Page 171 - รายงานการประเมินสถานการณ์สิทธิมนุษยชนในประเทศไทยและรายงานผลการปฏิบัติงานประจำปี 2556
P. 171

170      รายงานการประเมินสถานการณ์สิทธิมนุษยชนในประเทศไทย และรายงานผลการปฏิบัติงานประจำาปี ๒๕๕๖










                        เตรียมรองรับการตรวจเยี่ยมของกลไกการป้องกันระดับชาติ และคณะอนุกรรมการว่าด้วยการป้องกัน
                        การทรมานของสหประชาชาติ

                              ๕.  คณะรัฐมนตรี โดยกระทรวงยุติธรรม (กรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ) สมควรพิจารณา
                        หน่วยงานที่จะทำาหน้าที่เป็นกลไกการป้องกันในระดับชาติแต่เนิ่นๆ  และเตรียมดำาเนินการที่จำาเป็น

                        เพื่อให้หน่วยงานนั้นสามารถทำาหน้าที่เป็นกลไกการป้องกันระดับชาติ รวมถึงการตรวจเยี่ยมสถานคุมขัง
                        และสถานที่อื่นใดตามที่กำาหนดในพิธีสารฯ ได้อย่างอิสระและมีประสิทธิภาพ

                              ๖.  คณะรัฐมนตรี ควรเร่งรัดการทบทวนและปรับปรุงกฎหมายภายใน เพื่อให้ประเทศไทยสามารถ
                        ให้สัตยาบันต่ออนุสัญญาระหว่างประเทศว่าด้วยการคุ้มครองมิให้บุคคลถูกบังคับให้สูญหายได้โดยเร็ว

                              ๗.  คณะรัฐมนตรี โดยกระทรวงยุติธรรม (กรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ และกรมราชทัณฑ์)
                        กระทรวงมหาดไทย สำานักงานตำารวจแห่งชาติ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ และ

                        สำานักนายกรัฐมนตรี (สำานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา) รวมทั้งสำานักงานอัยการสูงสุด สมควรทบทวน
                        กฎหมาย กฎเกณฑ์ คำาสั่ง วิธีการและแนวปฏิบัติ ในความรับผิดชอบที่อาจขัดหรือแย้งกับการคุ้มครองมิให้

                        บุคคลถูกบังคับให้สูญหายตามอนุสัญญาระหว่างประเทศนี้  กฎหมายดังกล่าว เช่น ประมวลกฎหมายอาญา
                        พระราชบัญญัติส่งผู้ร้ายข้ามแดน พ.ศ. ๒๕๕๑  กฎกระทรวงและระเบียบกรมราชทัณฑ์เกี่ยวกับการปฏิบัติ
                        ต่อผู้ต้องขัง  พระราชบัญญัติการรับเด็กเป็นบุตรบุญธรรม  พ.ศ. ๒๕๒๒  และพระราชบัญญัติคนเข้าเมือง

                        พ.ศ. ๒๕๒๒

                              ๘.  สำานักงานอัยการสูงสุด สมควรเร่งรัดจัดเตรียมบุคลากรและงบประมาณ ทั้งในสำานักงาน
                        สอบสวนที่จัดตั้งเป็นสำานักงานขึ้นใหม่ รวมทั้งสำานักงานในภูมิภาคให้มีความตระหนักและมีบทบาทใน
                        การทำาหน้าที่ตรวจสอบถ่วงดุลอำานาจ สืบสวนสอบสวนของพนักงานสอบสวน เพื่อการคุ้มครองบุคคลที่

                        ถูกกระทำาการทรมาน หรือบุคคลที่ถูกบังคับให้สูญหาย
                              ๙.  ศาลยุติธรรม สมควรเผยแพร่ความรู้และสร้างความเข้าใจแก่ผู้พิพากษาและเจ้าหน้าที่

                        กระบวนการยุติธรรมในสังกัด เช่นเดียวกับคณะรัฐมนตรี โดยกระทรวงยุติธรรม (กรมสอบสวนคดีพิเศษ
                        กรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ และกรมราชทัณฑ์) สำานักงานตำารวจแห่งชาติ กระทรวงมหาดไทย กระทรวง

                        การพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ สำานักงานอัยการสูงสุด สมควรเผยแพร่ความรู้และสร้าง
                        ความเข้าใจแก่เจ้าหน้าที่ในกระบวนการยุติธรรม และเจ้าหน้าที่อื่นที่เกี่ยวข้องในสังกัด เกี่ยวกับอนุสัญญา

                        ระหว่างประเทศว่าด้วยการคุ้มครองมิให้บุคคลถูกบังคับให้สูญหาย รวมถึงพิจารณาขอบเขตอำานาจหน้าที่
                        ของตน และความเชื่อมโยงกับอำานาจหน้าที่ของหน่วยงานอื่นในการคุ้มครองมิให้บุคคลถูกบังคับให้สูญหาย

                        ตามอนุสัญญาระหว่างประเทศนี้  นับแต่การสอบสวนและดำาเนินคดีความผิดฐานการบังคับให้บุคคล
                        สูญหาย บันทึกข้อมูลผู้ถูกคุมขังระหว่างควบคุมตัวในสถานคุมขัง  การคุ้มครองเด็กเนื่องจากการบังคับ

                        ให้บุคคลสูญหาย การส่งผู้ร้ายข้ามแดน  การชดเชยค่าเสียหายหรือฟื้นฟูเยียวยา
   166   167   168   169   170   171   172   173   174   175   176