Page 54 - รายงานการประเมินสถานการณ์สิทธิมนุษยชนในประเทศไทยและรายงานผลการปฏิบัติงานประจำปี 2556
P. 54

53

                                      รายงานการประเมินสถานการณ์สิทธิมนุษยชนในประเทศไทย และรายงานผลการปฏิบัติงานประจำาปี ๒๕๕๖







                           ประหารชีวิต ในปี ๒๕๕๖ (Death Sentences and Executions in 2013) ของแอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล
                           ยืนยันว่า แนวโน้มทั่วโลกมุ่งสู่การยกเลิกโทษประหารชีวิต โดยในปี ๒๕๕๖ มีเพียง ๒๒ ประเทศที่มี

                           การลงโทษประหารชีวิตจริง ลดลงจากปี ๒๕๓๗ และปี ๒๕๔๕ ซึ่งมีประเทศที่ลงโทษประหารชีวิตจริง
                           จำานวน ๓๗ และ ๒๕ ประเทศ ตามลำาดับ

                                               สำาหรับประเทศไทยเริ่มมีการยอมรับในความเป็นไปได้ของการยกเลิกโทษ

                           ประหารชีวิตว่าจะต้องดำาเนินการแบบค่อยเป็นค่อยไป ซึ่งได้ทำาสำาเร็จไปแล้วในบางส่วน กล่าวคือ
                           การยกเลิกโทษประหารชีวิตในเด็กและเยาวชน ตลอดจนสตรีมีครรภ์ และการที่ประเทศไทยได้ลงมติ

                           “งดออกเสียง”  และไม่คัดค้านต่อข้อมติการพักใช้โทษประหารชีวิตในการประชุมสมัชชาใหญ่แห่ง
                           สหประชาชาติ เมื่อเดือนพฤศจิกายน ๒๕๕๕ ซึ่งเป็นครั้งแรกหลังจากที่ประเทศไทยลงมติคัดค้านมา

                           โดยตลอด  นอกจากนี้ ในแผนสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ฉบับที่ ๒ (พ.ศ. ๒๕๕๒-๒๕๕๖) ก็มีตัวชี้วัดที่
                           ระบุถึงการยกเลิกโทษประหารชีวิตในประเทศไทย โดยมีเป้าหมายสำาคัญในการที่จะให้กฎหมายที่มี

                           กำาหนดโทษประหารชีวิตได้เข้าสู่การพิจารณาของรัฐสภาให้มีการยกเลิกให้เป็นโทษจำาคุกตลอดชีวิต
                           สำาหรับในการดำาเนินการต่อไปนั้น  กรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพในฐานะที่เป็นหน่วยงานที่รับผิดชอบหลัก

                           ได้ร่วมกับมหาวิทยาลัยมหิดลและภาคีเครือข่าย เพื่อร่วมรณรงค์เปลี่ยนแปลงโทษประหารชีวิตตามหลัก
                           สิทธิมนุษยชนสากลให้เป็นไปตามแผนสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ เพื่อยกระดับกฎหมายภายในประเทศให้

                           ทัดเทียมกับหลักสิทธิมนุษยชน  โดยกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพได้ผลักดันให้วาระการเปลี่ยนแปลง
                           โทษประหารชีวิต มีการสานต่อในแผนสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ฉบับที่ ๓ (พ.ศ. ๒๕๕๗-๒๕๖๑) เพื่อยก

                           ระดับกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับสิทธิมนุษยชนภายในประเทศให้สอดคล้องกับมาตรฐานสิทธิมนุษยชนสากล
                           โดยปรากฏในแผนสิทธิมนุษยชนด้านกระบวนการยุติธรรม ซึ่งกำาหนดขั้นตอนการดำาเนินงานโดยสรุป ดังนี้

                                ๑.  เผยแพร่ให้ความรู้ด้านกฎหมายสิทธิมนุษยชนแก่บุคลากรในกระบวนการยุติธรรมและ
                                     ประชาชน โดยเฉพาะแนวคิดเรื่องศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ และสิทธิในการมีชีวิตซึ่งเป็น

                                     สิทธิขั้นพื้นฐาน
                                ๒.  พยายามดำาเนินการเพื่อประกาศพักการประหารชีวิตในทางปฏิบัติอย่างเป็นทางการทันที

                                     และสนับสนุนมติพักโทษการประหารชีวิตของที่ประชุมสมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติ
                                     โดยมีเจตจำานงที่จะออกกฎหมายให้เปลี่ยนแปลงโทษประหารชีวิต ในปี ๒๕๕๗

                                ๓.  เสนอแก้ไขกฎหมายเพื่อลดจำานวนความผิดทางอาญาที่มีบทลงโทษประหารชีวิต โดยเฉพาะ
                                     อาชญากรรมที่ไม่ถือเป็นอาชญากรรมอุกฉกรรจ์ ภายในปี ๒๕๖๐

                                ๔.  ลงนามและให้สัตยาบันรับรองพิธีสารเลือกรับ ฉบับที่ ๒ ของกติการะหว่างประเทศว่าด้วย
                                     สิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมือง เรื่อง มุ่งยกเลิกโทษประหารชีวิต ภายในปี ๒๕๖๑

                                ๕.  สร้างเรือนจำาความมั่นคงสูงเพื่อรองรับนักโทษประเภทคดีอุกฉกรรจ์
   49   50   51   52   53   54   55   56   57   58   59