Page 64 - รายงานประเมินสถานการณ์ด้านสิทธิมนุษยชนในประเทศไทย ปี 2551 - 2552
P. 64

62
                                                        62
                               รายงานการประเมินสถานการณ์ด้านสิทธิมนุษยชนในประเทศไทย ปี ๒๕๕
                               รายงานการประเมินสถานการณ์ด้านสิทธิมนุษยชนในประเทศไทย ปี ๒๕๕๑-๒๕๕๒๑-๒๕๕๒





                               ๒.๓)  การให้นายทุนเช่าที่ดินเพื่อใช้ประโยชน์ในการปลูกสวนปาล์มจำานวนมากใน
                  พื้นที่จังหวัดกระบี่ จังหวัดสุราษฎร์ธานี และจังหวัดนครศรีธรรมราช  ประชาชนในพื้นที่สามจังหวัด

                  ได้รวมตัวกันเป็นเครือข่ายปฏิรูปที่ดิน  ในการตรวจสอบปรากฏว่า ที่ดินที่มีการปลูกสวนปาล์มรายละ
                  หลายพันไร่  ส่วนใหญ่หมดอายุสัญญาการเช่าแล้ว  บางส่วนบุกรุกเข้าไปทำาสวนปาล์มโดยมิได้มี
                  การเช่าแต่อย่างใด  บางรายปลูกสวนปาล์มในพื้นที่นิคมสหกรณ์ที่กำาหนดให้สมาชิกนิคมใช้ประโยชน์

                  รายละเพียง ๕๐ ไร่เท่านั้น หรือบางรายปลูกสวนปาล์มในพื้นที่ที่มีหนังสือสำาคัญสำาหรับที่หลวง (นสล.)
                  แต่หน่วยงานของรัฐไม่มีการแก้ไขหรือเรียกคืนมาจัดสรรให้แก่ประชาชนที่ไม่มีที่ดินทำากิน  ประชาชน
                  ในพื้นที่สามจังหวัดได้รวมตัวกันประท้วงเป็นระยะๆ  แต่ในที่สุดได้มีการจับกุมและดำาเนินคดีกับ

                  ประชาชนดังกล่าวแทน  จนเป็นปัญหามาจนถึงปัจจุบัน











                                     ๓.๓  ก�รก่อสร้�งในทะเลและช�ยฝั่ง และก�รกัดเซ�ะช�ยฝั่ง



                          การกัดเซาะชายฝั่งที่เกิดขึ้นในหลายพื้นที่ เช่น อำาเภอเทพา  อำาเภอจะนะ  จังหวัดสงขลา
                  และหลายอำาเภอในจังหวัดนครศรีธรรมราช  เกิดขึ้นเพราะสิ่งก่อสร้างในทะเลที่หน่วยงานรัฐ

                  (กรมขนส่งทางน้ำาและพาณิชยนาวีหรือกรมเจ้าท่าเดิม) ก่อสร้างขึ้นโดยมิใช่เกิดขึ้นตามธรรมชาติ
                  การก่อสร้างที่เรียกว่า เขื่อนกันคลื่นและกันทราย (Jetty) ด้วยเหตุผลว่าเป็นการป้องกันไม่ให้

                  ปากคลองและปากแม่น้ำาตื้นเขินทั้งที่รายงานการศึกษาของหน่วยงานดังกล่าว (ก่อนมีการ
                  ก่อสร้าง) ระบุไว้อย่างชัดเจนว่า เมื่อมีการก่อสร้างแล้วด้านเหนือของเขื่อนมีการกัดเซาะชายฝั่ง
                  ส่วนด้านใต้ได้ที่ดินงอกขึ้นมา แต่หน่วยงานดังกล่าวกลับพยายามก่อสร้างบริเวณปากคลองและ

                  ปากแม่น้ำา หรือการก่อสร้างที่ไปเปลี่ยนแปลงกระแสคลื่นของหน่วยงานอื่นเช่นกัน ย่อมก่อให้เกิด
                  การกัดเซาะชายฝั่งเพิ่มขึ้นด้วย

                          ปัจจุบันการแก้ไขปัญหาไม่อาจเกิดขึ้น  เพราะหน่วยงานรัฐให้ข้อมูลที่ไม่ถูกต้องกับสังคม
                  อันทำาให้ประชาชนโดยทั่วไปเข้าใจว่า  สาเหตุการกัดเซาะเกิดขึ้นจากคลื่นลมแรง หรือน้ำาทะเลสูงขึ้น
                  แต่ความเป็นจริงเกิดจากสิ่งก่อสร้างในทะเลดังกล่าว
   59   60   61   62   63   64   65   66   67   68   69