Page 67 - รายงานประเมินสถานการณ์ด้านสิทธิมนุษยชนในประเทศไทย ปี 2551 - 2552
P. 67

65


                                                 คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ




                                          ๓.๖  โครงก�รชลประท�นทุกประเภทและขน�ด




                             ๑)  ก�รก่อสร้�งเขื่อนและอ่�งเก็บน้ำ�

                                  การก่อสร้างเขื่อนในพื้นที่หนึ่ง  เพื่อส่งน้ำาไปให้พื้นที่บริเวณใกล้เคียงและพื้นที่อื่นใช้
                     ประโยชน์  ส่วนใหญ่เป็นโครงการก่อสร้างเขื่อนขนาดใหญ่ เพื่อใช้ในการเกษตรซึ่งกระทบต่อสิทธิชุมชน

                     โดยหน่วยงานของรัฐ  มักจะให้ข้อมูลว่าจำาเป็นต้องสร้างเขื่อนเพื่อทำานาได้ปีละ ๒-๓ ครั้ง  และมักอ้างว่า
                     ประชาชนส่วนใหญ่ต้องการใช้น้ำา  คนในพื้นที่บริเวณที่ก่อสร้างเขื่อนจำาเป็นต้องเสียสละ แต่ปรากฏว่า
                     ค่าชดเชยในการเวนคืนไม่เหมาะสมและไม่เป็นธรรม  ทั้งที่หากเป็นการเสียสละเพื่อคนส่วนใหญ่

                     ค่าตอบแทนควรมีความเป็นธรรม
                                  การก่อสร้างเขื่อนเพื่อส่งน้ำาไปให้กิจการอุตสาหกรรม  โดยอ้างว่า เป็นประโยชน์ต่อ
                     การเกษตรหลายโครงการ เช่น การใช้น้ำาของโรงไฟฟ้าจากแม่น้ำาป่าสัก (โดยอาศัยการก่อสร้างเขื่อนป่า

                     สักชลสิทธิ์)  การใช้น้ำาของนิคมอุตสาหกรรมในจังหวัดระยอง (โดยอาศัยน้ำาจากอ่างเก็บน้ำาประแสร์)
                     ยิ่งทำาให้เกิดปัญหาการละเมิดสิทธิชุมชนของคนในพื้นที่ก่อสร้างเขื่อนและอ่างเก็บน้ำา ที่เสียสละที่ดิน
                     เพื่อการเกษตรอย่างชัดเจน  นอกจากนี้ กรมทรัพยากรน้ำาและกรมชลประทานมีแนวความคิดโครงการ

                     ใหม่ เพื่อเพิ่มพื้นที่ชลประทานจากพื้นที่ ๓๘ ล้านไร่ ให้เป็นพื้นที่ ๖๐ ล้านไร่ ภายในระยะเวลา ๓ ปี
                     ทั้งการขุดลอกแหล่งน้ำาภายในประเทศทั้งหมด  และโครงการผันน้ำาจากต่างประเทศอีก ๑๓ โครงการ

                     ซึ่งแน่นอนว่าจะมีปัญหาการละเมิดสิทธิชุมชนตามมาอีกมากมาย  อีกทั้งโครงการที่เกิดขึ้นอาจมี
                     ส่วนร่วมของประชาชนแต่ไม่เป็นไปตามเจตนารมณ์ของประชาชน

                             ๒)  ก�รทำ�ระบบชลประท�นเพื่อแก้ไขปัญห�น้ำ�ท่วม

                                  โครงการต่างๆ เกิดขึ้นโดยไม่มีการศึกษามาก่อน  กรมชลประทานอาศัยอำานาจตาม
                     กฎหมายในการออกกฎหมายเวนคืนที่ดิน หรือใช้การขอความร่วมมือจากชาวบ้าน โดยอ้างเหตุผล
                     ในการขุดลอกเพื่อแก้ไขปัญหาน้ำาท่วมเช่นเดียวกัน เช่น กรณีก่อสร้างโครงการคลอง ร.๑ ความกว้าง

                     ประมาณ ๑๒๐ เมตร ผ่าไปกลางสวนยางของชาวบ้านในจังหวัดสงขลา  อีกทั้งค่าชดเชยยังไม่
                     เหมาะสมและเป็นธรรมอีกด้วย  และการขุดลอกลำาพะเนียงในจังหวัดหนองบัวลำาภูที่เดิมลำาพะเนียง

                     ขนาดกว้างประมาณ ๑๐-๒๐ เมตรเท่านั้น  อีกทั้งลำาพะเนียง ยังคดเคี้ยวไปมามากมาย แต่ถูกขยาย
                     เป็นขนาดประมาณ ๗๐ เมตร  และบริเวณสองข้างลำาน้ำาได้มีการก่อสร้างถนนสูงขนาดกว่า ๒ เมตร
                     บริเวณริมลำาน้ำา อันเป็นเขื่อนดินขวางระหว่างพื้นที่เกษตรกรรมของชาวบ้าน  เป็นผลให้น้ำาขังในพื้นที่

                     เกษตรกรรมเมื่อฤดูน้ำามา และไม่สามารถใช้น้ำาจากลำาน้ำามาใช้ในการเกษตรโดยสะดวกดังเดิม ต้องใช้
                     เครื่องสูบน้ำาขนาดใหญ่เท่านั้น ทำาให้เป็นภาระของชาวบ้านต้องเสียค่าใช้จ่ายมากขึ้นในการทำาการ

                     เกษตร  บางรายเหลือที่ดินไม่พอการประกอบอาชีพต่อไป  บางรายต้องเสียที่ดินไปทั้งหมด  ส่วน
                     ค่าชดเชยต้องฟ้องคดีต่อศาลปกครอง  อันเป็นการสร้างความเดือดร้อนแก่ชาวบ้านอย่างแสนสาหัส
                     ทั้งที่โครงการดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของโครงการใหญ่ คือ โขง - ชี - มูล แต่ข้อมูลดังกล่าวถูกปกปิดไว้
   62   63   64   65   66   67   68   69   70   71   72