Page 86 - รายงานการศึกษาบทบาทของภาคประชาสังคมในการคุ้มครองสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมือง
P. 86
84 รายงานการศึกษา บทบาทของภาคประชาสังคมในการคุ้มครองสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมือง
นั่นทำาให้ในช่วงเวลาดังกล่าว เป็นงานที่เฟืองฟูอย่างมาก คุณูปการของงานรณรงค์ คือ
สร้างกระบวนการเรียนรู้ที่ช่วยยกระดับความเข้าใจปัญหาเชิงโครงสร้าง ที่มีผลกระทบกับความยากจน
ของชาวบ้าน มองเห็นปัจจัยเงื่อนไขความอยากจนที่มิใช่เกิดขึ้นจากปัจจัยเฉพาะตัว (เช่น เรื่องความ
ขี้เกียจ ไม่ฉลาด เป็นต้น) แต่เป็นปัญหาจากโครงสร้างเศรษฐกิจ สังคมและการเมือง
จีรวรรณ อรุณรังสี เจ้าหน้าที่มูลนิธิพัฒนาที่อยู่อาศัย (อ้างถึงในสุวัฒน์ คงแป้น, ๒๕๔๕,
น. ๑๗ - ๒๐) ได้อธิบายแนวทางการทำางานขององค์กรพัฒนาเอกชนกับชาวบ้านชุมชนใต้สะพานว่า
องค์กรพัฒนาเอกชนต้องการให้ชาวบ้านมองเห็นปัญหาของตนเองแล้วรวมตัวกันตั้งแต่ในสะพาน
เดียวกัน ขยายไปสู่เพื่อนพ้องต่างสะพานเพราะจะทำาให้เกิดพลังในการต่อรองต่อสู้เรื่องที่อยู่อาศัยได้
เช่น กรณีชุมชนฉลองกรุง เขตลาดกระบัง ขยายออกไปสู่ชุมชนอื่นๆ เรื่อยๆ จนกลายเป็น “กลุ่ม
พัฒนาชุมชนใต้สะพาน” อันมีสมาชิกเริ่มจาก ๑๖ สะพานในเขตกรุงเทพมหานคร ทั้งนี้ การทำางาน
กับชาวบ้านใต้สะพานซึ่งเป็นคนจนเมืองนี้ต้องใช้ระยะเวลานานในระยะแรกกว่าจะพูดกันรู้เรื่อง
หรือการทำาให้ชาวบ้านไว้ใจหรือเชื่อใจนั้นต้องใช้เวลานาน นอกจากนี้ ในการรวมกลุ่มทำาให้ชาว
ใต้สะพานมีความมั่นใจมากขึ้นที่จะทำางานก้าวต่อไป โดยพวกเขาปฏิเสธการย้ายไปอยู่ในที่ดินที่
การเคหะจัดให้ที่ฉลองกรุง เพราะไกลจากที่ทำากิน จึงขอต่อรองเพื่อจัดที่ดินด้วยตนเอง อีกทั้งขอ
เข้าไปมีส่วนร่วมในการจัดระบบชุมชนใหม่ซึ่งการเคหะก็ยอมรับข้อเสนอของพวกเขา
จุดแข็งที่ทำาให้องค์กรพัฒนาเอกชนที่ทำาหน้าที่แก้ไขปัญหาความยากจน คือ องค์กรพัฒนา
เอกชนมีบทบาทในการเปิดเวทีชาวบ้าน โดยใช้กระบวนการกลุ่มเป็นเครื่องมือ เปิดโอกาสให้ชาวบ้าน
ได้ร่วมคิดอวางแผน วิเคราะห์ แสวงหาคำาตอบของปัญหา และวิธีการของตนเอง เอื้ออำานวยให้เกิด
กระบวนการเรียนรู้ ขณะเดียวกันนั้น องค์กรพัฒนาเอกชนที่เป็นศูนย์กลางในเขตเมือง สวมบทบาท
การเป็น “สะพานเชื่อม” ให้ชาวบ้านสามารถเรียกร้อง เสนอแนะทางออกเชิงนโยบายกับหน่วยงานรัฐ
นักวิชาการ อันเป็นการเปิดพื้นที่และลดช่องว่างการทำางานระหว่างประชาชน นักวิชาการ และ
เจ้าหน้าที่รัฐลดน้อยลง (จตุรงค์ บุณรัตนสุนทร,อ้างแล้ว, น. ๑๙๑-๑๙๒)
อย่างไรก็ตามที่ผ่านมานั้นวิธีการทำางานขององค์กรพัฒนาเอกชนใช้ยุทธศาสตร์ที่เน้น “กลุ่ม”
และ “การรวมกลุ่ม” ผ่านกิจกรรมต่างๆ เช่น การประชุม การดูงาน แต่ก็เข้าถึงเพียงแต่ผู้นำาชุมชน
ซึ่งอาจจะไม่ใช่คนจนโดยตรง ประเด็นนี้ถือเป็นข้อสังเกตที่อาจเป็นจุดอ่อนของการทำางานเอ็นจีโอ
อีกทั้งยังละเลยบทบาทของผู้หญิงและละเลยประเด็นความเสมอภาคทางเพศด้วย นอกจากนี้ใน
ปัจจุบันองค์กรพัฒนาเอกชนได้แยกตัวจากองค์กรขนาดใหญ่กลายเป็นองค์กรพัฒนาเอกชนขนาด
เล็ก โดยมีผู้ปฏิบัติงานเพียงไม่กี่คน ทั้งยังต้องสวมบทบาทหลากหลายบทบาทเพราะสภาพปัญหาของ
คนจนซับซ้อนและทวีความรุนแรงมากยิ่งขึ้น
หลังปีพ.ศ. ๒๕๓๖ องค์กรทุนต่างประเทศเริ่มขยับถอนตัว เนื่องจากการที่เศรษฐกิจไทยเติบโต
อย่างมากจากนโยบายการเปลี่ยนสนามรบเป็นสนามการค้าในช่วงต้นปีพ.ศ. ๒๕๓๐ มีผลให้ Foster
จำาเป็นต้องปิดตัวลง ส่งผลให้ขบวนการของ NGO สายเมืองเริ่มแผ่วลง (เนื่องจาก Foster เป็นองค์กร

