Page 370 - ประมวลสรุปความรู้เกี่ยวกับพิธีสารอิสตันบูลและพิธีสารมินนิโซตา
P. 370

265.  แพทย์ผู้ท�าการตรวจร่างกายหรือประเมินทางจิตวิทยา ควรทราบถึงปฏิกิริยาตอบสนองทางอารมณ์

              ที่การประเมินความบอบช�้าทางจิตใจอย่างรุนแรงอาจดึงออกมาจากทั้งผู้ถูกสัมภาษณ์และผู้สัมภาษณ์ เป็นที่
              ทราบกันดีว่าปฏิกิริยาตอบสนองทางอารมณ์เหล่านี้ คือ การถ่ายโยงความรู้สึกมาสู่ผู้สัมภาษณ์ (Transference)

              และการถ่ายโยงความรู้สึกสู่ผู้ถูกสัมภาษณ์ที่ท�าให้กีดขวางการสัมภาษณ์  (Countertransference)
              ความไม่ไว้วางใจ ความกลัว ความอับอาย ความเจ็บแค้นและความรู้สึกผิดล้วนเป็นปฏิกิริยาตอบสนองทาง

              อารมณ์ปกติที่เกิดกับผู้รอดชีวิตจากการทรมาน โดยเฉพาะเมื่อถูกขอให้เล่าหรือนึกถึงรายละเอียดของเหตุการณ์
              ร้ายแรงที่ประสบมา การถ่ายโยงความรู้สึกมาสู่แพทย์หมายถึง อารมณ์ที่ผู้เสียหายมีต่อแพทย์และเกี่ยวโยงกับ

              ประสบการณ์ในอดีต แต่ถูกมุ่งเน้นไปที่แพทย์เป็นการส่วนตัว ยิ่งกว่านั้น การตอบสนองทางอารมณ์ของแพทย์
              ที่มีต่อผู้เสียหายหรือเรียกว่าการถ่ายโยงความรู้สึกที่ท�าให้เกิดการกีดขวางต่อการประเมินทางจิตวิทยา ซึ่งทั้ง

              การถ่ายโยงความรู้สึกต่อแพทย์และการถ่ายโยงความรู้สึกต่อผู้เสียหายนั้นเกิดขึ้นได้ซึ่งกันและกันและมีปฏิกิริยา
              ต่อกัน

                    266.  ผลกระทบของการถ่ายโยงความรู้สึกที่อาจเกิดขึ้นในการประเมินนั้น จะพบได้ในกรณีการสัมภาษณ์

              หรือการประเมินอันเกี่ยวข้องกับการเล่าเรื่องหรือนึกถึงรายละเอียดของเหตุการณ์ร้ายแรง ซึ่งท�าให้เกิด
              ความเจ็บปวดและความทรงจ�า ความคิดและความรู้สึกที่ไม่ต้องการ ดังนั้น แม้ผู้เสียหายจากการทรมาน

              จะยินยอมรับการประเมินด้วยความหวังว่า จะได้รับประโยชน์จากการประเมินด้วย สิ่งที่ต้องเผชิญอันตามมา
              อาจกลายเป็นการเผชิญกับประสบการณ์เดิมอีก

                    267.  ค�าถามของผู้ประเมินอาจผู้เสียหายจากการทรมานอาจมองค�าถามของผู้ประเมินว่าเป็นการบังคับ

              ให้ต้องเผชิญกับการสอบปากค�า ผู้เสียหายอาจสงสัยว่า ผู้ประเมินมีแรงจูงใจของความสุขจากการล่วงล�้าเรื่อง

              ราวที่เป็นส่วนตัวของผู้อื่น หรือจากการเห็นความเจ็บปวดของผู้อื่น และผู้ถูกสัมภาษณ์อาจถามตัวเองว่า “ท�าไม
              เขาจึงต้องการให้ฉันเปิดเผยทุกแง่รายละเอียดอันโหดร้ายที่เกิดกับฉัน ท�าไมคนจึงเลือกอาชีพที่ต้องมารับฟัง
              เรื่องราวเช่นนี้ของฉัน ผู้ประเมินจะต้องมีแรงกระตุ้นแปลกๆ บางอย่าง” อีกทั้งอาจเกิดอคติต่อผู้ประเมิน

              เพราะเขาไม่เคยต้องถูกจับหรือทรมาน ผู้เสียหายจึงอาจมองผู้ประเมินเป็นฝ่ายของศัตรูได้

                    268.  โดยปกติ ผู้ประเมินอาจถูกมองว่าเป็นผู้มีอ�านาจ ท�าให้ไม่ได้รับความไว้วางใจจากผู้เสียหาย

              ในการพูดถึงบางด้านของการทรมาน ในอีกแง่หนึ่งผู้เสียหายซึ่งยังถูกคุมขังอยู่อาจจะให้ความไว้วางใจจนมาก
              เกินไป ในขณะที่ผู้ประเมินก็ยังไม่สามารถให้หลักประกันแก่ผู้เสียหายได้ว่าจะไม่ถูกแก้แค้น จึงควรต้องใช้

              ความระมัดระวังทุกด้านเพื่อสร้างความมั่นใจว่าผู้ต้องขังจะไม่ตกอยู่ในอันตรายโดยไม่จ�าเป็น เนื่องมาจากเชื่อใจ
              อย่างสัตย์ซื่อว่าบุคคลภายนอกจะคุ้มครองตนได้ ผู้เสียหายจากการทรมานอาจกลัวว่าข้อมูลที่ถูกเปิดเผย

              ในระหว่างการประเมิน จะไม่ได้รับการเก็บรักษาให้ปลอดภัยจากการแทรกแซงของรัฐ ความกลัวและความ
              ไม่ไว้วางใจอาจรุนแรงมากขึ้น  เมื่อแพทย์หรือบุคลากรด้านสาธารณสุขของทางการเป็นผู้มีส่วนร่วม

              ในการทรมานด้วย

                    269.  ในหลายกรณี ผู้ประเมินจะเป็นสมาชิกของชนชาติส่วนใหญ่และวัฒนธรรมหลักของชาติ ในขณะที่
              ผู้เสียหายเป็นชนกลุ่มน้อยหรือวัฒนธรรมที่ด้อยกว่า บรรยากาศของความไม่เท่าเทียมนี้ อาจเพิ่มความรู้สึกของ

              ความไม่เท่าเทียมในอ�านาจทั้งโดยคิดไปเองและในความเป็นจริง และอาจเพิ่มความกลัว ความไม่ไว้วางใจและ







              124  พิธีสารอิสตันบูล
   365   366   367   368   369   370   371   372   373   374   375