Page 301 - รายงานฉบับสมบูรณ์ โครงการวิจัยเรื่อง รูปแบบ แนวทาง และมาตรการในการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ
P. 301
ผ - | ๑๖๕
ประเด็นที่หนึ่ง ผู้ฟ้องคดีได้ยื่นฟ้องต่อศาลภายในระยะเวลาการฟ้องคดีหรือไม่
พิเคราะห์แล้ว เห็นว่า มาตรา ๕๑ วรรคหนึ่ง แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดี
ปกครอง พ.ศ. ๒๕๔๒ ที่ใช้บังคับในขณะที่มีเหตุแห่งการฟ้องคดีบัญญัติว่า การฟ้องคดีตามมาตรา ๙ วรรคหนึ่ง (๓) ให้
ยื่นฟ้องภายในหนึ่งปี นับแต่วันที่รู้ หรือควรรู้ถึงเหตุแห่งการฟ้องคดี แต่ไม่เกินสิบปี นับแต่วันที่มีเหตุแห่งการฟ้องคดี คดี
นี้ผู้ถูกฟ้องคดีได้ขุดลอกน้ําพะเนียง และทําถนนเลียบลําน้ําพะเนียงรุกล้ําที่ดินของผู้ฟ้องคดีมาตั้งแต่ ปี พ.ศ. ๒๕๔๙ แต่
การรุกล้ํานั้น ยังคงมีอยู่อย่างต่อเนื่อง จึงถือว่าการกระทําละเมิดอันเป็นเหตุแห่งการฟ้องคดียังมีอยู่อย่างต่อเนื่องมาจนถึง
ปัจจุบัน การที่ผู้ฟ้องคดีมายื่นฟ้องต่อศาลเมื่อ วันที่ ๒๘ สิงหาคม ๒๕๕๐ จึงอยู่ภายในระยะเวลาการฟ้องคดีตามมาตรา
๕๑ แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครอง และวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. ๒๕๔๒
ประเด็นที่สอง การที่ผู้ถูกฟ้องคดีดําเนินการขุดลอกลําน้ําพะเนียงและทําถนนเลียบริมฝั่งลําน้ําพะเนียง
เป็นการกระทําละเมิด อันเกิดจากการใช้อํานาจตามกฎหมายต่อผู้ฟ้องคดีหรือไม่ หากเป็นการกระทําละเมิด ผู้ถูกฟ้อง
คดีจะต้องรับผิดใช้ค่าสินไหมทดแทนแก่ผู้ฟ้องคดีหรือไม่ เพียงใด
พิเคราะห์แล้วเห็นว่า มาตรา ๔๒๐ แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์บัญญัติว่า ผู้ใดจงใจหรือ
ประมาทเลินเล่อกระทําต่อบุคคลอื่นโดยผิดกฎหมาย ให้เขาเสียหายถึงแก่ชีวิตก็ดี ร่างกายก็ดี อนามัยก็ดี เสรีภาพก็ดี
ทรัพย์สิน หรือสิทธิ์อย่างหนึ่งอย่างใดก็ดี ท่านว่า ผู้นั้นทําละเมิด จําต้องใช้ค่าสินไหมทดแทน เพื่อการนั้น มาตรา ๔
แห่งพระราชบัญญัติการชลประทานหลวง พุทธศักราช ๒๔๘๕ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติการชลประทานหลวง
(ฉบับที่ ๔) พ.ศ. ๒๕๑๘ บัญญัติให้คํานิยาม การชลประทาน หมายความว่า กิจการที่กรมชลประทานจัดทําขึ้นเพื่อให้
ได้มาซึ่งน้ํา หรือเพื่อกัก เก็บ รักษา ควบคุม ส่งระบาย หรือแบ่งน้ําเพื่อเกษตรกรรม การพลังงาน การสาธารณูปโภค
หรือการอุตสาหกรรม และหมายความรวมถึงการป้องกันความเสียหาย อันเกิดจากน้ํากับรวมถึงการคมนาคมทางน้ํา ซึ่ง
อยู่ในเขตชลประทานด้วย และข้อ ๑ (๑) แห่งกฎกระทรวงแบ่งส่วนราชการกรมชลประทาน กระทรวงเกษตรและ
สหกรณ์ พ.ศ. ๒๕๔๕ กําหนดให้ผู้ถูกฟ้องคดีมีอํานาจหน้าที่ดําเนินการจัดให้ได้มาซึ่งน้ํา หรือกัก เก็บ รักษา ควบคุม
ส่ง ระบาย หรือแบ่งน้ํา เพื่อเกษตรกรรม การพลังงาน การสาธารณูปโภค หรือการอุตสาหกรรม และมาตรา ๕ วรรค
หนึ่ง แห่งพระราชบัญญัติความรับผิดทางละเมิดที่เจ้าหน้าที่ของตน ได้กระทําในการปฏิบัติหน้าที่ ในกรณีนี้ผู้เสียหาย
อาจฟ้องหน่วยงานของรัฐดังกล่าวโดยตรง แต่จะฟ้องเจ้าหน้าที่ไม่ได้ ข้อเท็จจริงรับฟังได้ว่า การดําเนินการขุดลอกลํา
น้ําพะเนียง เป็นไปตามโครงการพัฒนาลุ่มน้ําพะเนียงของจังหวัดหนองบัวลําภู ตามแผนยุทธศาสตร์การพัฒนาแหล่งน้ํา
และการจัดการน้ําด้านการป้องกันและบรรเทาอุทกภัยบริเวณรอบลําน้ําพะเนียง ตั้งแต่อําเภอเมืองหนองบัวลําภู ถึง
อําเภอศรีบุญเรือง โดยได้รับความเห็นชอบจากคณะรัฐมนตรีเมื่อ วันที่ ๗ ตุลาคม ๒๕๔๖ งบประมาณ ๒๑๓ ล้านบาท
ต่อมาผู้ว่าราชการจังหวัดหนองบัวลําภูซึ่งได้รับมอบอํานาจจากอธิบดีของผู้ถูกฟ้องคดีได้ดําเนินการจัดจ้างโดยวิธีการ
ประกวดราคาจ้างเหมา ที่เกี่ยวกับคดีนี้ คือ ช่วงที่ ๒ / ๑ (ระยะ ๒) กม. ๒๑+๑๙๐ ถึง กม.๒๕+๘๐๐ เอกชนผู้รับจ้าง คือ
ห้างหุ้นส่วนจํากัดฉัตรชัยพาณิชย์กาฬสินธุ์ตามสัญญาจ้างเลขที่ สชป.๕ / นภ. (จ) ๐๒ / ๒๕๔๙ ลงวันที่ ๙ มีนาคม ๒๕๔๙
ปรากฏว่า ในการดําเนินการของเอกชนผู้รับจ้าง ได้ทําการขุดลอกลําน้ําพะเนียงรุกล้ําที่ดินของผู้ฟ้องคดี และได้นําดินที่
เกิดจากการขุดลอกมาถมบนที่ดินของผู้ฟ้องคดีทําเป็นถนนเลียบริมลําน้ําพะเนียงด้วย แม้ก่อนจะมีการดําเนินการตาม
รายงานฉบับสมบูรณ์ “โครงการวิจัยเรื่อง รูปแบบ แนวทาง และมาตรการการบริการจัดการทรัพยากรน้ํา”

