Page 31 - รายงานการศึกษาวิจัยฉบับย่อ สิทธิชุมชนในการจัดสรรทรัพยากรน้ำโดยใช้แนวทางสันติวิธี : กรณีศึกษาพื้นที่ต้นน้ำของประเทศไทย
P. 31
22
เหตุผลเพื่อการจัดการทรัพยากรน้้าให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ซึ่งมีการตั้งคณะกรรมการที่มีอ้านาจ
ในการดูแลจัดการทรัพยากรน้้าอย่างเบ็ดเสร็จเด็ดขาดเรียกว่า “คณะกรรมการทรัพยากรน้้าแห่งชาติ”
หรือ “กนช.” มีนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน นอกจากนี้ ในส่วนการดูแลลุ่มน้้าในภูมิภาคก็มี
คณะกรรมการที่มาจากตัวแทนหน่วยงานภาครัฐแทบทั้งสิ้น นอกจากนี้ พระราชบัญญัตินี้มีบทบัญญัติ
บางประการเกี่ยวกับการจ้ากัดสิทธิและเสรีภาพของบุคคล (มาตรา 26, 33, 37, 40, 42, และ 43)
ได้ระบุไว้อย่างชัดเจนถึงการจ้ากัดสิทธิในการบริหารจัดการทรัพยากรน้้า สภาพการณ์ดังกล่าวสะท้อน
ปัญหาเจตนารมย์ทางกฎหมายที่พยายามจะละเลยสิทธิของทั้งปัจเจกบุคคลและสิทธิชุมชนโดยอ้าง
เหตุผลด้านประสิทธิภาพในการบริหารจัดการ เมื่อพิจารณาสถานะทางกฎหมายของสิทธิชุมชนที่
ปรากฏอยู่ในปัจจุบัน แม้ว่าจะมีการรับรองสิทธิตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2560 โดย
ให้การรับรอง “สิทธิของบุคคลและชุมชน” ซึ่งเมื่อพิจารณารายละเอียดแล้วกลับพบว่าชุมชนท้องถิ่น
และชุมชนท้องถิ่นดั้งเดิมหายไปจากบทบัญญัติในรัฐธรรมนูญปี พ.ศ. 2550 และ พ.ศ. 2540 ที่ปรากฏ
สิทธิชุมชนเป็นครั้งแรกแม้ว่าเจตนารมณ์ของกฎหมายจะไม่ได้ละเลยสิทธิชุมชนและสิทธิชุมชนท้องถิ่น
แต่การไม่บัญญัติไว้โดยตรงอาจท้าให้เชิงคุณค่าความส้าคัญของชุมชนท้องถิ่นและชุมชนท้องถิ่นดั้งเดิม
ลดทอนลงได้ (ชาติชาย วิริยะเจริญกิจ และสุรัสวดี แสนสุข, 2560) ดังนั้นจะเห็นได้ว่ากฎหมายทั้งใน
ด้านการบริหารจัดการทรัพยากรน้้าโดยตรง และกฎหมายรัฐธรรมนูญมีความชัดเจนในเรื่องการให้สิทธิ
แก่ชุมชน แต่พยายามลดบทบาทของชุมชนโดยเฉพาะชุมชนท้องถิ่นดั้งเดิมออกไปจากบทบัญญัติเดิม
(2) เมื่อพิจารณากฎหมายระหว่างประเทศและตัวอย่างในต่างประเทศ จะเห็นว่าได้มุ่งเน้น
การรักษาสิทธิในที่ดินและทรัพยากรธรรมชาติของชนพื้นเมืองดั้งเดิมที่อยู่อาศัยมาก่อน และสิทธิของ
กลุ่มชนในด้านอื่น ๆ ได้แก่ สิทธิในน้้า สิทธิในทางเศรษฐกิจ สังคม และวัฒนธรรม เช่น สิทธิในการมี
ตัวตน สิทธิในการศึกษา สิทธิในการด้ารงชีวิตตามวัฒนธรรมประเพณีความเชื่อของตน และยังมีการ
ขยายขอบเขตรวมถึงสิทธิด้านอื่น ๆ เช่น สิทธิรวมหมู่ สิทธิของชนกลุ่มน้อย เป็นต้น ประการส้าคัญ
การรับรองสิทธิชุมชนในกฎหมายระหว่างประเทศและกฎหมายภายในซึ่งประเทศต่าง ๆ ได้ให้ความส้าคัญ
และได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวางปรากฏเด่นชัดในเรื่องของสิทธิชนพื้นเมือง (Indigenous
Peoples) หรือชุมชนท้องถิ่นดั้งเดิม (Indigenous Community) ในการจัดการที่ดินและทรัพยากรธรรมชาติ
ตามจารีตประเพณีของชุมชน สิทธิชุมชนเป็นสิทธิที่เกี่ยวข้องกับชีวิตและการด้ารงตามแหล่งน้้า
วิถีวัฒนธรรมในสิ่งแวดล้อมที่ดี กติการะหว่างประเทศและอนุสัญญาต่างก็มุ่งเน้นในการให้สิทธิและ
การปกป้องคุ้มครอง และให้ความเสมอภาคแก่ชนพื้นเมือง นอกจากนี้ การรับรองสิทธิของชนพื้นเมือง
หรือสิทธิของชุมชนท้องถิ่นดั้งเดิมได้ปรากฏอย่างต่อเนื่องในกฎหมายระหว่างประเทศ ทั้งการรับรองใน
กติการะหว่างประเทศว่าด้วยสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมือง และกติการะหว่างประเทศว่าด้วยสิทธิ
ทางเศรษฐกิจ สังคมวัฒนธรรม ทั้งยังมีอนุสัญญา และปฏิญญาต่าง ๆ ที่ปรากฏออกมารับรองทั้งสิทธิ
ชนพื้นเมือง ชนเผ่า ชนกลุ่มน้อย ซึ่งกลุ่มต่าง ๆ เหล่านี้ หากพิจารณาในบริบทของชุมชนในความเห็น

