Page 67 - วารสารกฎหมายสิทธิมนุษยชน. ปีที่ 1 ฉบับที่ 3 (กันยายน - ธันวาคม 2563)
P. 67

66         วารสารกฎหมายสิทธิมนุษยชน


                    ข้อ  2  (1)  “รัฐภ�คีแห่งกติก�ฉบับนี้แต่ละรัฐรับที่จะเค�รพและให้คว�มมั่นใจแก่บรรด�บุคคลทั้ง
            ปวงภ�ยในอ�ณ�เขตของตน  และภ�ยใต้เขตอำ�น�จของตนในสิทธิทั้งหล�ยที่ยอมรับแล้วในกติก�ฉบับนี้  โดย
            ปร�ศจ�กก�รเลือกปฏิบัติ ไม่ว่�ชนิดใด ๆ เช่น เชื่อช�ติ ผิว เพศ ภ�ษ� ศ�สน� คว�มคิดเห็นท�งก�รเมือง หรือ
            อื่นใด เผ่�พันธุ์แห่งช�ติหรือสังคม ทรัพย์สิน กำ�เนิดหรือสถ�นะอื่น ๆ”

                    ข้อ 14 (1) “บุคคลทั้งปวงย่อมเสมอกันในก�รพิจ�รณ�ของศ�ลและคณะตุล�ก�รในก�รพิจ�รณ�
            คดีอ�ญ�ซึ่งตนต้องห�ว่�กระทำ�ผิด หรือก�รพิจ�รณ�คดีเกี่ยวกับสิทธิและหน้�ที่ของตนบุคคลทุกคนย่อมมีสิทธิ
            ได้รับก�รพิจ�รณ�อย่�งเปิดเผยและเป็นธรรม โดยคณะตุล�ก�รซึ่งจัดตั้งขึ้นต�มกฎหม�ย มีอำ�น�จ มีคว�ม
            เป็นอิสระและเป็นกล�ง

                           (3)  ในก�รพิจ�รณ�คดีอ�ญ� บุคคลทุกคนซึ่งต้องห�ว่�กระทำ�ผิดย่อมมีสิทธิที่จะได้รับ
            หลักประกันขั้นตำ�ดังต่อไปนี้

                              (ข)  สิทธิที่จะมีเวล�และได้รับคว�มสะดวกเพียงพอแก่ก�รเตรียมก�รเพื่อต่อสู้คดีและ
            ติดต่อกับทน�ยคว�มที่ตนเลือกได้

                              (ง)   สิทธิที่จะได้รับก�รพิจ�รณ�ต่อหน้�บุคคลนั้น และสิทธิที่จะต่อสู้คดีด้วยตนเอง
            หรือโดยผ่�นผู้ช่วยเหลือท�งกฎหม�ยที่ตนเลือก  สิทธิที่บุคคลจะได้รับแจ้งให้ทร�บถึงสิทธิในก�รมีผู้ช่วยเหลือ
            ท�งกฎหม�ย ห�กบุคคลนั้นไม่มีผู้ช่วยเหลือท�งกฎหม�ย ในกรณีใด ๆ เพื่อประโยชน์แห่งคว�มยุติธรรม
            บุคคลนั้นมีสิทธิที่จะมีผู้ช่วยเหลือท�งกฎหม�ยซึ่งมีก�รแต่งตั้งให้โดยปร�ศจ�กค่�ตอบแทนในกรณีที่บุคคลนั้น
            ไม่ส�ม�รถรับภ�ระในก�รจ่�ยค่�ตอบแทน


                           (5) บุคคลทุกคนที่ต้องคำ�พิพ�กษ�ลงโทษในคว�มผิดอ�ญ� ย่อมมีสิทธิที่จะให้คณะตุล�ก�ร
            ระดับเหนือขึ้นไปพิจ�รณ�ทบทวนก�รลงโทษและคำ�พิพ�กษ�โดยเป็นไปต�มกฎหม�ย
                    ข้อ  26  “บุคคลทั้งปวงย่อมเสมอกันต�มกฎหม�ยและมีสิทธิที่จะได้รับคว�มคุ้มครองเท่�เทียมกัน

            ต�มกฎหม�ย โดยปร�ศจ�กก�รเลือกปฏิบัติใด ๆ ในกรณีนี้ กฎหม�ยจะต้องห้�มก�รเลือกปฏิบัติใด ๆ และ
            ต้องประกันก�รคุ้มครองบุคคลทุกคนอย่�งเสมอภ�คและเป็นผลจริงจังจ�กก�รเลือกปฏิบัติด้วยเหตุผลใด เช่น
            เชื้อช�ติ ผิว เพศ ภ�ษ� ศ�สน� คว�มคิดเห็นท�งก�รเมืองหรือคว�มคิดเห็นอื่นใด เผ่�พันธุ์แห่งช�ติหรือสังคม
            ทรัพย์สิน กำ�เนิด หรือสถ�นะอื่น ๆ”

                       ต�มเอกส�รท�งประวัติศ�สตร์จะเห็นได้ว่�หลักคว�มเสมอภ�คได้มีวิวัฒน�ก�รม�เป็นเวล�น�น
            แล้วและได้กำ�หนดเป็นหลักเกณฑ์ไว้เพื่อเป็นแนวท�งให้น�น�ประเทศได้ระลึกถึงและนำ�ม�ปฏิบัติเพื่อให้เกิด
            คว�มเป็นธรรมอย่�งยิ่งกับประช�ชน
                         ก�รเลือกปฏิบัติที่เป็นธรรมที่ไม่ถือว่�ขัดต่อหลักคว�มเสมอภ�ค   โดยหลักคว�มเสมอภ�ค
                                                                         5
            ไม่ได้เรียกร้องให้รัฐหรือองค์กรผู้ใช้อำ�น�จรัฐทุกองค์กรปฏิบัติต่อบุคคลอย่�งเดียวกันทุกคน ในท�งตรงข้�ม
            หลักคว�มเสมอภ�คกลับเรียกร้องให้รัฐหรือองค์กรผู้ใช้อำ�น�จรัฐต้องปฏิบัติต่อบุคคลที่แตกต่�งกันใน
            ส�ระสำ�คัญให้แตกต่�งกันออกไปต�มลักษณะเฉพ�ะของแต่ละบุคคล  เฉพ�ะแต่บุคคลที่เหมือนกันใน
            ส�ระสำ�คัญเท่�นั้นที่รัฐหรือองค์กรผู้ใช้อำ�น�จรัฐต้องปฏิบัติต่อบุคคลเหล่�นั้นอย่�งเดียวกัน ก�รปฏิบัติ
            ที่เหมือนกันหรือแตกต่�งกันจะต้องมีเหตุผลที่ส�ม�รถรับฟังได้จึงจะทำ�ให้ก�รเลือกปฏิบัตินั้นเป็นก�รปฏิบัติ
            ที่เป็นธรรมและไม่ถือว่�ขัดหรือแย้งกับหลักคว�มเสมอภ�ค ซึ่งก�รเลือกปฏิบัติที่เป็นธรรมอ�จเกิดจ�กกรณี
            ดังต่อไปนี้


                    5
                       จ�ก หลักคว�มเสมอภ�ค  ว�รส�รนิติศ�สตร์, 30, 2. โดย สมคิด เลิศไพฑูรย์,  (2543,  มิถุน�ยน). หน้� 167 - 171.
   62   63   64   65   66   67   68   69   70   71   72