Page 90 - รายงานการศึกษาบทบาทของภาคประชาสังคมในการคุ้มครองสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมือง
P. 90
88 รายงานการศึกษา บทบาทของภาคประชาสังคมในการคุ้มครองสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมือง
f บุคลากร มีการปรับเปลี่ยน และได้รับค่าตอบแทนต่ำากว่าบริษัทเอกชนและราชการ
อีกทั้ง ผู้วิจัยยังพบว่า โครงสร้างประชากรของเจ้าหน้าที่ในองค์กรมีช่องว่างระหว่างวัย
เนื่องจากระดับผู้นำาขององค์กรมักเป็นบุคคลใน generation B มีอุดมการณ์ต่อต้าน
ทุนนิยม ไม่ชอบบริษัท ไม่คุยกับธุรกิจ และสำาหรับ IT เป็นเพียงผู้ใช้งานทั่วไป ซึ่งแตกต่าง
จากนักพัฒนารุ่นใหม่ที่เปิดกว้าง มองเห็นโอกาสที่จะเข้าไปใช้ทรัพยากรจากเอกชน
ไม่ปฏิเสธทุนนิยม และสำาหรับ IT เขาเป็นผู้ควบคุมและใช้มันขับเคลื่อนสังคม ตัวอย่างคือ
กรณีของ มูลนิธิโลกสีเขียว ที่มีแนวโน้มจะปิดตัวลงในช่วงสิ้นปีนี้ ด้วยเหตุผลที่คนรุ่นใหม่
เห็นว่า การทำางานภายใต้ความเป็น “องค์กร” มีภาระที่ต้องจัดการจำานวนมากและต้องใช้
งบประมาณสูง ขณะที่การทำางานในปัจจุบัน ปัจเจกชนคนรุ่นใหม่สามารถทำางานได้ด้วย
ตัวเอง อยู่ที่ไหนก็ทำางานได้ ภายใต้เครือข่ายสารสนเทศ และเครือขายบุคคลที่มีอยู่
f ความสัมพันธ์กับองค์กรชาวบ้าน – ประชาชน : การเคลื่อนตัวของสังคมหลังรัฐบาล
นายทักษิณ ได้ทำาให้องค์กรชาวบ้านจำานวนมากมีช่องทางการเข้าถึงแหล่งทรัพยากร
อำานาจการต่อรองกับนักการเมืองได้มากขึ้น มีการเมืองฝ่ายทุนเป็นที่พึ่ง (ซึ่งนั่นทำาให้
ชาวบ้านตระหนักว่าอำานาจของเขาอยู่ที่การเลือกตั้ง) และไม่ได้พึ่งพาองค์กรพัฒนาเอกชน
เช่นเดิม (ซึ่งจำานวนมากขาดความเชื่อมั่นในนักการเมืองและประชาธิปไตยแบบตัวแทน)
อีกทั้งยังพบว่า การที่ประเด็นปัญหามีความซับซ้อน และทับซ้อนกันขององค์กรที่เกี่ยวข้อง
องค์กรพัฒนาเอกชน อย่าง มูลนิธิพัฒนาเยาวชนในเขตชนบท ที่เคยทำางานกับแรงงานอพยพจาก
อีสาน จำาเป็นต้องหันมาทำางานกับบุคคลไร้สถานะ เช่น แรงงานพม่า ซึ่งประเด็นปัญหามีความ
ซับซ้อนและต้องทำาความเข้าใจมากกว่าเดิมมาก ไม่ว่าจะเป็นเรื่องความมั่นคงของชาติ ประเด็นเรื่อง
สิทธิในการเข้าถึงบริการขั้นพื้นฐานของรัฐ (ทั้งรัฐส่วนกลางและรัฐท้องถิ่น) เช่น การศึกษาแก่บุตร
การดูแลสุขภาพ ประเด็นเรื่องสาธารณสุข ยาเสพติด โรคสัมพันธ์ทางเพศ ประเด็นเรื่องความ
เป็นพลเมืองรวม แม้กระทั่งประเด็นเรื่องของงบประมาณแผ่นดิน ซึ่งนั่นทำาให้เครื่องมือที่จะใช้ใน
การทำางานกับกลุ่มเป้าหมายในลักษณะเช่นนี้จำาเป็นต้องได้รับการปรับปรุง และพัฒนาให้สอดคล้อง
มากยิ่งขึ้น
st
ส่วนในมิติอื่นๆ นั้น งานวิจัยที่ชื่อ The 21 Century NGO ซึ่งเป็นความร่วมมือระหว่าง
Sustain Ability, UNDP และ UN Global Compact (2003) ทำาการวิจัยเพื่อสำารวจบริบทการทำางาน
ที่เปลี่ยนไปขององค์กรพัฒนาเอกชน พยายามมองหาข้อจำากัดและโอกาสใหม่ๆ สำาหรับอนาคต
โดยทำาการสัมภาษณ์ผู้นำาขององค์กรพัฒนาเอกชนทั่วโลกเกือบ ๒๐๐ คน ถึงการเปลี่ยนแปลงที่จะ
เกิดขึ้นในอนาคตขององค์กรพัฒนาเอกชน และได้สรุปมิติการเปลี่ยนแปลงที่สำาคัญขององค์กรพัฒนา
เอกชนจากศตวรรษ ที่ ๒๐ สู่ศตวรรษ ที่ ๒๑ ไว้ตามตาราง ดังนี้

