Page 79 - วารสารกฎหมายสิทธิมนุษยชน. ปีที่ 1 ฉบับที่ 3 (กันยายน - ธันวาคม 2563)
P. 79
78 วารสารกฎหมายสิทธิมนุษยชน
5.4 การอุทธรณ์และฎีกา
สิทธิของคู่คว�มในก�รอุทธรณ์หรือฎีก�ในศ�ลทห�รนั้น พระร�ชบัญญัติธรรมนูญศ�ลทห�ร พ.ศ. 2498
ม�ตร� 61 วรรคสอง บัญญัติห้�มมิให้มีก�รอุทธรณ์หรือฎีก�คัดค้�นคำ�พิพ�กษ�หรือคำ�สั่งของศ�ลทห�ร
ในเวล�ไม่ปกติ และศ�ลอ�ญ�ศึกหรือศ�ลที่พิจ�รณ�พิพ�กษ�คดีแทนศ�ลอ�ญ�ศึกในทุกกรณี เห็นได้ว่�
สิทธิของคู่คว�มในศ�ลทห�รและศ�ลพลเรือนได้รับคว�มคุ้มครองจ�กรัฐอย่�งไม่เสมอภ�คเท่�เทียม
กัน เป็นก�รจำ�กัดสิทธิของคู่คว�มในก�รต่อสู้คดีและทำ�ให้ก�รเข้�ถึงกระบวนก�รยุติธรรมของประช�ชน
ต�มรัฐธรรมนูญได้รับคว�มคุ้มครองอย่�งไม่เต็มที่ อีกทั้งประเทศไทยได้เข้�เป็นภ�คีสม�ชิกของกติก�
ระหว่�งประเทศว่�ด้วยสิทธิพลเมืองและสิทธิท�งก�รเมือง (International Covenant on Civil and
Political Rights : ICCPR) ซึ่งในข้อที่ 14 ข้อย่อยที่ 5 ได้กำ�หนดให้หลักประกันสิทธิในก�รอุทธรณ์
คำ�พิพ�กษ�ไว้ดังที่ได้กล่�วม�แล้ว ว่�บุคคลทุกคนที่ต้องคำ�พิพ�กษ�ลงโทษในคว�มผิดอ�ญ� ย่อมมีสิทธิที่จะให้
คณะตุล�ก�รระดับเหนือขึ้นไปพิจ�รณ�ทบทวนก�รลงโทษและคำ�พิพ�กษ�โดยเป็นไปต�มกฎหม�ย ดังนั้น
ก�รห้�มมิให้มีก�รอุทธรณ์คำ�พิพ�กษ�หรือคำ�สั่งของศ�ลทห�รในเวล�ไม่ปกติและศ�ลอ�ญ�ศึกย่อมเป็นก�รขัด
ต่อหลักประกันสิทธิในก�รอุทธรณ์คำ�พิพ�กษ�ที่ระบุไว้ในกติก�ระหว่�งประเทศว่�ด้วยสิทธิพลเมืองและ
สิทธิท�งก�รเมืองด้วย ซึ่งศ�ลทห�รในต่�งประเทศที่อนุญ�ตให้คู่คว�มมีสิทธิที่จะอุทธรณ์หรือฎีก�
คำ�พิพ�กษ�ของศ�ลทห�รในเวล�ไม่ปกติได้ เช่น ส�ธ�รณรัฐฝรั่งเศส สหพันธ์ส�ธ�รณรัฐเยอรมนี เป็นต้น
อีกทั้ง เมื่อเทียบเคียงกับก�รดำ�เนินกระบวนพิจ�รณ�พิพ�กษ�คดีของศ�ลฎีก�แผนกคดีอ�ญ�ของ
ผู้ดำ�รงตำ�แหน่งท�งก�รเมือง ซึ่งรัฐธรรมนูญแห่งร�ชอ�ณ�จักรไทย พุทธศักร�ช 2560 ม�ตร� 195 วรรคสี่
ได้บัญญัติให้คำ�พิพ�กษ�ของศ�ลฎีก�แผนกคดีอ�ญ�ของผู้ดำ�รงตำ�แหน่งท�งก�รเมือง ให้อุทธรณ์ต่อที่
ประชุมใหญ่ศ�ลฎีก�ภ�ยในส�มสิบวันนับแต่วันที่ศ�ลฎีก�แผนกคดีอ�ญ�ของผู้ดำ�รงตำ�แหน่งท�งก�รเมืองมี
คำ�พิพ�กษ�จะเห็นได้ว่�กระบวนก�รพิจ�รณ�พิพ�กษ�คดีของศ�ลฎีก�แผนกคดีอ�ญ�ของผู้ดำ�รงตำ�แหน่ง
