Page 295 - ประมวลสรุปความรู้เกี่ยวกับพิธีสารอิสตันบูลและพิธีสารมินนิโซตา
P. 295

70.  หน้าที่ทางจริยธรรมของแพทย์อาจแตกต่างกันตามความสัมพันธ์ระหว่างแพทย์กับผู้ป่วย

                    กับความเป็นไปได้ที่ผู้ป่วยจะสามารถตัดสินใจได้อย่างอิสระในการเปิดเผยข้อมูล ตัวอย่างเช่น การดูแลรักษา
                    ผู้ป่วยของแพทย์ในโรงพยาบาล มีความจ�าเป็นทางจริยธรรมอย่างสูงส�าหรับแพทย์ในการปฏิบัติตามกฎทั่วไป

                    ในการรักษาความลับ ซึ่งมักจะมีผลต่อความสัมพันธ์ในการรักษา การรายงานหลักฐานเรื่องการทรมานที่ได้
                    จากการรักษาเป็นสิ่งที่เหมาะสมอย่างยิ่งตราบใดที่ผู้ป่วยไม่ห้ามการกระท�าดังกล่าว แพทย์ควรรายงานหลักฐาน

                    ดังกล่าว หากผู้ป่วยร้องขอหรือให้ความยินยอมเมื่อได้รับค�าชี้แจงแล้ว แพทย์ควรสนับสนุนผู้ป่วยในการตัดสินใจ
                    เช่นนั้นด้วย

                         71.  แพทย์นิติเวชมีความสัมพันธ์กับผู้ป่วยแต่ละรายที่ตนตรวจแตกต่างกัน และมักมีหน้าที่ในการ

                    รายงานผลการตรวจตามข้อเท็จจริง ผู้ป่วยมีอ�านาจและทางเลือกน้อยลงในกรณีดังกล่าว และอาจไม่สามารถ
                    พูดได้อย่างอิสระเกี่ยวกับสิ่งที่เกิดขึ้น ก่อนเริ่มการตรวจใดๆ แพทย์นิติเวชจะต้องอธิบายบทบาทของตนต่อ

                    ผู้ป่วยและอธิบายอย่างชัดเจนว่า การรักษาความลับทางการแพทย์ไม่ใช่หน้าที่ปกติของตนเหมือนกรณี
                    การรักษาผู้ป่วยทั่วไป กฎหมายอาจไม่อนุญาตให้ผู้ป่วยปฏิเสธการตรวจได้ แต่ผู้ป่วยมีสิทธิเลือกว่าจะเปิดเผย

                    สาเหตุของการบาดเจ็บหรือไม่ แพทย์นิติเวชไม่ควรบิดเบือนรายงานการตรวจ แต่ควรเสนอหลักฐานอย่าง
                    เป็นกลางและเสนอหลักฐานการกระท�าทารุณในรายงานอย่างชัดเจน
                                                                            67

                         72.  นอกจากหน้าที่หลักในการรักษาแล้ว แพทย์ประจ�าเรือนจ�ายังมีหน้าที่ตรวจสุขภาพผู้ต้องขังเมื่อ
                    มาถึงเรือนจ�าหลังจากการถูกควบคุมตัวโดยต�ารวจ ด้วยบทบาทหน้าที่ดังกล่าว แพทย์ประจ�าเรือนจ�าอาจพบ
                    หลักฐานการกระท�ารุนแรงที่มิอาจยอมรับได้ และผู้ต้องขังเองก็ไม่อยู่ในสถานะที่จะบอกกล่าวใครได้

                    ในสถานการณ์เช่นนี้ แพทย์ต้องค�านึงถึงประโยชน์สูงสุดของผู้ป่วยและหน้าที่ในการรักษาความลับของผู้ป่วยนั้น

                    แต่ก็มีข้อขัดแย้งทางศีลธรรมอย่างรุนแรงส�าหรับแพทย์ที่จะเปิดเผยข้อมูลการทารุณกรรมที่มีหลักฐานปรากฏ
                    อยู่ เพราะผู้ต้องขังไม่สามารถกระท�าได้เองอย่างมีประสิทธิภาพ เมื่อผู้ต้องขังยินยอมให้เปิดเผยข้อมูล ก็จะไม่มี
                    ข้อขัดแย้งเกิดขึ้นและหน้าที่ทางศีลธรรมจะมีความชัดเจน แต่ถ้าผู้ต้องขังปฏิเสธที่จะให้เปิดเผย แพทย์ต้องชั่ง

                    น�้าหนักระหว่างความเสี่ยงและอันตรายที่อาจจะเกิดขึ้นกับผู้ป่วยนั้นและประโยชน์ต่อผู้ต้องขังในเรือนจ�า

                    ทั้งหมดและกับประโยชน์ต่อสังคมในการป้องกันไม่ให้การปฏิบัติที่โหดร้ายต่างๆ คงยังมีอยู่ต่อไป

                         73.  ผู้ประกอบวิชาชีพด้านสาธารณสุขจะต้องค�านึงว่า การรายงานเรื่องการปฏิบัติที่โหดร้ายต่างๆ
                    ต่อเจ้าหน้าที่ที่มีอ�านาจรับผิดชอบ อาจท�าให้เป็นความเสี่ยงต่ออันตรายส�าหรับผู้ป่วยหรือผู้อื่น รวมทั้งผู้ที่

                    เปิดเผยข้อมูล แพทย์จะต้องไม่ท�าให้บุคคลเหล่านั้นตกอยู่ในสภาพที่จะถูกแก้แค้นโดยไม่ตั้งใจ ผู้ประกอบวิชาชีพ
                    ด้านสาธารณสุขมีหน้าที่ต้องรายงานการกระท�าดังกล่าว แต่ก็ต้องพิจารณาเรื่องการรายงานข้อมูลดังกล่าว

                    ต่อหน่วยงานรับผิดชอบที่อยู่นอกพื้นที่ที่เกิดเหตุอย่างรอบคอบ เพื่อมิให้เกิดความเสี่ยงอันตรายต่อผู้ประกอบ
                    วิชาชีพด้านสาธารณสุขและผู้ป่วย ผู้ประกอบวิชาชีพฯ ควรรายงานในลักษณะที่ไม่เปิดเผยตัวตนของผู้ป่วย








                    67
                       ดู V. Iacopino และผู้อื่น “การสมรู้ร่วมคิดของแพทย์ในการน�าเสนอข้อมูลเท็จและปกปิดหลักฐานการทรมานในการตรวจร่างกาย
                       ภายหลังการคุมขังในประเทศตุรกี” วารสารสมาคมแพทย์แห่งประเทศสหรัฐอเมริกา (Journal of the American Medical
                       Association - JAMA) ฉบับที่ 276 (1996) หน้า 396 - 402



                                                                                                              49
   290   291   292   293   294   295   296   297   298   299   300