Page 62 - รายงานประเมินสถานการณ์ด้านสิทธิมนุษยชนในประเทศไทย ปี 2551 - 2552
P. 62
60
60
รายงานการประเมินสถานการณ์ด้านสิทธิมนุษยชนในประเทศไทย ปี ๒๕๕๑-๒๕๕๒๑-๒๕๕๒
รายงานการประเมินสถานการณ์ด้านสิทธิมนุษยชนในประเทศไทย ปี ๒๕๕
๓. สิทธิชุมชนในฐานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
๓.๑. กิจก�รประมงทะเล ประมงพ�ณิชย์ และประมงพื้นบ้�น / ทะเลและช�ยฝั่ง
สิทธิชุมชน ตามความหมายที่ชาวบ้านในพื้นที่ชายฝั่งเข้าใจ คือ สิทธิในการจัดการทรัพยากร
ชายฝั่ง การปกป้อง การดูแลรักษา และการใช้ประโยชน์ร่วมกัน ตลอดจนการฟื้นฟู แต่ทรัพยากรทาง
ทะเลและชายฝั่งได้ถูกทำาลาย โดยสาเหตุดังต่อไปนี้
๑. นายทุน คือ ผู้บ่อนทำาลายทรัพยากรของชุมชน โดยมีอำานาจเหนือรัฐบาล และพยายาม
ทำาทุกวิถีทางให้รัฐบาลเอื้อประโยชน์ให้พวกตน ข้าราชการได้ตอบสนองนโยบายของรัฐบาล แม้ไม่
เห็นด้วย แต่ไม่กล้าขัดขืน เช่น เมื่อปี ๒๕๔๗ - ๒๕๔๘ รัฐบาลมีโครงการแปลงสินทรัพย์เป็นทุน หรือ
โครงการ Seafood Bank หรือที่ชาวบ้านเรียกว่า “โฉนดทะเล” โดยให้คนในชุมชนมีสิทธิจับจอง
ชายฝั่งทะเลเพื่อเลี้ยงหอย หรือเลี้ยงปลาในกระชัง และรัฐได้ออกโฉนดรับรองให้เพื่อสามารถนำา
เอกสารดังกล่าวไปกู้ยืมเงินจากธนาคารได้ แต่ชาวบ้านในชุมชนไม่เห็นด้วย เนื่องจากเป็นการนำาพื้นที่
สาธารณะมาจัดสรรให้แก่ปัจเจกบุคคล อีกทั้งชาวบ้านมีการดำาเนินกิจการดังกล่าวอยู่ก่อนแล้ว และมี
การจัดการและดูแลของชุมชนอย่างเท่าเทียมและทั่วถึง โดยมีการต่อต้านและไม่เข้าร่วมโครงการ
ดังกล่าว จนรัฐบาลในขณะนั้นต้องยกเลิกโครงการไป ต่อมา ในภายหลังชุมชนทราบว่าเป็นแผน
เพื่อให้นายทุนเอกชนมาครอบครองโฉนดทะเลแทน เพราะมีการเปิดเสรีการลงทุนในการเพาะเลี้ยง
สัตว์น้ำาแบบ Contract Farming และ Food Safety ร่วมด้วย อันเป็นผลให้การทำากิจการประมง
ในโครงการดังกล่าวอยู่ภายใต้การครอบงำาของระบบทุนทั้งหมด ตั้งแต่การต้องใช้พันธุ์สัตว์น้ำา อาหาร
ยารักษาโรค ตลอดจนตลาดที่รับซื้อจากระบบทุนดังกล่าวทั้งวงจร เช่นเดียวกับการเลี้ยงหมู ไก่
อยู่ก่อนแล้ว เพราะเมื่อดำาเนินกิจการขาดทุน โฉนดทะเลย่อมตกเป็นของนายทุนนั้นเอง และ
นอกจากนั้นได้เปิดให้นายทุนต่างชาติเข้ามาลงทุนได้ด้วย
๒. กิจการประมงพาณิชย์ โดยใช้เครื่องมือทำาลายล้าง เช่น ประมงอวนรุน ประมงอวนลาก
ประมงเรือปั่นไฟปลากะตัก ประมงเรือคลาดหอย เป็นต้น โดยกฎหมายกำาหนดเขตประมงชายฝั่งไว้
ที่ระยะ ๓,๐๐๐ เมตร แต่เรือประมงพาณิชย์รุกล้ำาเข้ามาในระยะดังกล่าวอยู่เป็นประจำาและการกระทำา
ดังกล่าวเป็นความผิดทางกฎหมายด้วย แม้ว่าขณะนี้ได้ขยายเขตประมงชายฝั่งเป็น ๓ ไมล์ทะเล หรือ
ประมาณ ๕,๔๐๐ เมตร โดยให้แต่ละพื้นที่ไปตกลงกันเอง ซึ่งได้มีการตกลงเกือบทั้งประเทศแล้ว
แต่ยังมีการละเมิดรุกล้ำาเขตประมงชายฝั่งเข้ามาอยู่เป็นประจำา โดยเจ้าหน้าที่ดูแลไม่ทั่วถึงหรือไม่ใส่ใจ
ดำาเนินการอย่างจริงจัง อันเป็นการทำาให้เกิดการแย่งชิงทรัพยากรทางทะเลและทำาลายเครื่องมือหากิน
ของประมงชายฝั่งอีกด้วย

