Page 35 - รายงานการศึกษาวิจัยฉบับย่อ สิทธิชุมชนในการจัดสรรทรัพยากรน้ำโดยใช้แนวทางสันติวิธี : กรณีศึกษาพื้นที่ต้นน้ำของประเทศไทย
P. 35

26




                                                            บทที่ 5



                                                  สรุปผลการศึกษาจากพื นที่




                       5.1 ข้อมูลผลการศึกษาจากแบบสอบถาม

                              ข้อมูลจากลุ่มน้้าชี จังหวัดชัยภูมิ บ่งชี้ว่าผู้ตอบแบบสอบถามส่วนใหญ่อยู่ในภาคเกษตรกรรมที่
                       มีความต้องการน้้าเพื่อการเพาะปลูกพืชโดยอาศัยน้้าฝนเป็นหลักหรือใช้แหล่งน้้าส้ารองอื่น เช่น น้้าบ่อ

                       น้้าบาดาล และน้้าชลประทาน อย่างไรก็ตาม ความต้องการน้้าไม่เพียงพอต่อการเพาะปลูกพืช และ

                       อาจรวมไปถึงความต้องการน้้าเพื่อการอุปโภคและบริโภคในชีวิตประจ้าวันที่ส่งผลให้ปัจจุบันการซื้อ
                       น้้าดื่มเป็นเรื่องที่ยอมรับได้หรือนิยมปฏิบัติโดยทั่วไป ขณะที่การมีส่วนร่วมของคนในชุมชนต่อการ

                       บริหารจัดการทรัพยากรน้้าสาธารณะ/ธรรมชาติยังขาดบทบาทหรือหน้าที่ที่ชัดเจนซึ่งอาจเนื่องมาจาก

                       ขาดความผูกพันกับทรัพยากรน้้าตามความผันแปรของยุคสมัยซึ่งสอดคล้องกับการใช้ประโยชน์จาก
                       แหล่งน้้าในด้านอื่น ๆ เช่น แหล่งอาหาร (จับสัตว์น้้า) วัฒนธรรม/ประเพณี และการสัญจร ที่ถูกลดทอน

                       บทบาทไป ขณะเดียวกันมีข้อสังเกตว่าหากเกิดความขัดแย้งที่เกี่ยวข้องกับการใช้ทรัพยากรน้้าขึ้น

                       ส่วนใหญ่เป็นความขัดแย้งระหว่างชุมชนกับหน่วยงานรัฐและระดับความขัดแย้งไม่ถึงขั้นรุนแรง มีการ
                       แก้ปัญหาด้วยการให้ผู้น้าชุมชน เช่น ก้านัน ผู้ใหญ่บ้านเข้าไปเจรจาหาทางออกร่วมกับรัฐ นอกจากนี้

                       การแก้ปัญหาการจัดการทรัพยากรน้้าอาศัยบทบาทของหน่วยงานภาครัฐผ่านองค์กรปกครองส่วน

                       ท้องถิ่น ได้แก่ องค์การบริหารส่วนต้าบล (อบต.) ที่สามารถเข้ามาส่งเสริมสร้างจิตส้านึก/การมีส่วนร่วม
                       ในการอนุรักษ์ทรัพยากรน้้าผ่านการด้าเนินกิจกรรม/โครงการที่รัฐสนับสนุน สอดคล้องกับความสัมพันธ์

                       ระหว่างความพึงพอใจของชุมชนต่อหน่วยงานภาครัฐต่อ (1) ความรู้เกี่ยวกับสิทธิมนุษยชนและสิทธิการ

                       ใช้น้้า (2) สิทธิในการใช้น้้าในชีวิตประจ้าวัน และ (3) การบริหารจัดการแหล่งน้้าสาธารณะ/ธรรมชาติ
                              ข้อมูลจากลุ่มน้้าน่าน จังหวัดน่าน บ่งชี้ว่าผู้ตอบแบบสอบถามส่วนใหญ่อยู่ในภาคเกษตรกรรม

                       โดยอาศัยอยู่ใกล้กับแหล่งน้้าหากพบว่ายังไม่เพียงพอต่อความต้องการของเกษตรกร ส่งผลให้ต้องใช้

                       น้้าจากบ่อน้้าในไร่นาหรือน้้าบาดาลเป็นส่วนใหญ่ ขณะที่น้้าดื่มได้จากการซื้อน้้าขวด นอกจากนี้ พบว่า
                       ชุมชนได้ร่วมกันท้าฝายชะลอน้้า ร่วมกิจกรรมช่วยเหลือภัยแล้ง รวมถึงปฏิบัติตามความเชื่อและ

                       ประเพณีเกี่ยวกับแหล่งน้้า เหล่านี้แสดงให้เห็นถึงการมีส่วนร่วมในการอนุรักษ์ทรัพยากรน้้าในลุ่มน้้าน่าน

                       อย่างไรก็ตาม พบปัญหาการใช้ประโยชน์จากทรัพยากรน้้า เช่น ขาดแคลนน้้าในการท้าการเกษตร
                       น้้าท่วมชุมชนและพื้นที่เกษตร ส่วนใหญ่ในทุกปีหรือเคยเป็นบางปี รวมทั้งปัญหาน้้าประปาไม่ได้

                       มาตรฐาน และพบการร้องเรียนเรื่องการจัดสรรน้้าและการจัดการน้้าต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
   30   31   32   33   34   35   36   37   38   39   40