Page 33 - รายงานการศึกษาวิจัยฉบับย่อ สิทธิชุมชนในการจัดสรรทรัพยากรน้ำโดยใช้แนวทางสันติวิธี : กรณีศึกษาพื้นที่ต้นน้ำของประเทศไทย
P. 33

24




                       พบว่าสิทธิชุมชนยังไม่สามารถยอมรับหรือตอบสนองจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างเพียงพอ
                       และปัญหาการละเมิดสิทธิชุมชนที่ยังเกิดขึ้นในสังคมไทยอย่างต่อเนื่อง จึงท้าให้สิทธิชุมชนในการ

                       จัดการและการใช้ประโยชน์จากทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมตามรัฐธรรมนูญไม่ได้รับการ

                       คุ้มครอง กล่าวคือยังไม่เกิดผลในทางปฏิบัติได้อย่างแท้จริง จึงท้าให้เกิดปัญหาการบังคับใช้และ
                       การตีความรับรองคุ้มครองสถานะของชุมชนและสถานะสิทธิชุมชน ในทางกฎหมาย ขอบเขตแห่งสิทธิ

                       ชุมชน การใช้สิทธิ การเข้าถึงสิทธิชุมชน การจัดการและใช้ประโยชน์จากทรัพยากรธรรมชาติ สิ่งแวดล้อม

                       ที่ไม่ชัดเจน และปัญหาความขัดแย้งแนวคิดการจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมระหว่างรัฐ
                       กับประชาชนหรือชุมชนจนกลายเป็นข้อพิพาทระหว่างหน่วยงานรัฐกับประชาชนหรือชุมชนขึ้นสู่การ

                       พิจารณาของศาล

                              ดังกล่าวข้างต้น นอกจากจะแสดงให้เห็นช่องว่างทางกฎหมายที่ภาครัฐได้ควบคุมดูแล
                       ทรัพยากรน้้าตามกฎหมายแล้ว ในสภาพปัญหาที่ประสบในปัจจุบันภาครัฐจะมีการใช้งบประมาณในการ

                       จัดการทรัพยากรน้้าจ้านวนมาก มีหน่วยงานที่รับผิดชอบโดยตรงอย่างกรมทรัพยากรน้้า แต่การจัดการ

                       ก็ไม่ได้มีประสิทธิภาพที่เพิ่มขึ้นจากอดีต ดังเห็นได้จากสภาพปัญหาน้้าท่วมและภัยแล้งเกิดขึ้นอย่าง
                       ต่อเนื่อง นอกจากนี้ จากสภาพที่ปรากฏประสิทธิภาพการจัดการน้้า น้าน้้าไปใช้ให้ผลผลิตอย่างคุ้มค่าก็

                       ยังอยู่ในระดับต่้า ในทางกลับกันภาครัฐก็พยายายามที่จะลดบทบาทของชุมชนลง ซึ่งนอกจากจะไม่ท้า

                       ให้ประสิทธิภาพด้านการบริหารจัดการน้้าเพิ่มขึ้นแล้ว ยังอาจก่อให้เกิดความขัดแย้งกับชุมชนในพื้นที่
                       ท่ามกลางการแก่งแย่งและกีดกันสิทธิของชุมชนในการจัดการทรัพยากรธรรมชาติ ก็ปฏิเสธไม่ได้

                       เช่นเดียวกันว่าในความเป็นจริงยังมีชุมชนที่ยังมีรูปแบบการจัดการทรัพยากรโดยชุมชนตามจารีต

                       ประเพณีท้องถิ่นอยู่ ในช่วงระยะเวลาที่กระแสการมีส่วนร่วมของภาคประชาชน (Public Participation)
                       มีมากขึ้น และมีงานศึกษาของนักวิชาการในเรื่องสิทธิชุมชนทั้งงานด้านสังคมวิทยาและมานุษยวิทยา

                       และทางประวัติศาสตร์ เช่น อานันท์ กาญจนพันธุ์ เสน่ห์ จามริก และงานของยศ สันตสมบัติ (อ้างใน

                       บุญชู ณ ป้อมเพ็ชร, 2555) ที่อธิบายถึงรูปแบบของการจัดการทรัพยากรธรรมชาติโดยชุมชนที่มีการ
                       จัดการเป็นระยะเวลาที่ยาวนาน ก่อนการบังคับใช้กฎหมายในรัฐสมัยใหม่ แต่ถูกลดทอนบทบาท อ้านาจ

                       การครอบครองไป รวมถึงงานศึกษาด้านกฎหมายที่กล่าวถึงสิทธิชุมชน เช่น บวรศักดิ์ อุวรรณโณ

                       ไพสิฐ พาณิชย์กุล และงานของสมชาย ปรีชาศิลปะกุล (อ้างใน บุญชู ณ ป้อมเพ็ชร, 2555) ที่ได้
                       กล่าวถึงสิทธิทางกฎหมายของชุมชนในการจัดสรรทรัพยากร จึงน้าไปสู่กระบวนการเรียกร้องให้ประชาชน

                       มีส่วนร่วมในการรักษาดูแลและใช้ประโยชน์จากทรัพยากรแทนที่จะเป็นการผูกขาดจากรัฐเพียงฝ่ายเดียว

                       ซึ่งไม่สอดคล้องกับสภาพความเป็นจริงที่ชุมชนจัดการและดูแลทรัพยากรในพื้นที่ของตนอยู่แล้ว
                              การที่รัฐมองการจัดการทรัพยากรโดยการปฏิบัติตามวิถีทางของชุมชนต่าง ๆ เป็นเป็นเรื่อง

                       งมงาย ขัดแย้งกับกฎหมาย และเป็นเพียงข้ออ้างของชุมชนในการท้าลายทรัพยากร มายาคติในเรื่องนี้
                       มากับกระแสของการพัฒนาทางเศรษฐกิจจนกลายเป็นความเชื่อของคนทั่วไปว่ากลุ่มคนที่อาศัยอยู่ใน
   28   29   30   31   32   33   34   35   36   37   38