Page 63 - รายงานประเมินสถานการณ์ด้านสิทธิมนุษยชนในประเทศไทย ปี 2551 - 2552
P. 63

61
                                                            61

                                                 คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ
                                                 คณะกรร



                                     ๓.๒  ก�รใช้ประโยชน์ในที่ดิน และกฎหม�ยต่�งๆ ที่เกี่ยวข้อง




                             ๑)    ปัญห�อันเนื่องม�จ�กก�รประก�ศเขตอุทย�นแห่งช�ติและเขตป่�สงวนแห่งช�ติ
                                   โดยมิได้มีการเดินสำารวจว่ามีผู้อยู่อาศัยอยู่ก่อนประกาศหรือไม่  เมื่อประกาศเขต
                     พื้นที่ดังกล่าวและมีแผนที่แนบท้ายพระราชกฤษฎีกากำาหนดเขต  เป็นผลให้ประชาชนจำานวนมาก

                     กลายเป็นผู้บุกรุกเขตอุทยานแห่งชาติและเขตป่าสงวนจำานวนมาก  มีการดำาเนินคดีประชาชนดังกล่าว
                     ซึ่งเป็นการสร้างความเดือดร้อนให้แก่ประชาชนเหล่านั้น  อีกทั้งรัฐสร้างภาพให้สังคมเข้าใจว่า
                     ประชาชนบุกรุกและตัดไม้ทำาลายป่าอีกด้วย

                                   ต่อมา เมื่อประชาชนต้องตัดไม้ในพื้นที่ที่ตนอยู่มาใช้ประโยชน์  หรือในพื้นที่ภาคใต้
                     ที่ประชาชนตัดต้นยางที่ตนปลูกไว้เพราะหมดอายุการใช้ประโยชน์เพื่อปลูกใหม่  ประชาชนเหล่านั้น
                     จะถูกดำาเนินคดีอาญาในข้อหาบุกรุกป่า และถูกฟ้องดำาเนินคดีทางแพ่งในฐานทำาให้โลกร้อน  ทั้งที่

                     ข้อมูลทางวิชาการดังกล่าวยังไม่ได้รับการยอมรับ  แต่กลับมีการรับฟังเป็นพยานหลักฐานให้ประชาชน
                     ต้องชดใช้ค่าเสียหายจำานวนมาก อันเป็นการสร้างความเดือดร้อนเป็นทวีคูณ

                             ๒)  ก�รออกเอกส�รสิทธิโดยมิชอบ

                                   ๒.๑)  การออกเอกสารสิทธิในพื้นที่การทำาเหมืองแร่เดิม ตามพระราชบัญญัติแร่ พ.ศ.
                     ๒๕๑๐ ได้กำาหนดไว้อย่างชัดแจ้งว่า  ที่ดินที่ใช้ในการทำาเหมืองแร่นั้น  หากที่ดินก่อนการทำาเหมืองแร่

                     เป็นสิทธิของเอกชน  เมื่อทำาเหมืองแร่เสร็จสิ้นย่อมกลับมาเป็นของเอกชนดังเดิม  หากที่ดินดังกล่าว
                     เป็นของรัฐ เมื่อการทำาเหมืองแร่เสร็จสิ้นย่อมกลับมาเป็นของรัฐดังเดิม แต่ผู้ประกอบการเหมืองแร่
                     ได้ขอให้เจ้าพนักงานที่ดินของรัฐออกเอกสารสิทธิในที่ดินเหมืองแร่เดิม  ทั้งนี้ ด้วยเหตุผลว่าเป็นผู้ใช้

                     ประโยชน์ในการทำาเหมืองแร่มาโดยตลอด  แต่ในขณะนั้นลืมแจ้งสิทธิในที่ดินดังกล่าว เนื่องจากการ
                     คมนาคมไม่สะดวก (แต่สามารถติดต่อหน่วยงานของรัฐในการขอประทานบัตรการทำาเหมืองแร่ได้)
                     ดังนั้น ผู้ประกอบการจึงได้เอกสารสิทธิในที่ดินดังกล่าวไป  ทั้งที่ที่ดินเหล่านั้นมีประชาชนอาศัย

                     อยู่ก่อนแล้ว อันเป็นผลให้เกิดกรณีพิพาทระหว่างผู้ประกอบการและประชาชนจำานวนมากและสร้าง
                     ความเดือดร้อนให้แก่ประชาชน
                                  ๒.๒)  การออกเอกสารสิทธิในป่าชายเลน  ซึ่งเป็นที่ดินสาธารณประโยชน์ของรัฐ

                     (ที่ดินที่มีเอกสารหนังสือสำาคัญสำาหรับที่หลวง หรือ นสล.) ซึ่งเป็นการสมคบกันระหว่างนายทุน
                     เจ้าพนักงานที่ดิน และเจ้าหน้าที่ปกครองในระดับท้องถิ่น อันเป็นผลให้ที่ดินของรัฐจำานวนมากตกเป็น

                     ของนายทุน แต่เอกสารสิทธิดังกล่าวก็มิได้ถูกเพิกถอนแต่อย่างใด
   58   59   60   61   62   63   64   65   66   67   68