Page 369 - ประมวลสรุปความรู้เกี่ยวกับพิธีสารอิสตันบูลและพิธีสารมินนิโซตา
P. 369

262.  การประเมินสภาพจิตและการรวบรวมข้อมูลเพื่อการวินิจฉัยทางคลินิกควรกระท�าด้วยความเข้าใจ

                    บริบททางวัฒนธรรม เป็นสิ่งส�าคัญอย่างยิ่งที่ต้องเข้าใจอาการของโรคตามบริบททางวัฒนธรรมและภาษา
                    ท้องถิ่นหรือค�าที่ใช้บอกเล่าสื่อสารถึงความทุกข์ สิ่งเหล่านี้มีความส�าคัญที่ควรตระหนักถึงมากที่สุดในการ

                    สัมภาษณ์และรวบรวมข้อมูลทางคลินิกเพื่อหาสมมติฐานและข้อสรุปของโรค หากผู้สัมภาษณ์ไม่มีความรู้ทาง
                    วัฒนธรรมของผู้เสียหายที่เพียงพอแล้ว ความช่วยเหลือจากล่ามก็เป็นสิ่งจ�าเป็น โดยหลักการแล้ว ล่ามจาก

                    ประเทศเดียวกับผู้เสียหายจะรู้ภาษา ธรรมเนียม ประเพณีทางศาสนาและความเชื่อต่างๆ อันควรต้องค�านึงถึง
                    ระหว่างการสืบสวนสอบสวน การสัมภาษณ์อาจท�าให้ผู้เสียหายเกิดความกลัวและไม่ไว้วางใจ และอาจเป็น

                    การเตือนให้ผู้เสียหายนึกถึงการสอบปากค�าที่เคยเผชิญมาก่อน การที่จะลดผลกระทบจากการเผชิญเหตุการณ์
                    เจ็บปวดซ�้าอีกเช่นนี้ แพทย์ควรสื่อสารด้วยความเข้าใจในประสบการณ์และวัฒนธรรมของบุคคลนั้น จึงไม่ควร

                    ที่จะใช้ “วิธีที่เป็นกลางทางการแพทย์” ที่ใช้ในการท�าจิตบ�าบัดบางชนิดโดยที่แพทย์จะนิ่งเฉยและแทบไม่พูดจา
                    เลย แพทย์ควรต้องสื่อสารให้เห็นว่า แพทย์เป็นฝ่ายเดียวกับผู้เสียหาย รวมทั้งใช้วิธีที่ประคับประคองโดยไม่มี

                    การตัดสินแต่อย่างใด


                         2.  กระบวนการสัมภาษณ์



                         263.  แพทย์ควรมีการอธิบายกระบวนการสัมภาษณ์และบอกรายละเอียดขั้นตอนของการสัมภาษณ์
                    (ค�าถามที่จะถามเกี่ยวกับประวัติทางจิตสังคม ซึ่งรวมถึงประวัติการทรมานและลักษณะทางจิตวิทยาในปัจจุบัน)

                    และช่วยเตรียมให้บุคคลได้รับมือกับปฏิกิริยาตอบสนองทางอารมณ์ที่อาจถูกกระตุ้นด้วยค�าถามในการสัมภาษณ์
                    ในการสัมภาษณ์จะต้องให้ผู้ถูกสัมภาษณ์สามารถขอพักได้ สามารถยุติการสัมภาษณ์ได้ตลอดเวลาหากมี

                    ความเครียดมากเกินไป โดยสามารถเลือกที่จะท�าการนัดสัมภาษณ์ในครั้งต่อไป แพทย์ต้องมีความละเอียดอ่อน
                    และความเข้าอกเข้าใจในการตั้งค�าถาม โดยที่ยังด�ารงวัตถุประสงค์ในการประเมินทางการแพทย์อยู่ ในขณะ

                    เดียวกันผู้สัมภาษณ์ก็ควรตระหนักถึงการตอบสนองต่อผู้เสียหาย และรายละเอียดของการทรมานที่อาจมีผลต่อ
                    การรับรู้และการลงความเห็นของผู้สัมภาษณ์

                         264.  กระบวนการสัมภาษณ์อาจเตือนความทรงจ�าของผู้เสียหายให้นึกถึงการสอบสวนระหว่าง

                    การทรมาน ดังนั้น ผู้เสียหายอาจเกิดความรู้สึกรุนแรงด้านลบต่อแพทย์ เช่น รู้สึกกลัว เจ็บแค้น ขยะแขยง รู้สึก

                    ปราศจากการช่วยเหลือ สับสน ตื่นตระหนก และเกลียดชัง แพทย์ควรปล่อยให้ผู้เสียหายแสดงอารมณ์และ
                    อธิบายถึงความรู้สึกเหล่านั้น โดยแสดงความเข้าใจในสถานการณ์ยากล�าบากของเขา นอกจากนั้น ควรค�านึง
                    เสมอว่า บุคคลนั้นอาจยังคงถูกปองร้ายคุกคามหรือยังถูกกดขี่อยู่ หากจ�าเป็น ควรหลีกเลี่ยงค�าถามเกี่ยวกับ

                    การกระท�าที่ถูกห้าม เป็นเรื่องส�าคัญที่ควรพิจารณาสาเหตุของการประเมินทางจิตวิทยา เพราะจะช่วยให้

                    สามารถก�าหนดระดับของความเชื่อมั่นที่ผู้เชี่ยวชาญจะสามารถท�าให้เกิดได้ เมื่อมีการร้องขอโดยเจ้าหน้าที่ของ
                    รัฐตามกระบวนการพิจารณาในชั้นศาลเพื่อให้มีการประเมินความน่าเชื่อถือกรณีที่มีการกล่าวหาว่าถูกทรมาน
                    บุคคลที่ถูกประเมินหรือสัมภาษณ์ควรได้รับการบอกกล่าวว่า ข้อมูลความลับทางการแพทย์ที่ปรากฏในรายงาน

                    อาจถูกเปิดเผยได้ อย่างไรก็ตาม หากผู้ถูกทรมานเป็นผู้ร้องขอให้มีการประเมินทางจิตวิทยา ผู้เชี่ยวชาญจะต้อง

                    เก็บรักษาความลับทางการแพทย์นั้นไว้เสมอ







                                                                                                             123
   364   365   366   367   368   369   370   371   372   373   374