Page 293 - ประมวลสรุปความรู้เกี่ยวกับพิธีสารอิสตันบูลและพิธีสารมินนิโซตา
P. 293
การเก็บข้อมูลเกี่ยวกับรูปแบบของการทรมานหรือการทารุณกรรม ปัญหาที่อาจเกิดขึ้นเมื่อผู้ประกอบวิชาชีพ
ด้านสาธารณสุขถูกกดดันหรือบังคับโดยกฎหมายให้เปิดเผยข้อมูลที่ระบุตัวตนผู้ป่วยได้ ซึ่งอาจจะท�าให้ผู้ป่วย
ตกอยู่ในอันตราย ในกรณีเช่นนี้ หน้าที่ทางจริยธรรมพื้นฐานคือการเคารพต่ออิสระและประโยชน์สูงสุดของ
ผู้ป่วย รวมทั้งท�าสิ่งที่ดีและหลีกเลี่ยงอันตราย หน้าที่ดังกล่าวจะอยู่เหนือการพิจารณาเรื่องอื่นใด แพทย์ควรต้อง
แสดงให้ศาลหรือเจ้าหน้าที่ผู้ร้องขอข้อมูลทราบอย่างชัดแจ้งว่า แพทย์ก็มีหน้าที่รักษาความลับตามวิชาชีพของ
ตน ผู้ประกอบวิชาชีพด้านสาธารณสุขซึ่งปฏิบัติดังกล่าวควรได้รับการสนับสนุนจากสมาคมวิชาชีพและเพื่อน
ร่วมวิชาชีพ นอกจากนั้น ในระหว่างเวลาที่เกิดความขัดแย้งโดยการใช้อาวุธ กฎหมายมนุษยธรรมระหว่าง
ประเทศได้คุ้มครองการรักษาความลับระหว่างแพทย์กับผู้ป่วยเป็นการเฉพาะ โดยก�าหนดห้ามแพทย์มิให้
65
เปิดเผยตัวผู้ป่วยหรือผู้บาดเจ็บ และผู้ประกอบวิชาชีพด้านสาธารณสุขจะได้รับความคุ้มครอง โดยผู้ประกอบ
วิชาชีพฯ ไม่อาจถูกบังคับให้เปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับผู้ป่วยของตนในสถานการณ์ดังกล่าวหาได้ไม่
D. หน้าที่สองประการของผู้ประกอบวิชาชีพด้านสาธารณสุขที่ขัดแย้งกัน
66. ผู้ประกอบวิชาชีพด้านสาธารณสุขมีหน้าที่สองประการ คือ หน้าที่หลักต่อผู้ป่วยในการส่งเสริม
ประโยชน์สูงสุดของผู้ป่วย และมีหน้าที่ทั่วไปต่อสังคมในการสร้างหลักประกันความยุติธรรมและป้องกันไม่ให้มี
การละเมิดสิทธิมนุษยชน ปัญหาความขัดแย้งกันเกี่ยวกับหน้าที่สองประการนี้จะเข้มข้นขึ้น ในกรณีที่ผู้ประกอบ
วิชาชีพด้านสาธารณสุขที่ท�างานกับต�ารวจ ทหาร หน่วยงานความมั่นคงอื่นๆ หรือระบบเรือนจ�า ผลประโยชน์
ของนายจ้างและเพื่อนร่วมงานที่ไม่ใช่ฝ่ายการแพทย์ อาจขัดแย้งกับประโยชน์สูงสุดของผู้ป่วยที่ถูกควบคุมตัว
แต่ไม่ว่าสถานการณ์ของการท�างานจะเป็นเช่นไร ผู้ประกอบวิชาชีพด้านสาธารณสุขมีหน้าที่ส�าคัญในการดูแล
ประชาชนที่ร้องขอการตรวจหรือรักษา โดยที่ไม่อาจถูกผูกพันด้วยสัญญาหรือผลประโยชน์อื่นใด ที่จะท�าให้
ความเป็นอิสระทางวิชาชีพต้องสูญเสียไป และจะต้องประเมินประโยชน์ทางสุขภาพของผู้ป่วยโดยปราศจาก
อคติและปฏิบัติหน้าที่อย่างเหมาะสม
1. หลักการปฏิบัติส�าหรับแพทย์ที่ประสบปัญหาหน้าที่ที่ขัดแย้งกัน
67. ในทุกกรณีที่แพทย์ปฏิบัติงานในนามของฝ่ายหนึ่งฝ่ายใด แพทย์มีหน้าที่จะต้องอธิบายให้ผู้ป่วย
เข้าใจ โดยต้องแนะน�าตนเองต่อผู้ป่วยและอธิบายวัตถุประสงค์ของการตรวจหรือรักษา แม้ในกรณีที่แพทย์
66
ได้รับการแต่งตั้งและได้รับค่าตอบแทนจากบุคคลภายนอก แพทย์ก็ยังคงมีหน้าที่หลักในการดูแลผู้ป่วยที่ตน
ตรวจหรือรักษา แพทย์ต้องปฏิเสธที่จะร่วมมือในการดูแลรักษาใดๆ ที่จะเป็นอันตรายต่อผู้ป่วย หรืออาจท�าให้
ผู้ป่วยได้รับอันตรายทั้งทางร่างกายและจิตใจ แพทย์จะต้องมั่นใจว่าเงื่อนไขในสัญญาก�าหนดให้แพทย์มีอิสระ
65 มาตรา 16 ของพิธีสาร I (1977) และมาตรา 10 ของพิธีสาร II (1977) ซึ่งเพิ่มเติมจากอนุสัญญาเจนีวาปี 1949
66
หลักการเหล่านี้ถูกคัดมาจาก แพทย์ผู้มีหน้าที่หน้าที่สองประการ (Doctors with Dual Obligations) (ลอนดอน แพทยสมาคม
อังกฤษ 1995)
47

