Page 58 - รายงานการประเมินสถานการณ์สิทธิมนุษยชนในประเทศไทยและรายงานผลการปฏิบัติงานประจำปี 2556
P. 58

57

                                      รายงานการประเมินสถานการณ์สิทธิมนุษยชนในประเทศไทย และรายงานผลการปฏิบัติงานประจำาปี ๒๕๕๖







                           ด้วยการไม่ทำาลายชีวิตของมนุษย์โดยเฉพาะการที่รัฐเป็นผู้กระทำาเสียเอง ซึ่งรัฐบาลก็สมควรจะหามาตรการ
                           หรือวิธีการลงโทษบุคคลที่เป็นผู้กระทำาความผิดตามกฎหมายอาญาหรือเป็นอาชญากรร้ายแรงของสังคม

                           ด้วยวิธีการที่สามารถลดจำานวนการกระทำาความผิดให้ได้อย่างมีประสิทธิภาพต่อไป

                                         สำาหรับสิ่งที่เป็นความถดถอยของสถานการณ์สิทธิมนุษยชนด้านกระบวนการยุติธรรม
                           คือ การบังคับใช้บทบัญญัติแห่งพระราชบัญญัติการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร พ.ศ. ๒๕๕๑

                           ที่รัฐบาลประกาศบังคับใช้กฎหมายดังกล่าวนี้ เมื่อวันที่ ๙ ตุลาคม ๒๕๕๖ โดยที่พระราชบัญญัติดังกล่าวนี้
                           ถือว่าเป็นกฎหมายพิเศษที่มีมาตรการและการกำาหนดอำานาจหน้าที่แก่พนักงานเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติหน้าที่

                           ตามกฎหมายในการจำากัดสิทธิเสรีภาพของประชาชน ตามที่รัฐธรรมนูญให้การรับรองและคุ้มครองไว้
                           หลายด้าน และบรรดาข้อกำาหนด ประกาศ คำาสั่ง หรือการกระทำาของพนักงานเจ้าหน้าที่ตามพระราช

                           บัญญัตินี้ ไม่อยู่ในบังคับตามกฎหมายว่าด้วยวิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง ดังที่อธิบายไว้แล้ว การบังคับ
                           ใช้กฎหมายนี้ จึงสุ่มเสี่ยงต่อการดูแลการปฏิบัติและการบังคับใช้กฎหมายของเจ้าหน้าที่ของรัฐที่อาจจะ

                           ทำาให้ประชาชนได้รับผลกระทบจากการดำาเนินกระบวนการยุติธรรมของรัฐเกินกว่ากรณีที่จำาเป็น  อันเป็น
                           การไม่คุ้มครองสิทธิและเสรีภาพของบุคคลตามภารกิจหน้าที่ของรัฐ  ดังนั้น รัฐบาลจึงสมควรที่จะต้อง

                           พิจารณาอย่างรอบคอบถึงเหตุผลและความจำาเป็นก่อนที่จะบังคับใช้กฎหมายลักษณะนี้อีกในอนาคต

                                         นอกจากนี้ การปรากฏข้อเท็จจริงว่า กสม. ยังคงได้รับเรื่องร้องเรียนกล่าวอ้างว่า
                           เจ้าหน้าที่ของรัฐในกระบวนการยุติธรรมกระทำาการอันไม่เป็นไปตามกฎหมายและหลักสิทธิมนุษยชน

                           ตามที่รัฐธรรมนูญและหลักสิทธิมนุษยชนสากลได้รับรองไว้  โดยมีการเพิ่มขึ้นของคำาร้องในทางสถิติ
                           อย่างมีนัยสำาคัญ ซึ่งสถิติดังกล่าวก็ยังคงแสดงให้เห็นถึงแนวโน้มความคงอยู่ของการกระทำาหรือการละเลย

                           การกระทำาของเจ้าหน้าที่ของรัฐในกระบวนการยุติธรรมที่อาจเพิ่มสูงขึ้นเรื่อยๆ อันไม่สอดคล้องกับนโยบาย
                           พื้นฐานของรัฐด้านกระบวนการยุติธรรม ที่รัฐต้องดูแลการปฏิบัติและการบังคับใช้กฎหมายของเจ้าหน้าที่

                           ของรัฐ และนโยบายของรัฐบาลที่ต้องปรับปรุงและแก้ไขมาตรการของรัฐ  รวมถึงการปฏิบัติของเจ้าหน้าที่
                           รัฐในการอำานวยความยุติธรรมแก่ประชาชน ให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและสอดคล้องกับหลักการ

                           ของสิทธิมนุษยชน  ดังนั้น รัฐบาลจึงต้องเร่งดำาเนินการทั้งทางนโยบายและการปฏิบัติอย่างเข้มงวด
                           ให้มากขึ้น เพื่อให้เจ้าหน้าที่ของรัฐในกระบวนการยุติธรรมตระหนักในสิทธิมนุษยชนและสามารถอำานวย

                           ความยุติธรรมให้กับประชาชนได้อย่างแท้จริงต่อไป
   53   54   55   56   57   58   59   60   61   62   63