาจกับการจัดการตนเองกับท้องถิ่นโดยตรง
แต่กระนั้นก็เกี่ยวข้องกับการจัดการชุมชนเมืองในต่างจังหวัดที่มีแนวโน้มจะขยายตัวอย่างต่อเนื่อง
เฉกเช่นจังหวัดเชียงใหม่ที่มีประชากรจำานวนมหาศาล สภาพทางเศรษฐกิจผลิตภัณฑ์มวลรวมสูง
เป็นอันดับหนึ่งของภาคเหนือ และจะขยายต่อไปในจังหวัดต่างๆ ที่มีทุนทางสังคมและวัฒนธรรม
ที่เหนียวแน่น เช่น เชียงราย แม่ฮ่องสอน น่าน ขอนแก่น ตัวอย่างขององค์กรพัฒนาเอกชนที่ทำา
หน้าที่นี้ได้แก่ กลุ่มกรีนพีช กลุ่มฮักเมืองน่าน กลุ่มแม่หญิงกับการพัฒนา กลุ่มสมัชชาสุขภาพ ฯลฯ
ภายใต้หลักคิด “ลดอำานาจรัฐ เพิ่มอำานาจประชาชน” และในปัจจุบันแนวคิดจังหวัดจัดการตนเอง
ได้แพร่หลายไปกว่า ๔๕ จังหวัด บทบาทที่องค์กรพัฒนาเอกชนจะต้องทำาต่อไปคือการเป็นผู้ระดมทุน
สนับสนุนการเคลื่อนไหว ขยายฐานความรู้ผ่านเวทีแลกเปลี่ยนกับทุกฝ่ายทั้งภาครัฐและสื่อสารมวลชน
เพื่อปลุกจิตสำานึกความเป็นพลเมืองกับประชาชนทั่วไป และที่จะลืมเสียไม่ได้เลยคือการสร้างฐาน
องค์กรเครือข่ายชุมชนที่เข้มแข็งด้วย (พรศักดิ์ ชัยศรี, มปป., ออนไลน์) สุดท้ายแล้วก็กลับเข้ามาสู่
หลักคิดพื้นฐานว่าด้วยเรื่องการเมืองภาคประชาชนและขบวนการเคลื่อนไหวทางสังคมผ่าน
กระบวนการพัฒนาแนวภูมิปัญญาและรากฐานทางวัฒนธรรม
นายพรเทพ บูรณะบุรีเดช ผู้แทนสหพันธ์พัฒนาองค์กรชุมชนคนจนเมืองแห่งชาติ (สอช.)
(ออนไลน์, ๒๕๕๕) มองว่า ประเทศไทยกำาลังจะเข้าสู่การเปิดประชาคมอาเซียน ปี ๒๕๕๘ จะยิ่งมี
การแย่งชิงทรัพยากรที่อยู่อาศัยและที่ดินทำากินในประเทศเพิ่มสูงขึ้น รัฐจะต้องมีนโยบายหรือมาตรการ
คุ้มครองสิทธิพี่น้องประชาชนไทยในการครอบครองที่ดิน เพื่อการอยู่อาศัยและทำากินในประเทศ

