Page 299 - รายงานฉบับสมบูรณ์ โครงการวิจัยเรื่อง รูปแบบ แนวทาง และมาตรการในการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ
P. 299

ผ -  | ๑๖๓


               การเพาะปลูกอย่างยิ่ง  มีน้ําในนาข้าว เหมาะสมแก่การเจริญเติบโต  และสะดวกแก่การเก็บเกี่ยว  ส่วนค่าเสียหายจากการ

               ทํานา  ต้นมะขาม  ต้นมะม่วง  กอไผ่  และข้าวโพดสาลี  ที่ผู้ฟ้องคดีได้ยื่นบันทึกถ้อยคําของ นายบรม  ท้าวหา กํานัน
               ตําบลบ้านขาม  อําเภอเมืองหนองบัวลําภู  จังหวัดหนองบัวลําภู มายืนยันว่า  ผู้ฟ้องคดีมีการทํานา และมีต้นไม้ขึ้นอยู่ใน

               ดินของผู้ฟ้องคดีจริง บันทึกถ้อยคําของ นายบรม ดังกล่าวไม่น่าเชื่อถือ  เป็นบันทึกถ้อยคําขึ้นมาลอย ๆ หากผู้ฟ้องคดีจะ

               อ้างว่าไม่ได้ถ่ายภาพไว้  เพราะไม่ทราบว่าที่ดินจะถูกรุกล้ําไม่น่าเชื่อถือ  ผู้ฟ้องคดีย่อมต้องรู้และทราบ    เพราะการขุด

               ลอก  ลําน้ํากระทําโดยเปิดเผย  และใช้เวลานาน  และไม่น่าเชื่อถือว่า นายบรม จะจําต้นไม้ได้ทุกต้น  อายุของต้นไม้ และ

               จํานวนเนื้อที่การทํานาของราษฎรได้ทุกคน  ผู้ถูกฟ้องคดีเห็นว่าไม่มีการทํานาในที่ดินที่อ้างว่าถูกรุกล้ํา และไม่ปรากฏว่า  ผู้

               ฟ้องคดีปลูกมะขาม  มะม่วงแก้ว  มะม่วงเขียวเสวย  จามจุรี  กอไผ่  หรือข้าวโพดสาลี  หากเป็นไปได้ก็คงเป็นต้นไม้ที่

               เกิดขึ้นเอง  ไม่มีการบํารุงรักษา  ผลผลิตจึงไม่ใช่ผลผลิตทางเศรษฐกิจ  ที่จะขายได้จํานวนมาก ๆ  ผลผลิตจึงไม่น่าจะถึง ปี
               ละ ๓๓,๐๐๐ บาท  และผลผลิตจากการทํานาไม่น่าจะถึงปีละ ๖,๐๐๐ บาท  ส่วนค่าเสียหายจากการทํานา  และผลผลิต

               จากต้นไม้ต่าง ๆ อีก ๒๐ ปี  ยังไม่มีเหตุที่จะอ้างได้ตามกฎหมาย  การอ้างว่าผู้ฟ้องคดีจะมีอายุไปอีก ๒๐ ปี  เป็นเหตุการณ์

               ในอนาคตเป็นการคาดเดาเอง  อีกทั้ง นางสุชาดา ช่วยเงิน ไม่ใช่เจ้าของที่ดิน  ได้เข้าทําประโยชน์ในที่ดินจริงหรือไม่  ผู้ถูก

               ฟ้องคดีจึงเห็นว่า  เป็นการเรียกร้องที่ขาดเหตุผล  ทั้งที่ผู้ฟ้องคดีได้รับประโยชน์จากการขุดลอกลําน้ําพะเนียงแล้ว

                              ศาลได้มีคําสั่งให้ผู้ฟ้องคดีไปยื่นคําร้อง  ขอรังวัดสอบเขตที่ดินต่อสํานักงานที่ดินจังหวัดหนองบัวลําภู
               เพื่อทําแผนที่พิพาท  ต่อมาผู้ฟ้องคดีได้ยื่นคําชี้แจงพร้อมกับได้ส่งสําเนาแผนที่พิพาทที่ดําเนินการโดยสํานักงานที่ดินจังหวัด

