Page 57 - รายงานการประเมินสถานการณ์สิทธิมนุษยชนในประเทศไทยและรายงานผลการปฏิบัติงานประจำปี 2556
P. 57
56 รายงานการประเมินสถานการณ์สิทธิมนุษยชนในประเทศไทย และรายงานผลการปฏิบัติงานประจำาปี ๒๕๕๖
หลีกเลี่ยงไม่ได้ ดังนั้น รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๕๐ จึงให้ความคุ้มครองสิทธิของ
บุคคลในเรื่องนี้โดยการกำาหนดให้รัฐจะต้องดำาเนินนโยบายพื้นฐานด้านกระบวนการยุติธรรม ใน ๓ ประเด็น
หลัก ได้แก่ การดูแลการปฏิบัติและการบังคับใช้กฎหมายของเจ้าหน้าที่ของรัฐ การคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ
ของบุคคล และการจัดให้มีกฎหมายเพื่อจัดตั้งองค์กรปฏิรูปด้านกฎหมายและกระบวนการยุติธรรม ทั้งนี้
เพื่อให้เป็นหลักประกันในการคุ้มครองสิทธิของบุคคลมิให้ได้รับผลกระทบจากการดำาเนินกระบวนการ
ยุติธรรมของรัฐเกินกว่ากรณีที่จำาเป็น โดยต่อมา รัฐบาลได้แถลงต่อรัฐสภาว่าจะดำาเนินนโยบายด้าน
กระบวนการยุติธรรมอย่างครอบคลุม ทั้งประเด็นด้านกฎหมาย มาตรการ และการบังคับใช้กฎหมายของ
เจ้าหน้าที่ของรัฐ ตลอดจนการดำาเนินการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมในเชิงรุกโดยกระบวนการ
มีส่วนร่วมของประชาชน แถลงการณ์ดังกล่าวแสดงออกถึงความมุ่งมั่นและความพยายามของรัฐบาล
ที่จะปรับปรุงและแก้ไขมาตรการของรัฐ รวมถึงการปฏิบัติของเจ้าหน้าที่รัฐในการอำานวยความยุติธรรม
แก่ประชาชน ให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและสอดคล้องกับหลักการของสิทธิมนุษยชน
ในปี ๒๕๕๖ จะเห็นได้ว่า มีสถานการณ์ด้านสิทธิในกระบวนการยุติธรรมที่เป็นความ
ก้าวหน้า คือ การที่รัฐบาลให้ความสำาคัญต่อข้อเสนอเกี่ยวกับการยกเลิกการใช้เครื่องพันธนาการต่อ
ผู้ต้องขังขององค์กรภายในและระหว่างประเทศอย่างจริงจัง จนกระทั่งนำามาสู่มาตรการปลดตรวน
ผู้ต้องขังเป็นครั้งแรก เมื่อวันที่ ๑๕ พฤษภาคม ๒๕๕๖ ที่เรือนจำากลางบางขวาง จังหวัดนนทบุรี อันถือ
ได้ว่า รัฐบาลได้ให้ความสำาคัญและเคารพต่อหลักศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ และสมควรที่ทุกภาคส่วน
จะสนับสนุนการดำาเนินการของรัฐบาลในเรื่องนี้ให้ขยายและนำาไปสู่การปฏิบัติที่ครอบคลุมทุกเรือนจำา
และทัณฑสถานต่อไป
นอกจากนี้ สถานการณ์ด้านสิทธิในกระบวนการยุติธรรมที่เป็นความก้าวหน้าอีก
ประการหนึ่ง คือ แนวคิดและการดำาเนินการของรัฐบาลเกี่ยวกับการยกเลิกโทษประหารชีวิต ที่องค์กร
ภาครัฐและองค์กรพัฒนาเอกชน ได้ให้ความสำาคัญในเรื่องนี้อย่างจริงจัง จนกระทั่งกรมคุ้มครองสิทธิ
และเสรีภาพได้ผลักดันเรื่องดังกล่าวให้อยู่ในแผนสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ฉบับที่ ๓ พ.ศ. ๒๕๕๗-๒๕๖๑
ด้วยการเสนอให้ปรับเปลี่ยนโทษประหารชีวิตเป็นจำาคุกตลอดชีวิตแทน การดำาเนินการของหน่วยงาน
ของรัฐดังกล่าวนี้ ถือเป็นการดำาเนินการที่สอดคล้องกับหลักการด้านสิทธิมนุษยชนตามรัฐธรรมนูญ
และปฏิญญาสากลว่าด้วยสิทธิมนุษยชนให้การรับรองไว้ ในการที่จะต้องพึงเคารพในคุณค่าของชีวิตมนุษย์

