Page 357 - ประมวลสรุปความรู้เกี่ยวกับพิธีสารอิสตันบูลและพิธีสารมินนิโซตา
P. 357
บทที่ 6
พยานหลักฐานทางจิตใจจากการทรมาน
A. ข้อพิจารณาทั่วไป
1. บทบาทส�าคัญของการประเมินทางจิตวิทยา
234. มีความเห็นอย่างแพร่หลายที่ว่า การทรมานเป็นประสบการณ์ชีวิตที่ผิดธรรมดาอย่างหนึ่ง
ซึ่งสามารถก่อให้เกิดความทุกข์ทรมานอันเหลือล้นทั้งทางร่างกายและจิตใจ แพทย์และนักวิจัยส่วนใหญ่
มีความเห็นตรงกันว่า การทรมานในรูปแบบที่รุนแรงสุดขีดมีพลังอ�านาจพอที่จะท�าให้เกิดผลกระทบทางจิตใจ
และอารมณ์ตามมาได้ ไม่ว่าบุคคลนั้นมีสภาวะจิตใจก่อนถูกทรมานเป็นอย่างไร กระนั้นก็ตาม ผลจาก
การทรมานทางจิตใจเกิดขึ้นตามบริบทจากการที่บุคคลให้ความส�าคัญกับประสบการณ์ถูกทรมานนั้น
ตามพัฒนาการทางบุคลิกภาพรวมถึงพัฒนาการทางสังคม ปัจจัยทางการเมืองและวัฒนธรรม ด้วยเหตุนี้
จึงไม่สามารถอนุมานได้เสมอไปว่าการทรมานในทุกรูปแบบจะน�าไปสู่ผลลัพธ์เดียวกัน ยกตัวอย่างเช่น ผลทาง
จิตใจอันเกิดจากการถูกเยาะเย้ย ย่อมแตกต่างจากผลจากการถูกล่วงละเมิดทางเพศ และการถูกขังเดี่ยวแยก
จากผู้อื่นจะไม่ท�าให้เกิดผลกระทบเช่นเดียวกับการถูกกระท�าทรมานต่อร่างกาย นอกจากนั้น ยังไม่สามารถ
อนุมานได้ว่าผลกระทบของการคุมขังและการทรมานที่เกิดกับผู้ใหญ่จะเหมือนกับผลกระทบที่เกิดกับเด็ก ทั้งนี้
ได้มีการสังเกตการณ์และบันทึกกลุ่มอาการและปฏิกิริยาตอบสนองทางจิตที่มักเกิดขึ้นในบุคคลผู้รอดชีวิตจาก
การทรมานไว้ด้วย
235. ผู้กระท�าความผิดมักพยายามให้เหตุผลในการทรมานและการปฏิบัติที่โหดร้ายต่างๆ ว่า
เป็นเพราะความจ�าเป็นที่จะต้องรวบรวม เค้นหาข้อมูล แนวความคิดดังกล่าวก่อให้เกิดความคลุมเครือ
ในวัตถุประสงค์ของการทรมานและผลลัพธ์ที่ต้องการ เป้าหมายหลักอย่างหนึ่งของการทรมานนั้นคือ การท�าให้
บุคคลตกอยู่ในสภาวะที่สิ้นไร้หนทางและเป็นทุกข์อย่างสาหัส อันสามารถน�าไปสู่การเสื่อมสภาพของ
กระบวนการคิด อารมณ์และพฤติกรรม ดังนั้น การทรมานจึงถือเป็นวิธีการท�าร้ายหรือท�าลายสภาพจิตใจและ
92
92 G. Fischer และ N.F. Gurris “Grenzverletzungen: Folter und sexuelle Traumatisierung”, Praxis der Psychotherapie
- Ein integratives Lehrbuch fur Psychoanalyse und Verhaltenstherapie, W. Senf M. Broda, eds. (Stuttgart, Thieme,
1996)
111

