Page 53 - รายงานการประเมินสถานการณ์สิทธิมนุษยชนในประเทศไทยและรายงานผลการปฏิบัติงานประจำปี 2556
P. 53

52       รายงานการประเมินสถานการณ์สิทธิมนุษยชนในประเทศไทย และรายงานผลการปฏิบัติงานประจำาปี ๒๕๕๖










                                            สำาหรับการบังคับใช้กฎหมายของเจ้าหน้าที่ของรัฐในกระบวนการยุติธรรมโดย
                        ทั่วไปนั้น ยังปรากฏกรณีร้องเรียนจากผู้ต้องหา จำาเลย และผู้ต้องขัง ว่าในการดำาเนินการตามกระบวนการ

                        ยุติธรรมของเจ้าหน้าที่ของรัฐ  ทั้งในระดับของเจ้าหน้าที่ตำารวจ พนักงานอัยการ ศาลยุติธรรม และ
                        เจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์ ยังมีการกระทำาที่เป็นการกระทบและละเมิดต่อสิทธิและเสรีภาพ โดยเฉพาะการ

                        กระทำาต่อสิทธิและเสรีภาพในชีวิตและร่างกาย และสิทธิในกระบวนการยุติธรรม อันเป็นสิ่งที่รัฐธรรมนูญ
                        แห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๕๐ ให้การรับรองและคุ้มครองไว้ ซึ่งจากข้อมูลในรอบปี ๒๕๕๖

                        พบว่า มีเรื่องร้องเรียนด้านสิทธิในกระบวนการยุติธรรม จำานวน ๑๓๒ คำาร้อง จากจำานวนเรื่องร้องเรียน
                        ที่ กสม. ได้รับ รวมถึงเรื่องที่ กสม. เห็นสมควรให้มีการตรวจสอบการละเมิดสิทธิมนุษยชน ทั้งหมด ๖๒๘
                              ๙
                        คำาร้อง   คิดเป็นร้อยละ ๒๑.๐๒  โดยเมื่อเปรียบเทียบกับสถิติของปี ๒๕๕๕ ที่พบว่า มีเรื่องร้องเรียน
                        ด้านสิทธิในกระบวนการยุติธรรม จำานวน ๑๒๗ คำาร้อง จากจำานวนเรื่องร้องเรียนที่ กสม. ได้รับ รวมถึง

                        เรื่องที่ กสม. เห็นสมควรให้มีการตรวจสอบการละเมิดสิทธิมนุษยชน ทั้งหมด ๗๐๔ คำาร้อง คิดเป็น
                        ร้อยละ ๑๘.๐๔  อันเป็นข้อสังเกตสำาคัญประการหนึ่งว่า อาจจะมีการกระทำาหรือการละเลยการกระทำา

                        อันเป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชนที่เกิดจากการบังคับใช้กฎหมายโดยเจ้าหน้าที่ของรัฐในกระบวนการ
                        ยุติธรรมที่มีแนวโน้มเพิ่มมากขึ้น ตามข้อมูลในเชิงสถิติแม้จากการตรวจสอบของ กสม. หลายกรณี

                        ไม่อาจจะแสวงหาพยานหลักฐานเพื่อยืนยันพิสูจน์ได้ว่ามีการกระทำาดังกล่าวเกิดขึ้นจริงหรือไม่ อย่างไร
                        แต่ก็ยังคงถือเป็นสถานการณ์ด้านสิทธิในกระบวนการยุติธรรมที่น่ากังวลอย่างต่อเนื่อง




                                      (๒)  การยกเลิกโทษประหารชีวิต

                                            ประเทศไทยมีโทษประหารชีวิตเป็นโทษ
                        ขั้นสูงสุด ซึ่งบัญญัติไว้ในประมวลกฎหมายอาญา การประหารชีวิต

                        ของไทยได้เปลี่ยนวิธีการจากการยิงเป้ามาเป็นฉีดยาหรือสารพิษ

                        ตามพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา (ฉบับที่ ๑๖) พ.ศ. ๒๕๔๖ มาตรา ๑๙ ซึ่ง
                        การระวางโทษประหารชีวิตของไทยมิได้ใช้เฉพาะกรณีอาชญากรรมร้ายแรงสูงสุดเท่านั้น  แต่ยังนำามาใช้
                        กับคดีการค้ายาเสพติดด้วย โดยสถิติผู้ต้องโทษประหารชีวิต (ข้อมูล ณ วันที่ ๓๐ กันยายน ๒๕๕๖)

                        มีจำานวนทั้งสิ้น ๖๙๔ ราย เป็นนักโทษเด็ดขาด ๑๑๒ ราย และนักโทษระหว่างอุทธรณ์และฎีกาอีก

                        ๕๘๒ ราย โดยในจำานวนผู้ต้องโทษประหารชีวิตที่เป็นนักโทษเด็ดขาดนั้นเป็นนักโทษคดียาเสพติด
                                                             ๑๐
                        ๔๙ ราย และนักโทษคดีอาญาทั่วไป ๖๓ ราย   ซึ่งในรายงานสถานการณ์โทษประหารชีวิตและการ







                        ๙    ฐานข้อมูลเรื่องร้องเรียนทางอิเล็กทรอนิคส์ของสำานักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ
                        ๑๐ ข้อมูลจาก (http://www.abolitionthai.com/index.php/๒-articles/๘-๒๕๕๖๖)
   48   49   50   51   52   53   54   55   56   57   58