ท�งก�รเมืองซึ่งมีองค์คณะตุล�ก�รในก�รพิจ�รณ�พิพ�กษ�คดีถึง 5 - 9 คน และเป็นก�รพิจ�รณ�พิพ�กษ�
ของศ�ลฎีก�ซึ่งเป็นศ�ลสูงสุดในระบบศ�ลยุติธรรม แต่ก็ได้ให้สิทธิแก่ผู้ต้องคำ�พิพ�กษ�ยื่นอุทธรณ์ต่อ
ที่ประชุมใหญ่ศ�ลฎีก�ภ�ยในส�มสิบวันนับแต่วันที่มีคำ�พิพ�กษ�ของศ�ลฎีก�แผนกคดีอ�ญ�ของผู้ดำ�รง
ตำ�แหน่งท�งก�รเมืองได้เป็นก�รคุ้มครองสิทธิของบุคคลในก�รเข้�ถึงสิทธิในกระบวนก�รยุติธรรมท�งอ�ญ�
ซึ่งสอดคล้องกับกติก�ระหว่�งประเทศว่�ด้วยสิทธิพลเมืองและสิทธิท�งก�รเมือง (International Covenant
on Civil and Political Rights : ICCPR) ข้อ 14 ข้อย่อย 5
นอกจ�กนี้ บทบัญญัติม�ตร� 61 วรรคสอง แห่งพระร�ชบัญญัติธรรมนูญศ�ลทห�ร พ.ศ. 2498
คณะกรรมก�รสิทธิมนุษยชนแห่งช�ติ ในคร�วประชุมด้�นคดีสิทธิมนุษยชน ครั้งที่ 14/2556 เมื่อวันที่
9 ตุล�คม 2556 ได้พิจ�รณ�มีมติว่� ม�ตร� 61 วรรคสอง กระทบต่อสิทธิมนุษยชนและมีปัญห�เกี่ยวกับ
คว�มชอบด้วยรัฐธรรมนูญ ม�ตร� 30 และม�ตร� 31 แห่งรัฐธรรมนูญแห่งร�ชอ�ณ�จักรไทย พุทธศักร�ช
2550 และได้เสนอเรื่องพร้อมด้วยคว�มเห็นต่อศ�ลรัฐธรรมนูญเพื่อพิจ�รณ�วินิจฉัยว่�บทบัญญัติดังกล่�ว
ขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญหรือไม่ ทั้งนี้ ต�มหน้�ที่และอำ�น�จต�มรัฐธรรมนูญแห่งร�ชอ�ณ�จักรไทย
พุทธศักร�ช 2550 ม�ตร� 257 (2) (หน้�ที่และอำ�น�จในขณะนั้น) แต่เป็นที่น่�เสียด�ยในระหว่�งก�ร
พิจ�รณ�คดีของศ�ลรัฐธรรมนูญ รัฐธรรมนูญแห่งร�ชอ�ณ�จักรไทย พุทธศักร�ช 2550 ได้สิ้นสุดลง และเมื่อ
มีก�รประก�ศใช้รัฐธรรมนูญแห่งร�ชอ�ณ�จักรไทย (ฉบับชั่วคร�ว) พุทธศักร�ช 2557 ม�ตร� 45 วรรคหนึ่ง
ได้บัญญัติให้ศ�ลรัฐธรรมนูญมีอำ�น�จพิจ�รณ�วินิจฉัยปัญห�ว่�กฎหม�ยใดขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญ
นี้ ซึ่งหม�ยถึงรัฐธรรมนูญแห่งร�ชอ�ณ�จักรไทย (ฉบับชั่วคร�ว) พุทธศักร�ช 2557 หรือไม่ เท่�นั้น มิได้มี
บทบัญญัติให้ศ�ลรัฐธรรมนูญพิจ�รณ�วินิจฉัยว่� บทบัญญัติแห่งกฎหม�ยใดกระทบต่อสิทธิมนุษยชนและ
มีปัญห�เกี่ยวกับคว�มชอบด้วยรัฐธรรมนูญแห่งร�ชอ�ณ�จักรไทย พุทธศักร�ช 2550 ศ�ลรัฐธรรมนูญจึงมี
คำ�สั่งให้จำ�หน่�ยคำ�ร้อง

