Page 271 - ประมวลสรุปความรู้เกี่ยวกับพิธีสารอิสตันบูลและพิธีสารมินนิโซตา
P. 271

(a)  การใช้มาตรการทางนิติบัญญัติ ทางบริหาร ทางตุลาการหรือมาตรการอื่นๆ ที่มีประสิทธิผล

                    เพื่อป้องกันการทรมาน โดยไม่มีข้อยกเว้นใดๆ ที่จะยกมาอ้างเพื่อสร้างความชอบธรรมในการทรมาน แม้แต่
                    ในภาวะสงคราม (มาตรา 2 ของอนุสัญญาว่าด้วยการต่อต้านการทรมาน และมาตรา 3 ของปฏิญญาว่าด้วย

                    การคุ้มครองจากการทรมาน)
                               (b)  การไม่ขับไล่ การส่งกลับ (Refouler) หรือการเนรเทศบุคคลไปยังประเทศซึ่งมีเหตุอันน่าเชื่อ

                    ได้ว่าบุคคลนั้นจะถูกทรมาน (มาตรา 3 ของอนุสัญญาว่าด้วยการต่อต้านการทรมาน)

                               (c)  การบัญญัติให้การทรมาน รวมทั้งการสมรู้ร่วมคิดหรือการมีส่วนร่วมในการทรมาน
                    เป็นความผิดทางอาญา (มาตรา 4 ของอนุสัญญาว่าด้วยการต่อต้านการทรมาน หลักปฏิบัติที่ 7 ของหลักปฏิบัติ

                    ในการคุมขัง มาตรา 7 ของปฏิญญาว่าด้วยการคุ้มครองจากการทรมาน และวรรค 31 - 33 ของกฎมาตรฐาน
                    ขั้นต�่าสุดว่าด้วยการปฏิบัติต่อผู้ต้องขัง)

                               (d)  การด�าเนินการให้การทรมานเป็นความผิดที่สามารถส่งผู้ร้ายข้ามแดนได้ และการช่วยเหลือ

                    รัฐภาคีอื่นๆ ในเรื่องการพิจารณาคดีอาญาที่เกี่ยวกับการทรมาน (มาตรา 8 และ 9 ของอนุสัญญาว่าด้วย
                    การต่อต้านการทรมาน)

                               (e)  การจ�ากัดการใช้วิธีคุมขังที่ไม่อนุญาตให้ติดต่อสื่อสารกับบุคคลอื่น การรับประกันว่าผู้ถูก

                    ควบคุมตัวอยู่ในสถานที่ควบคุมตัวซึ่งเป็นที่ยอมรับตามกฎหมาย การรับประกันว่าชื่อของบุคคลซึ่งรับผิดชอบ
                    การควบคุมตัวได้รับการบันทึกไว้ในทะเบียนที่พร้อมจะให้ผู้เกี่ยวข้องตรวจสอบรวมถึงญาติและเพื่อน
                    การบันทึกเวลาและสถานที่ของการสอบปากค�าทุกครั้ง รวมทั้งชื่อของบุคคลที่ปรากฏตัวอยู่ในสถานที่นั้นด้วย

                    การอนุญาตให้แพทย์ ทนายความและสมาชิกครอบครัวเข้าเยี่ยมผู้ถูกควบคุมตัว (มาตรา 11 ของอนุสัญญา

                    ว่าด้วยการต่อต้านการทรมาน หลักปฏิบัติที่ 11 - 13 15 - 19 และ 23 ของหลักปฏิบัติในการคุมขัง วรรค 7
                    22 และ 37 ของกฎมาตรฐานขั้นต�่าสุดว่าด้วยการปฏิบัติต่อผู้ต้องขัง)

                               (f)  การให้หลักประกันว่าการให้การศึกษาและข้อมูลเรื่องการห้ามทรมาน ได้รับการบรรจุอยู่
                    ในหลักสูตรอบรมเจ้าหน้าที่ผู้บังคับใช้กฎหมาย (ทั้งพลเรือนและทหาร) บุคลากรทางการแพทย์ เจ้าหน้าที่ของ

                    รัฐและบุคคลอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง (มาตรา 10 ของอนุสัญญาว่าด้วยการต่อต้านการทรมาน มาตรา 5 ของปฏิญญา
                    ว่าด้วยการคุ้มครองจากการทรมาน วรรค 54 ของกฎมาตรฐานขั้นต�่าสุดว่าด้วยการปฏิบัติต่อผู้ต้องขัง)

                               (g)  การให้หลักประกันว่าการให้ถ้อยค�าใดๆ ที่มีหลักฐานชัดเจนว่า ได้มาด้วยการทรมานจะต้อง

                    ไม่น�าไปใช้เป็นพยานหลักฐานในการพิจารณาคดีใดๆ ยกเว้นการพิจารณาคดีต่อผู้ถูกกล่าวหาว่าได้กระท�า
                    การทรมาน เพื่อเป็นพยานหลักฐานว่ามีการทรมานในการได้มาซึ่งถ้อยค�าเหล่านั้น (มาตรา 15 ของอนุสัญญา

                    ว่าด้วยการต่อต้านการทรมาน มาตรา 12 ของปฏิญญาว่าด้วยการคุ้มครองจากการทรมาน)

                               (h)  การให้หลักประกันว่าเจ้าพนักงานที่มีอ�านาจ ได้ด�าเนินการสืบสวนสอบสวนอย่างไม่ล่าช้า
                    และเป็นกลาง เมื่อมีเหตุที่น่าเชื่อได้ว่ามีการทรมานเกิดขึ้น (มาตรา 12 ของอนุสัญญาว่าด้วยการต่อต้าน
                    การทรมาน หลักปฏิบัติที่ 33 และ 34 ของหลักปฏิบัติในการคุมขัง มาตรา 9 ของปฏิญญาว่าด้วยการคุ้มครอง

                    จากการทรมาน)










                                                                                                              25
   266   267   268   269   270   271   272   273   274   275   276