Page 32 - รายงานการศึกษาวิจัยฉบับย่อ สิทธิชุมชนในการจัดสรรทรัพยากรน้ำโดยใช้แนวทางสันติวิธี : กรณีศึกษาพื้นที่ต้นน้ำของประเทศไทย
P. 32

23




                       ของนักสังคมวิทยาและนักนิติศาสตร์ จะเห็นได้ว่ากลุ่มเหล่านี้มีสิทธิที่เรียกว่าสิทธิชุมชน และเมื่อ
                       พิจารณาตัวอย่างการบังคับใช้กฎหมายในต่างประเทศอันเกี่ยวกับสิทธิชุมชนแล้ว ประเทศฝั่งตะวันตก

                       ทั้งสหรัฐอเมริกาและแคนาดาต่างก็รับรองและให้ความคุ้มครองชนพื้นเมือง

                              เมื่อเปรียบเทียบกับประเทศไทย พบว่ามีการใช้ค้าว่าชนเผ่าพื้นเมือง (Indigenous People)
                       โดยอ้างอิงถึงอนุสัญญาองค์การแรงงานระหว่างประเทศ ฉบับที่ 169 โดยประเทศไทยได้ใช้ค้าว่า

                       “ชนเผ่าพื้นเมือง” ให้เป็นค้าแปลของ Indigenous People มาตั้งแต่ พ.ศ. 2544 ในรัฐธรรมนูญแห่ง

                       ราชอาณาจักรไทยที่ปรากฏตั้งแต่ปี พ.ศ. 2540 ได้รับรองและคุ้มครองสิทธิชุมชนและสิทธิของบุคคลที่
                       รวมกันเป็นชุมชนท้องถิ่นดั้งเดิมไว้ อันเป็นการก่อให้เกิด “การรับรองตัวตน” ในทางกฎหมาย (Legal

                       entity) ท้าให้ชุมชนในฐานะ “หมู่คณะที่แยกออกมาจากบุคคลธรรมดา” ที่รวมตัวกันเป็นชุมชน

                       กลายเป็นผู้ทรงสิทธิตามกฎหมายเพื่อประโยชน์และความมุ่งหมายบางประการ และรัฐธรรมนูญแห่ง
                       ราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2550 ก็ได้รับรองสิทธิชุมชนเช่นเดียวกัน และได้ขยายการรับรองตัวตนของ

                       ผู้ทรงสิทธิในสิทธิชุมชนให้ขยายออกไปถึงชุมชนและชุมชนท้องถิ่น และชุมชนท้องถิ่นดั้งเดิม หากแต่

                       รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2560 ได้รับรองสิทธิชุมชนไว้ในรูปแบบ “สิทธิของบุคคลและ
                       ชุมชน” โดยไม่ได้ระบุค้าว่าชุมชนดั้งเดิมเอาไว้ซึ่งอาจท้าให้การตีความเรื่องสิทธิของชุมชนคลาดเคลื่อนได้

                       การไม่ระบุชุมชนท้องถิ่นดั้งเดิมเอาไว้อาจจะเป็นปัญหาในการตีความด้านกฎหมาย เพราะในทางสังคมวิทยา

                       ชุมชนกับชุมชนท้องถิ่นดั้งเดิม มีความแตกต่างกันในแง่ของถิ่นที่อยู่ ความผูกพันต่อวัฒนธรรม การสืบทอด
                       รักษาความเป็นชุมชน เพราะนอกจากชุมชนท้องถิ่นดั้งเดิมจะเป็นชุมชนที่มีเงื่อนไขที่เกี่ยวกับพื้นที่ ที่ตั้ง

                       อาณาบริเวณทางกายภาพตามธรรมชาติในทางภูมิศาสตร์แห่งใดแห่งหนึ่งโดยเฉพาะ ซึ่งเป็นลักษณะ

                       ส้าคัญของชุมชนท้องถิ่นแล้ว ชุมชนท้องถิ่นดั้งเดิมยังต้องมีลักษณะของความเป็นพื้นบ้าน และมีการ
                       ด้าเนินชีวิตแบบดั้งเดิมในสภาพแวดล้อมทางสังคม เศรษฐกิจ และวัฒนธรรมที่มีมาตั้งแต่เดิมอีกด้วย



                              4.4.3 ช่องว่างและสถานะทางกฎหมายของไทยในการคุ้มครองสิทธิชุมชนในทางปฏิบัติ
                       และการมีส่วนร่วมจัดการทรัพยากรในพื นที่

                              ภายใต้รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2560 พบว่ายังมีการรับรองสิทธิชุมชนซึ่งมี

                       อยู่ในรัฐธรรมนูญฯ พ.ศ. 2550 ไว้เช่นเดิม และได้ขยายสิทธิของบุคคลและชุมชนเพิ่ม รวมถึงได้
                       บัญญัติให้หน่วยงานรัฐมีหน้าที่ที่เกี่ยวเนื่องกับสิทธิชุมชนด้วย กล่าวคือก้าหนดสิทธิและเสรีภาพของ

                       ปวงชนชาวไทยตาม หมวด 3 โดยเฉพาะในมาตรา 43 ซึ่งได้ระบุสิทธิของบุคคลและชุมชนไว้ชัดเจน 4

                       กิจกรรม อย่างไรก็ตาม รัฐธรรมนูญฯ นี้ยังขาดความชัดเจนในการบัญญัติการรับรองสิทธิชุมชนเพื่อให้
                       เกิดการบังคับใช้กฎหมายอย่างมีประสิทธิภาพ (ชาติชาย วิริยะเจริญกิจ และสุรัสวดี แสนสุข, 2560)

                       เช่นเดียวกับที่ อรทัย อินต๊ะไชยวงค์ และบรรเจิด สิงห์คะเนติ (2562) กล่าวว่า แม้สิทธิชุมชนจะมีการ
                       รับรองในรัฐธรรมนูญซึ่งเป็นกฎหมายสูงสุดอย่างต่อเนื่อง แต่ในทางปฏิบัติและข้อเท็จจริงที่ปรากฏนั้น
   27   28   29   30   31   32   33   34   35   36   37