Page 328 - ประมวลสรุปความรู้เกี่ยวกับพิธีสารอิสตันบูลและพิธีสารมินนิโซตา
P. 328
J. ประเด็นทางเพศ
154. ตามทฤษฏีแล้ว ชุดสืบสวนสอบสวนควรประกอบไปด้วยผู้เชี่ยวชาญทั้งเพศชายและหญิง เพื่อให้
บุคคลซึ่งกล่าวอ้างว่าถูกทรมานสามารถเลือกเพศของผู้สืบสวนสอบสวนสวน และหากจ�าเป็นรวมถึงล่ามด้วย
เรื่องนี้มีความส�าคัญโดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อสตรีถูกควบคุมตัวในสถานที่ที่ทุกคนรู้ว่ามีการข่มขืนเกิดขึ้น แม้ว่า
เธอเองอาจจะยังไม่ได้ร้องทุกข์ในเรื่องนี้ การทรมานโดยส่วนใหญ่มักมีแง่มุมทางเพศเกี่ยวข้องเสมอ แม้จะไม่มี
การคุกคามทางเพศเกิดขึ้น (ดูบทที่ 5 หมวด D.8) ความบอบช�้าทางจิตใจอาจรุนแรงมากขึ้นหากสตรีผู้นั้นรู้สึก
ว่า เธอจะต้องอธิบายสิ่งที่เกิดขึ้นกับบุคคลที่เธอคิดว่ามีร่างกายคล้ายกับผู้ทรมานเธอ ซึ่งส่วนใหญ่หรือทั้งหมด
มักจะเป็นผู้ชาย ในบางวัฒนธรรม เป็นไปไม่ได้เลยที่ผู้สืบสวนสอบสวนเพศชายจะตั้งค�าถามกับผู้เสียหาย
สตรีซึ่งถือเป็นสิ่งที่ต้องเคารพเสมอ อย่างไรก็ตาม ในวัฒนธรรมส่วนใหญ่ หากมีเพียงแพทย์ชายคนเดียว สตรี
จ�านวนไม่น้อยเลือกที่จะคุยกับแพทย์ผู้นั้นมากกว่าคุยกับผู้เชี่ยวชาญแขนงอื่นที่เป็นหญิง ทั้งนี้ เพื่อที่จะได้รับ
ข้อมูลและค�าแนะน�าทางการแพทย์ที่เธอต้องการ หากในกรณีนี้มีการใช้ล่าม ล่ามก็ควรจะเป็นเพศหญิงเช่นกัน
ผู้ถูกสัมภาษณ์บางรายมักจะเลือกล่ามที่ไม่ใช่คนท้องถิ่น เนื่องด้วยเหตุผลของความเสี่ยงที่จะถูกเตือน
ความทรงจ�าถึงการทรมานและความเสี่ยงต่อการเปิดเผยความลับของตน (ดูบทที่ 4 หมวด 1) หากไม่มี
ความจ�าเป็นที่จะต้องใช้ล่าม สมาชิกของชุดสืบสวนสอบสวนที่เป็นผู้หญิงควรปรากฏตัวอยู่ด้วยในฐานะพี่เลี้ยง
อย่างน้อยที่สุดระหว่างการตรวจร่างกายรวมทั้งตลอดการสัมภาษณ์หากผู้ถูกสัมภาษณ์ต้องการ
155. เมื่อผู้เสียหายเป็นผู้ชายและถูกทารุณทางเพศ สถานการณ์จะยิ่งซับซ้อนมากขึ้น เพราะเขามักจะ
โดนกระท�าจากบุคคลเพศชายเช่นกัน ผู้เสียหายชายบางคนจึงเลือกที่จะเล่าประสบการณ์ของตนให้ผู้สืบสวน
สอบสวนที่เป็นผู้หญิงฟัง เนื่องจากมีความหวาดกลัวอย่างรุนแรงต่อเพศชาย ในขณะเดียวกัน ผู้เสียหายชาย
คนอื่นๆ อาจจะไม่ต้องการพูดคุยเรื่องส่วนตัวต่อหน้าผู้หญิง
K. ข้อบ่งชี้ส�าหรับการส่งต่อบุคคล
156. กรณีที่เป็นไปได้ การตรวจสอบเพื่อบันทึกรายงานการทรมานด้วยเหตุผลทางนิติเวช ควรถูกใช้
ร่วมกับการประเมินที่มีวัตถุประสงค์อื่นๆ การพิจารณาว่ามีความจ�าเป็นที่จะส่งตัวบุคคลผู้ถูกทรมานต่อไป
ยังแพทย์ผู้เชี่ยวชาญอื่นๆ นักจิตวิทยา นักกายภาพบ�าบัด หรือบุคคลใดๆ ก็ตามที่สามารถช่วยเหลือและ
ให้ค�าแนะน�าด้านสังคม ผู้สืบสวนสอบสวนควรทราบถึงข้อมูลหน่วยงานฟื้นฟูและช่วยเหลือที่ตั้งอยู่ในท้องถิ่น
แพทย์ผู้ท�าการรักษาไม่ควรลังเลที่จะยืนกรานให้มีการปรึกษาหารือและการตรวจสอบเพิ่มเติม ซึ่งเห็นว่าเป็น
ประโยชน์ต่อการประเมินทางการแพทย์ ในระหว่างการบันทึกข้อมูลหลักฐานทางการแพทย์ของการทรมานและ
การปฏิบัติที่โหดร้ายต่างๆ แพทย์ต้องค�านึงถึงหน้าที่ทางจริยธรรมของแพทย์ด้วย ดังนั้น บุคคลที่เห็นได้ชัดว่า
ต้องการการดูแลรักษาทางการแพทย์หรือทางจิตวิทยาเพิ่มเติม ควรจะต้องถูกส่งต่อไปยังหน่วยงานที่เหมาะสม
82 พิธีสารอิสตันบูล

