Page 172 - รายงานการประเมินสถานการณ์สิทธิมนุษยชนในประเทศไทยและรายงานผลการปฏิบัติงานประจำปี 2556
P. 172

171

                                      รายงานการประเมินสถานการณ์สิทธิมนุษยชนในประเทศไทย และรายงานผลการปฏิบัติงานประจำาปี ๒๕๕๖







                                ข้อเสนอในการปรับปรุงกฎหมาย

                                ๑.  คณะรัฐมนตรี โดยกระทรวงยุติธรรม (กรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ) สมควรเสนอกฎหมาย
                                                                         ่
                           โดยเฉพาะในเรื่องนี้  โดยให้มีมาตรการและมาตรฐานขั้นตำาสอดคล้องตามอนุสัญญาต่อต้านการทรมานฯ
                           ได้แก่ คำานิยามการทรมาน ตามข้อ ๑ ของอนุสัญญาฯ ตลอดจนการกระทำาอื่นที่โหดร้าย ไร้มนุษยธรรม หรือ
                                                    ่
                           การประติบัติ หรือการลงโทษที่ยำายีศักดิ์ศรี ตามข้อ ๑๖ ของอนุสัญญาฯ รวมทั้งกำาหนดให้มีกลไกรองรับการ
                           ปฏิบัติตามอนุสัญญา  ซึ่งจะเกิดประสิทธิภาพและมีผลบังคับใช้ได้จริง  โดยที่การกระทำาความผิดฐานทรมาน
                           เป็นการกระทำาของเจ้าหน้าที่ของรัฐหรือตำารวจ จึงควรมีหลักประกันว่าเมื่อมีมูลเหตุเชื่อได้ว่ามีการกระทำา

                           ทรมานจะมีการสืบสวนโดยพลันและโดยไม่ลำาเอียง ซึ่งอาจมีหน่วยงานอิสระ หรือพนักงานอัยการทำาหน้าที่
                           ดังกล่าว  ขณะเดียวกัน ก็ควรมีหลักประกันว่าผู้ถูกทำาทรมานจะได้รับการชดเชยได้รับค่าสินไหมทดแทน

                           ที่เป็นธรรมและเพียงพอ ได้รับการบำาบัดฟื้นฟูเต็มรูปแบบเท่าที่เป็นได้
                                    อย่างไรก็ตาม  หากคณะรัฐมนตรี โดยกระทรวงยุติธรรม (กรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ)

                           เห็นควรใช้แนวทางแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา และประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา
                           ควรทบทวนนิยามคำาว่า “การทรมาน” ให้ครอบคลุมความหมายตามอนุสัญญาต่อต้านการทรมานฯ และ
                           เมื่อมีมูลเหตุเชื่อได้ว่ามีกระทำาทรมานเกิดขึ้นโดยเจ้าหน้าที่ของรัฐ  การสอบสวนคดีการทรมานควรมีระบบ

                           ตรวจสอบและถ่วงดุล  โดยให้พนักงานอัยการมีบทบาทหลักในการสืบสวน สอบสวน รวมทั้งควรแก้ไข

                           กฎหมายอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง เช่น พระราชบัญญัติค่าตอบแทนผู้เสียหาย และค่าทดแทนและค่าใช้จ่ายแก่
                           จำาเลยในคดีอาญา พ.ศ. ๒๕๔๔ ให้ครอบคลุมกระบวนการชดเชย เยียวยา บำาบัดฟื้นฟู ตลอดจนจัดให้มี
                           หน่วยงานอิสระรับผิดชอบตรวจสอบ ติดตาม ประเมินผลการบังคับใช้ร่างกฎหมายที่แก้ไข ในส่วนเกี่ยวกับ

                           การต่อต้านการทรมานด้วยฯ
                                ๒.  คณะรัฐมนตรี โดยกระทรวงกลาโหม สำานักนายกรัฐมนตรี (สำานักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ)

                           หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง สมควรงดใช้บทบัญญัติในกฎหมายพิเศษด้านความมั่นคง ในส่วนเกี่ยวกับการสอบสวน
                           คุมขังที่จะมีผลกระทบต่อสิทธิของพยาน ผู้ต้องสงสัย ผู้ต้องหา

                                ๓.  คณะรัฐมนตรี โดยกระทรวงยุติธรรม (กรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ)  สมควรเสนอกฎหมาย
                           เฉพาะที่สอดคล้องตามพิธีสารเลือกรับแห่งอนุสัญญาต่อต้านการทรมานฯ  โดยให้มีหน่วยงานที่ทำาหน้าที่

                           เป็นกลไกการป้องกันระดับชาติตามพิธีสารฉบับนี้  และกำาหนดขอบเขตอำานาจหน้าที่ในการตรวจเยี่ยม
                           สถานที่ที่ทำาให้บุคคลเสื่อมเสียอิสรภาพอย่างเป็นอิสระ  การเข้าถึงข้อมูลข่าวสารที่เกี่ยวข้อง การเข้าถึง

                           สถานคุมขัง การสัมภาษณ์ผู้ถูกทำาให้เสื่อมเสียอิสรภาพ และการดำาเนินการร่วมกับคณะอนุกรรมการว่าด้วย
                           การป้องกันการทรมานของสหประชาชาติ (UN Subcommittee on Prevention of Torture) เป็นต้น

                                ๔.  คณะรัฐมนตรี โดยกระทรวงยุติธรรม (กรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ) สมควรเร่งรัดการตรา
                           กฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองบุคคลจากการสูญหายโดยถูกบังคับขึ้นเป็นกฎหมายเฉพาะ โดยมีเนื้อหา

                           สอดคล้องตามอนุสัญญาดังกล่าว  ทั้งการนิยามคำาว่า “การถูกบังคับให้สูญหาย” ตลอดจนรับรองสิทธิของ
                           บุคคลที่สูญหายโดยถูกบังคับ และบุคคลที่ได้รับความทรมานจากภัยอันเป็นผลโดยตรงของการสูญหายโดย
   167   168   169   170   171   172   173   174   175   176   177