               หนองบัวลําภู  ที่ได้รังวัดเมื่อ วันที่ ๒๗ มีนาคม ๒๕๕๒ ต่อศาล ปรากฏว่าที่ดินของผู้ฟ้องคดีตามโฉนดที่ดินเลขที่ ๒๓๓๘๙

               หน้าสํารวจ ๓๔๙๑  เดิมมีเนื้อที่ ๖ ไร่ ๑ งาน ๗๐ ตารางวา  ถูกทําเป็นถนนเลียบลําน้ําพะเนียง  เนื้อที่ ๒๒ ตารางวา

               ส่วนที่ดินตามโฉนดที่ดินเลขที่  ๒๓๓๙๐  หน้าสํารวจ ๓๔๙๒ เดิมมีเนื้อที่ ๕ ไร่ ๒ งาน ๖๔ ตารางวา  ถูกขุดลอกเป็นลําน้ํา

               พะเนียงเนื้อที่ ๑ ไร่ ๖๖ ตารางวา  และถูกทําเป็นถนนเลียบลําน้ําพะเนียง เนื้อที่ ๑ ไร่ ๓๕ ตารางวา  รวมเป็นเนื้อที่ ๒ ไร่
               ๑ งาน ๑ ตารางวา

                              เจ้าพนักงานที่ดินจังหวัดหนองบัวลําภู  ได้ยื่นคําชี้แจงต่อศาลตามประเด็นที่ศาลกําหนดว่าที่ดินของผู้

               ฟ้องคดีทั้งสองแปลงมีราคาประเมินทุนทรัพย์  เพื่อเรียกเก็บค่าธรรมเนียมในการจดทะเบียนสิทธิ์  และนิติกรรมระหว่าง ปี

               พ.ศ. ๒๕๔๗ ถึง พ.ศ. ๒๕๕๐ ตารางวาละ ๑๐๐ บาท

                              ศาลออกนั่งพิจารณาคดีครั้งแรกเมื่อ วันที่ ๑๘ พฤศจิกายน ๒๕๕๓  โดยได้รับฟังสรุปข้อเท็จจริงของ

               ตุลาการเจ้าของสํานวน  และคําชี้แจงด้วยวาจาประกอบคําแถลงการณ์เป็นหนังสือของตุลาการ  ผู้แถลงคดีด้วยแล้ว

                              ศาลได้ตรวจพิจารณาเอกสารทั้งหมดในสํานวนคดี กฎหมาย ระเบียบ ข้อบังคับ ฯลฯ ที่เกี่ยวข้อง
               ประกอบแล้ว

                              ข้อเท็จจริงรับฟังได้ว่า  ผู้ฟ้องคดีเป็นเจ้าของที่ดินตามโฉนดที่ดิน  เลขที่ ๒๓๓๘๙  มีเนื้อที่ ๖ ไร่ ๑ งาน

               ๗๐ ตารางวา  และตามโฉนดที่ดินเลขที่ ๒๓๓๙๐  มีเนื้อที่ ๕ ไร่ ๒ งาน ๖๔ ตารางวา  อยู่ที่ตําบลบ้านขาม  อําเภอเมือง

               หนองบัวลําภู  จังหวัดหนองบัวลําภู  ที่ดินทั้งสองแปลงมีเนื้อที่บางส่วนติดกับลําน้ําพะเนียง  ต่อมาผู้ถูกฟ้องคดีได้จัดทํา

               โครงการขุดลอกและพัฒนาลําน้ําพะเนียง  โดยได้มีการสํารวจเก็บรายละเอียดเกี่ยวกับระดับน้ํา  ระดับดิน  และสภาพภูมิ



                        รายงานฉบับสมบูรณ์ “โครงการวิจัยเรื่อง รูปแบบ แนวทาง และมาตรการการบริการจัดการทรัพยากรน้ํา”
   294   295   296   297   298   299   300   301   302   303   304