Page 168 - รายงานการประเมินสถานการณ์สิทธิมนุษยชนในประเทศไทยและรายงานผลการปฏิบัติงานประจำปี 2556
P. 168

167

                                      รายงานการประเมินสถานการณ์สิทธิมนุษยชนในประเทศไทย และรายงานผลการปฏิบัติงานประจำาปี ๒๕๕๖







                           รัฐธรรมนูญฯ ได้แก่ กฎหมายว่าด้วยองค์การอิสระด้านสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ ตามมาตรา ๖๗ วรรคสอง
                           กฎหมายว่าด้วยมาตรการการคลังเพื่อสิ่งแวดล้อม  ตามหลักการผู้ก่อมลพิษเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการ

                           บำาบัด (Polluter Pays Principle : PPP) และกฎหมายว่าด้วยการมีส่วนร่วมของประชาชนในกระบวนการ
                           นโยบายสาธารณะ นอกจากนี้ ควรปรับปรุงแก้ไขเพิ่มเติมบทบัญญัติแห่งพระราชบัญญัติส่งเสริมและรักษา

                           คุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๓๕ ให้สอดคล้องกับมาตรา ๖๗ วรรคสอง ของรัฐธรรมนูญฯ


                                ผลการดำาเนินการของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

                                สำานักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีแจ้งว่า โดยที่ได้มีพระราชกฤษฎีกายุบสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. ๒๕๕๖
                           ซึ่งมีผลใช้บังคับแล้วตั้งแต่วันที่ ๙ ธันวาคม ๒๕๕๖ เป็นต้นไป ประกอบกับคณะรัฐมนตรีได้มีมติเมื่อวันที่ ๑๐

                           ธันวาคม ๒๕๕๖ เรื่อง แนวปฏิบัติอันเนื่องมาจากการยุบสภาผู้แทนราษฎร และนายกรัฐมนตรีพิจารณาแล้ว
                           มีคำาสั่งให้ส่งเรื่องคืน กสม. เพื่อนำาเสนอคณะรัฐมนตรีชุดใหม่พิจารณาต่อไป




                                เรื่องที่ ๘
                                ก�รปฏิบัติที่ไม่เป็นธรรม
                                กรณีก�รกำ�หนดหลักเกณฑ์ก�รสำ�เร็จก�รศึกษ�อบรมหลักสูตรน�ยอำ�เภอเป็นเงื่อนไข

                                ในก�รเลื่อนระดับข้�ร�ชก�รกรมก�รปกครอง ซึ่งไม่เป็นไปต�มม�ตรฐ�นก�รกำ�หนดตำ�แหน่ง

                                ที่ ก.พ. กำ�หนด และเป็นก�รปิดกั้นโอก�สของผู้ที่ไม่ได้สำ�เร็จก�รศึกษ�อบรมหลักสูตรน�ยอำ�เภอ
                                ไม่ให้ได้รับก�รพิจ�รณ�เลื่อนระดับให้ดำ�รงตำ�แหน่งที่สูงขึ้น ทั้งที่มีคุณสมบัติเฉพ�ะตำ�แหน่ง
                                ตรงต�มม�ตรฐ�นที่ ก.พ. กำ�หนด

                                กสม. ได้ตรวจสอบกรณีดังกล่าวแล้วเห็นว่า การกำาหนดเงื่อนไขพิเศษเพิ่มเติมในการแต่งตั้ง

                           ข้าราชการในสายงานราชการบริหารส่วนกลาง (สายงานสนับสนุน) ระดับชำานาญการพิเศษ จากผู้สำาเร็จ
                           การศึกษาอบรมหลักสูตรนายอำาเภอ แม้ว่าจะเป็นไปโดยชอบด้วยกฎหมาย แต่มีผลกระทบต่อความ

                           ก้าวหน้าในสายงาน  สำาหรับผู้ที่ไม่มีความประสงค์จะไปดำารงตำาแหน่งนายอำาเภอ อันเป็นการปิดกั้น
                           โอกาสในการที่ข้าราชการผู้นั้นจะได้รับการแต่งตั้งให้ดำารงตำาแหน่งที่สูงขึ้นจึงเป็นการปฏิบัติที่ไม่เป็นธรรม

                           กสม. จึงมีข้อเสนอแนะเชิงนโยบายและข้อเสนอในการปรับปรุงกฎหมาย ดังนี้
                                ๑.  ในการพิจารณาบุคคลเข้าสู่ตำาแหน่งที่สูงขึ้น ควรให้ข้าราชการผู้นั้นมีโอกาสเลือกเส้นทาง

                           ความก้าวหน้าของตนเอง  หากข้าราชการผู้นั้นต้องการความก้าวหน้าในสายงานที่มุ่งไปสู่สายงาน
                           อำานวยการ ตำาแหน่งผู้อำานวยการ ระดับต้น (นายอำาเภอ) ก็สมควรกำาหนดหลักเกณฑ์การผ่านการศึกษา

                           อบรมหลักสูตรนายอำาเภอเป็นเงื่อนไขเพิ่มเติมในการแต่งตั้งให้ดำารงตำาแหน่งที่สูงขึ้น เพื่อคัดเลือกข้าราชการ
                           ที่มีความเหมาะสมกับตำาแหน่งตามนโยบายของกรมการปกครอง แต่สำาหรับข้าราชการที่ต้องการก้าวหน้า

                           ในสายงานนั้นได้ โดยไม่ต้องผ่านการศึกษาอบรมหลักสูตรนายอำาเภอ เพื่อให้การเลื่อนระดับข้าราชการ
                           เป็นไปโดยเท่าเทียมกันในทุกสายงาน และเพื่อมิให้ข้าราชการเกิดความรู้สึกว่าได้รับการปฏิบัติที่ไม่เป็นธรรม
   163   164   165   166   167   168   169   170   171   172   173