Page 333 - ประมวลสรุปความรู้เกี่ยวกับพิธีสารอิสตันบูลและพิธีสารมินนิโซตา
P. 333

ค่าขึ้นมาก ถ้าหากว่าผู้สืบสวนสอบสวนจะแสดงความใส่ใจอย่างเหมาะสม ถึงแม้ว่าสิ่งที่กล่าวมานี้จะรู้เห็นได้

                    อย่างชัดเจนก็ตาม แต่บ่อยครั้งที่ผู้ท�าการสืบสวนสอบสวนในเรือนจ�ามักมุ่งหวังในการเก็บข้อมูลจนลืมใส่ใจกับ
                    ผู้ต้องขังซึ่งถูกสัมภาษณ์




                    B.  ประวัติทางการแพทย์




                         168.  การได้รับข้อมูลประวัติทางการแพทย์อย่างสมบูรณ์ รวมถึงข้อมูลเกี่ยวกับการรักษาโรค การผ่าตัด
                    หรือปัญหาทางจิตในอดีต และต้องไม่ลืมที่จะบันทึกประวัติการบาดเจ็บก่อนถูกควบคุมตัว และผลกระทบที่อาจ

                    เกิดขึ้นในภายหลัง ผู้สัมภาษณ์ควรหลีกเลี่ยงการถามน�า แต่ควรตั้งค�าถามเพื่อดึงเรื่องราวล�าดับเหตุการณ์ที่
                    เกิดขึ้นระหว่างการควบคุมตัว

                         169.  ข้อมูลจ�าเพาะในอดีตอาจมีประโยชน์ในการเทียบเคียงวิธีที่ใช้ทรมานในภูมิภาคหรือพื้นที่ที่ผู้ถูก

                    กล่าวหาว่ากระท�าทารุณใช้ ตัวอย่างข้อมูลที่มีประโยชน์ ได้แก่ ลักษณะของอุปกรณ์ที่ใช้ทรมาน ท่าทางของ
                    ร่างกาย วิธีการพันธนาการ ลักษณะบาดแผลอย่างเฉียบพลันหรือเรื้อรังและการสูญเสียสมรรถภาพ รวมทั้ง

                    ข้อมูลระบุตัวตนผู้กระท�าการทารุณและสถานที่ที่ใช้ควบคุมตัว ในขณะที่มีความจ�าเป็นในการได้รับข้อมูลที่
                    ถูกต้องเกี่ยวกับประสบการณ์ของผู้รอดชีวิตจากการทรมาน วิธีการสัมภาษณ์แบบปลายเปิด ก�าหนดให้ผู้ป่วย

                    เล่าเรื่องประสบการณ์ดังกล่าวด้วยค�าพูดของตนเองจากความจ�าที่ระลึกได้ บุคคลผู้รอดชีวิตจากการทรมานอาจ
                    มีปัญหาในการบรรยายประสบการณ์และอาการของตนเป็นค�าพูด ในบางกรณีอาจเป็นประโยชน์ที่จะใช้

                    แบบสอบถามหรือรายการหัวข้อเหตุการณ์หรืออาการเหล่านี้ให้เลือก หากผู้สัมภาษณ์คิดว่ามีประโยชน์ก็มี
                    แบบสอบถามหลายประเภทที่น�าไปใช้ได้ อย่างไรก็ดี ไม่มีแบบสอบถามใดที่สร้างขึ้นมาเฉพาะส�าหรับผู้เสียหาย

                    จากการทรมาน ค�าร้องเรียนทั้งหมดของบุคคลผู้รอดชีวิตจากการทรมานมีความส�าคัญ แม้ว่าบางเรื่องจะ
                    ไม่สัมพันธ์กับผลการตรวจพยานหลักฐานทางร่างกายแต่ก็ควรต้องบันทึกในรายงาน อาการและการสูญเสีย

                    สมรรถภาพอย่างเฉียบพลันและเรื้อรังและกระบวนการบ�าบัดรักษาในภายหลัง ควรได้รับการบันทึกไว้เช่นกัน


                         1.  กลุ่มอาการเฉียบพลัน



                         170.  ควรมีการถามบุคคลผู้ถูกทรมานให้บรรยายอาการบาดเจ็บที่เกิดจากวิธีการเฉพาะใดๆ ที่ใช้ใน

                    การทรมานที่มีการกล่าวหา ตัวอย่างเช่น ภาวะเลือดออก บาดแผลฟกช�้า การบวม บาดแผลเปิด บาดแผล
                    ฉีกขาด การร้าวหรือเคลื่อนตัวของกระดูก ความผิดปกติที่เกี่ยวกับข้อต่อ ไอเป็นเลือด ภาวะลมในช่องปอด
                    เยื่อแก้วหูทะลุ ความบาดเจ็บของระบบปัสสาวะและอวัยวะเพศ รอยไหม้ (สี ถุงน�้าในบริเวณผิวหนังซึ่งเกิดจาก

                    ความร้อนในระดับต่างๆ กัน) การบาดเจ็บจากการถูกไฟฟ้าดูด (ขนาดและจ�านวนของรอยแผล ลักษณะสีและ

                    ผิวของบาดแผล) การบาดเจ็บจากสารเคมี (สี ร่องรอยการตายของผิวหนัง) อาการปวด อาการชา อาการ
                    ท้องผูกและอาเจียน ความรุนแรง ความถี่และระยะเวลาของอาการแต่ละชนิดควรได้รับการบันทึกไว้
                    การเปลี่ยนแปลงของรอยโรคบนผิวหนังเป็นตัวบ่งชี้ได้ว่าจะเป็นแผลเป็นหรือไม่ ควรถามเกี่ยวกับสุขภาพ









                                                                                                              87
   328   329   330   331   332   333   334   335   336   337   338