Page 294 - รายงานฉบับสมบูรณ์ โครงการวิจัยเรื่อง รูปแบบ แนวทาง และมาตรการในการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ
P. 294
๑๕๘ | - ผ
คลอง (ที่ถูกต้อง คือ ลําน้ําพะเนียง) ออกสู่ตลาด เห็นได้ว่าสภาพความเป็นอยู่ของประชาชน หลังจากการขุดลอกเป็นลํา
น้ําพะเนียงดีขึ้นทุกด้าน และโดยที่สภาพของลําน้ําพะเนียงเดิม กว้างประมาณ ๑๐ เมตร อีกทั้งมีพื้นที่ชายตลิ่งอีกส่วน
หนึ่ง ดังนั้น การขุดลอกลําน้ําพะเนียงจึงรุกล้ําเข้าไปในที่ดินของผู้ฟ้องคดีไม่ถึง ๓ ไร่
สาเหตุที่ต้องมีการดําเนินการโครงการขุดลอก และพัฒนาลําน้ําพะเนียง เนื่องจากลําน้ําพะเนียงมี
สภาพแคบ และโค้งงอ คดเคี้ยวมาก มีต้นไม้ เศษไม้ ตอไม้ และวัชพืชปกคลุมจํานวนมาก จึงไม่สามารถที่จะรองรับ
ปริมาณน้ําที่มีมากและไหลอย่างรวดเร็วในฤดูฝน ทําให้น้ําเอ่อล้นตลิ่ง ไหลเข้าท่วมพื้นที่บริเวณสองฝั่งลําน้ํา และไม่
สามารถเก็บกักน้ําไว้ได้ ทําให้ขาดแคลนน้ําในฤดูแล้ง เป็นเหตุให้ราษฎรได้รับความเดือดร้อน จังหวัดหนองบัวลําภู จึงได้
เสนอแผนงานโครงการขุดลอกพัฒนาลําน้ําพะเนียงในระยะเร่งด่วนต่อคณะรัฐมนตรี และคณะรัฐมนตรีได้มีมติ ให้
ดําเนินการตามโครงการเมื่อ วันที่ ๗ ตุลาคม ๒๕๔๖ จังหวัดหนองบัวลําภู จึงออกคําสั่ง ที่ ๑๖๕๒ / ๒๕๔๖ ลงวันที่ ๒๒
ตุลาคม ๒๕๔๖ แต่งตั้งคณะกรรมการบริหารพัฒนาลุ่มน้ําพะเนียงซึ่งหัวหน้าโครงการชลประทานหนองบัวลําภู
เจ้าหน้าที่ของผู้ถูกฟ้องคดีได้รับแต่งตั้งเป็นกรรมการด้วย ก่อนดําเนินงาน จังหวัดหนองบัวลําภูได้ประชุมทําความเข้าใจ
กับราษฎรที่คาดว่าจะได้รับผลกระทบ ซึ่งราษฎรส่วนมาก ได้ทําหนังสือให้ความยินยอมต่อทางราชการ ผู้ถูกฟ้องคดีเห็น
ว่า การกระทําของผู้ถูกฟ้องคดีก่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้ฟ้องคดีบ้าง แต่ไม่ได้รุกล้ําเข้าไปในที่ดินของผู้ฟ้องคดีตาม
จํานวนที่กล่าวอ้าง เมื่อผู้ฟ้องคดีได้ทําหนังสือยินยอมให้ทางราชการใช้ที่ดินของผู้ฟ้องคดี และผู้รับจ้างได้เกลี่ยที่ดินให้ผู้
ฟ้องคดีแล้ว สภาพที่นาของผู้ฟ้องคดีสามารถทํานาปลูกข้าวได้ตามปกติ ผู้ถูกฟ้องคดีจึงไม่ได้กระทําละเมิดใด ๆ ต่อผู้
