Page 173 - รายงานการประเมินสถานการณ์สิทธิมนุษยชนในประเทศไทยและรายงานผลการปฏิบัติงานประจำปี 2556
P. 173
172 รายงานการประเมินสถานการณ์สิทธิมนุษยชนในประเทศไทย และรายงานผลการปฏิบัติงานประจำาปี ๒๕๕๖
ถูกบังคับ ซึ่งหมายรวมถึงครอบครัวและญาติของบุคคลดังกล่าว ที่จะรู้ความจริงเกี่ยวกับสภาพแวดล้อม
ของการสูญหายโดยถูกบังคับ ความก้าวหน้าและผลของการสืบสวน และชะตากรรมของบุคคลที่สูญหาย
โดยถูกบังคับ และกำาหนดให้มีกลไกรองรับการปฏิบัติตามอนุสัญญา โดยที่อนุสัญญาระหว่างประเทศ
ฉบับนี้ มีความเชื่อมโยงกับอนุสัญญาต่อต้านการทรมานฯ จึงสมควรจัดตั้งหรือมอบหมายหน่วยงานใด
หน่วยงานหนึ่งปฏิบัติตามกฎหมายซึ่งอนุวัติตามอนุสัญญาสองฉบับนี้
๕. คณะรัฐมนตรี โดยกระทรวงยุติธรรม (กรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ กรมสอบสวนคดีพิเศษ)
สำานักงานตำารวจแห่งชาติ และหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้อง สมควรแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติคุ้มครองพยาน
พ.ศ. ๒๕๔๖ มาตรา ๓ และมาตรา ๘ เพื่อประกันการให้ความคุ้มครองตามมาตรการพิเศษภายใต้
กฎหมายนี้จะครอบคลุมถึงผู้ฟ้องร้อง พยาน ญาติของบุคคลที่ถูกบังคับให้สูญหาย ทนายความของบุคคล
ดังกล่าว และผู้มีส่วนร่วมในการสอบสวน
๖. คณะรัฐมนตรี โดยกระทรวงยุติธรรม (กรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ) กระทรวงการคลัง และ
หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง สมควรแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติค่าตอบแทนผู้เสียหายและค่าทดแทนและ
ค่าใช้จ่ายแก่จำาเลยในคดีอาญา พ.ศ. ๒๕๔๔ มาตรา ๓ และรายการท้ายพระราชบัญญัติฯ เพื่อประกันว่า
ผู้เสียหายเนื่องจากการถูกบังคับให้สูญหายจะได้รับค่าตอบแทน ค่าทดแทนและค่าใช้จ่ายที่เหมาะสม
และเพียงพอ
๗. คณะรัฐมนตรี โดยกระทรวงกลาโหม สำานักนายกรัฐมนตรี (สำานักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ)
และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง สมควรเสนอแก้ไขเพิ่มเติมพระราชกำาหนดการบริหารราชการในสถานการณ์
ฉุกเฉิน พ.ศ. ๒๕๔๘ มาตรา ๑๒ เพื่อประกันว่าการควบคุมตัวบุคคลที่ต้องสงสัยตามกฎหมายดังกล่าว
จะไม่เป็นการควบคุมในสถานที่ลับและต้องสามารถตรวจสอบได้
ผลการดำาเนินการของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
๑. สำานักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีแจ้งว่า โดยที่ได้มีพระราชกฤษฎีกายุบสภาผู้แทนราษฎร
พ.ศ. ๒๕๕๖ ซึ่งมีผลใช้บังคับแล้ว ตั้งแต่วันที่ ๙ ธันวาคม ๒๕๕๖ เป็นต้นไป ประกอบกับคณะรัฐมนตรี
ได้มีมติเมื่อวันที่ ๑๐ ธันวาคม ๒๕๕๖ เรื่อง แนวปฏิบัติอันเนื่องมาจากการยุบสภาผู้แทนราษฎร และ
นายกรัฐมนตรีพิจารณาแล้ว มีคำาสั่งให้ส่งเรื่องคืน กสม. เพื่อนำาเสนอคณะรัฐมนตรีชุดใหม่พิจารณาต่อไป
๒. สำานักงานศาลยุติธรรม ได้แจ้งผลการดำาเนินการตามข้อเสนอแนะของ กสม. ว่า พันธกิจ
หลักสำาคัญประการหนึ่งของศาลยุติธรรม คือ การคุ้มครองสิทธิเสรีภาพของประชาชนอย่างเสมอภาค
ตลอดจนการสนับสนุนบุคลากรให้มีทักษะ ความรู้ความเชี่ยวชาญ ตลอดจนเข้าใจในบริบทของสังคม
เศรษฐกิจ และการเมืองที่เปลี่ยนแปลงไป ให้สามารถปรับใช้กฎหมายเพื่อรักษาสิทธิเสรีภาพของ
ประชาชนได้อย่างเหมาะสม ด้วยเหตุดังกล่าว สำานักงานศาลยุติธรรมได้ตระหนักและเล็งเห็นถึง
ความสำาคัญในการเผยแพร่ความรู้ ความเข้าใจในสาระสำาคัญและเจตนารมณ์ของบทบัญญัติกฎหมาย
ที่มีการประกาศใช้บังคับใหม่ ดังนั้น เมื่อมีการประกาศใช้บังคับกฎหมายใหม่ นอกจากจะได้ทำาหนังสือ
แจ้งเวียนไปยังศาลทั่วประเทศให้ผู้พิพากษาและเจ้าหน้าที่ทราบทั่วกันแล้ว สำานักงานศาลยุติธรรมยังได้

