Page 355 - ประมวลสรุปความรู้เกี่ยวกับพิธีสารอิสตันบูลและพิธีสารมินนิโซตา
P. 355

ซึ่งอาการจะเลวร้ายลง ด้วยอาหารที่ด้อยคุณค่าในสถานที่ควบคุมตัวหลายแห่ง อาการของระบบทางเดินอาหาร

                    และทางเดินปัสสาวะอาจเกิดขึ้นเช่นกัน ในระยะเฉียบพลันนั้น การตรวจใดๆ นอกเหนือจากการมองเห็นได้ด้วย
                    ตาเปล่าอาจจ�าเป็นต้องใช้ยาชาเฉพาะที่หรือการดมยาสลบและได้รับการรักษาโดยแพทย์เฉพาะทาง ส่วนใน

                    ระยะเรื้อรัง อาจมีอาการหลายชนิดคงอยู่ซึ่งควรได้รับการตรวจสอบ อาจมีรอยแผลเป็นขนาดผิดปกติหรืออยู่ใน
                    ต�าแหน่งผิดปกติบริเวณทวารหนักซึ่งควรได้รับการบันทึกไว้ รอยปริบริเวณทวารหนักอาจคงอยู่เป็นเวลาหลายปี

                    แต่มักเป็นไปไม่ได้ที่จะแยกความแตกต่างระหว่างรอยปริที่เกิดจากการทรมานและเกิดจากวิธีการอื่นๆ ในการ
                    ตรวจสอบช่องทวารหนักควรมองหาสิ่งต่อไปนี้และบันทึกไว้

                               (i)  รอยปรินั้นเป็นสิ่งตรวจพบที่ไม่จ�าเพาะ เพราะว่าสามารถเกิดได้ในสถานการณ์ “ปกติ”
                    (ท้องผูกหรือขาดสุขอนามัยที่ดี) อย่างไรก็ตาม หากพบในสภาพเฉียบพลัน (เช่น ภายใน 72 ชั่วโมง) รอยปริ

                    จะเป็นผลที่มีความเฉพาะเจาะจงมากกว่า และสามารถถือเป็นพยานหลักฐานของการถูกสอดใส่

                               (ii)  รอยฉีกขาดของช่องทวารหนักไม่ว่าจะมีหรือไม่มีเลือดออกอาจสังเกตเห็นได้

                               (iii)  การสูญเสียลักษณะที่เป็นรอยย่นของเยื่อบุทวารหนัก โดยอาจพบในลักษณะที่แผลเป็น
                    แบนเรียบ หากแผลเป็นเหล่านี้มิได้อยู่ในแนวกลางล�าตัว (เช่น ไม่ใช่ต�าแหน่ง 12:00 น. หรือ 6:00 น.) ก็อาจเป็น

                    ตัวบ่งชี้หนึ่งของการบาดเจ็บจากการสอดใส่ได้

                               (iv)  ติ่งผิวหนังซึ่งอาจเป็นผลจากบาดแผลซึ่งก�าลังหายดี
                               (v)  ของเหลวสีขุ่นที่ไหลออกมาจากช่องทวารหนัก ควรได้รับการเพาะเชื้อหาเชื้อโกโนเรีย

                    และเชื้อคลาไมเดียในทุกกรณีที่มีข้อกล่าวหาเรื่องการสอดใส่ในช่องทวารหนัก ไม่ว่าจะสังเกตเห็นของเหลว
                    ไหลออกมาหรือไม่




                    E.  การตรวจวินิจฉัยโรคเฉพาะเรื่อง




                         233.  การตรวจวินิจฉัยโรคมิใช่ส่วนจ�าเป็นในการประเมินทางการแพทย์ในบุคคลซึ่งกล่าวอ้างว่า
                    ถูกทรมาน ในหลายกรณี ประวัติทางการแพทย์และการตรวจร่างกายถือว่าเพียงพอแล้ว อย่างไรก็ตาม

                    มีสถานการณ์บางอย่างซึ่งการทดสอบดังกล่าว เป็นพยานหลักฐานสนับสนุนที่มีประโยชน์อย่างยิ่ง ยกตัวอย่าง
                    เช่น ในกรณีที่มีการฟ้องร้องคดีกับเจ้าหน้าที่ทางการหรือในการเรียกร้องค่าเสียหาย ในกรณีเหล่านี้

                    ผลการตรวจที่เป็นบวกอาจมีผลต่อความส�าเร็จหรือความล้มเหลวของคดี นอกจากนั้น หากผลตรวจวินิจฉัยโรค
                    กระท�าเพื่อเหตุผลในการรักษา ผลที่ตรวจพบก็ควรน�ามารวมไว้ในรายงานทางการแพทย์ จะต้องตระหนักว่า

                    การขาดผลตรวจวินิจฉัยโรคที่เป็นบวก จะต้องไม่ใช้เพื่อชี้แนะว่าไม่มีการทรมานเกิดขึ้น อันเป็นกรณีเดียวกับ
                    ผลการตรวจร่างกาย มีหลายสถานการณ์ที่ไม่มีผลการตรวจวินิจฉัยโรคด้วยเหตุผลทางวิชาการ แต่การขาด

                    ผลการทดสอบนี้ไม่ควรท�าให้รายงานอื่นๆ ที่เขียนไว้อย่างถูกต้องขาดความน่าเชื่อถือ เป็นการไม่สมควรใน
                    การใช้การตรวจเพื่อวินิจฉัยในการบันทึกการบาดเจ็บเพื่อเหตุผลทางกฎหมายโดยล�าพัง สมควรใช้ข้อมูล

                    ทางคลินิกประกอบด้วย (ส�าหรับรายละเอียดเพิ่มเติม ดูภาคผนวก 2)









                                                                                                             109
   350   351   352   353   354   355   356   357   358   359   360