ฟ้องคดี และไม่ต้องรับผิดชดใช้ค่าเสียหายตามที่ผู้ฟ้องคดีร้องขอ ผู้ฟ้องคดี จึงไม่ได้รับความเดือดร้อน เสียหาย ไม่มี
สิทธิ์เรียกร้องค่าเสียหาย และไม่มีสิทธิ์นําคดีมาฟ้องต่อศาล ผู้ถูกฟ้องคดีได้ทําสัญญาจ้างกับห้างหุ้นส่วนจํากัดฉัตรชัย
พาณิชย์กาฬสินธุ์ ให้ดําเนินการตามโครงการขุดลอก และพัฒนาลําน้ําพะเนียงช่วงที่ ๒ / ๑ (ระยะ ๒) ช่วง กม.๒๑+
๑๙๐ ถึง กม.๒๕+๘๐๐ บริเวณบ้านข้องโป ตําบลบ้านขาม ถึงบ้านท่าโพธิ์ชัย ตําบลบ้านพร้าว อําเภอเมืองหนองบัวลําภู
ตามสัญญาจ้างที่ สปช.๕ / นภ. (จ) ๐๒ / ๒๕๔๙ ลงวันที่ ๙ มีนาคม ๒๕๔๙ ผู้ฟ้องคดีรู้หรือควรรู้ถึงเหตุแห่งการฟ้องคดี
ตั้งแต่วันที่ผู้รับจ้างเริ่มลงมือก่อสร้างแล้ว หากมีการก่อสร้างรุกล้ําที่ดินผู้ฟ้องคดีย่อมรู้ หรือควรรู้เหตุแห่งการฟ้องคดี
ประกอบกับผู้ฟ้องคดีไม่ได้มีการห้ามปราม จึงน่าเชื่อว่า ผู้ฟ้องคดียินยอมให้มีการดําเนินการดังกล่าว ผู้ฟ้องคดีนําคดีมา
ยื่นฟ้อง วันที่ ๒๘ สิงหาคม ๒๕๕๐ จึงเป็นการฟ้องคดีเกิน ๑ ปี นับแต่วันที่รู้หรือควรรู้ถึงเหตุแห่งการฟ้องคดี
สําหรับคําขอให้ชดใช้ค่าเสียหายที่ดิน จํานวน ๓ ไร่ ๆ ละ ๘๐,๐๐๐ บาท รวมเป็นเงิน ๒๔๐,๐๐๐
บาท ที่ดินของผู้ฟ้องคดีตามโฉนดที่ดิน เลขที่ ๒๓๓๘๙ ไม่ติดกับลําน้ําพะเนียง จึงเป็นไปไม่ได้ที่จะมีการขุดลอกรุกล้ํา
ที่ดินแปลงดังกล่าว ส่วนที่ดินตามโฉนดที่ดินเลขที่ ๒๓๓๙๐ มีส่วนติดกับลําน้ําพะเนียงทางด้านทิศเหนือเพียงเล็กน้อย
ส่วนด้านอื่นติดกับเหมืองสาธารณประโยชน์ ผู้ถูกฟ้องคดี ไม่ได้ขุดลอกรุกล้ําที่ดินของผู้ฟ้องคดี หรือหากรุกล้ําก็เพียงส่วน
น้อยไม่ถึง ๓ ไร่ และที่ดินของผู้ฟ้องคดี ราคาไม่ถึงไร่ละ ๘๐,๐๐๐ บาท ผู้ฟ้องคดีกําหนดราคาขึ้นเอง โดยปราศจาก
เหตุผล ส่วนคําขอที่ผู้ฟ้องคดีอ้างว่า ขาดรายได้จากการขายหน่อไม้และลําไผ่ คิดค่าเสียหายปีละ ๓,๐๐๐ บาท เป็น
เวลา ๒๐ ปี เป็นเงิน ๖,๐๐๐ บาท ผู้ถูกฟ้องคดีไม่เข้าใจว่าค่าเสียหายที่เกิดขึ้น โดยใช้หลักการใด เหตุใด และ
ค่าเสียหายเกิดขึ้น เพราะมีการปลูกต้นไผ่ ๒๐ กอ ก็ไม่ปรากฏหลักฐาน เป็นการอ้างลอย ๆ รายได้จากการขายครั่ง ซึ่ง
รายงานฉบับสมบูรณ์ “โครงการวิจัยเรื่อง รูปแบบ แนวทาง และมาตรการการบริการจัดการทรัพยากรน้ํา”

