Page 63 - วารสารกฎหมายสิทธิมนุษยชน. ปีที่ 1 ฉบับที่ 3 (กันยายน - ธันวาคม 2563)
P. 63
1.
62 วารสารกฎหมายสิทธิมนุษยชน
1. บทนำา
กระบวนก�รยุติธรรมท�งทห�รในประเทศไทยได้ดำ�เนินก�รและมีวิวัฒน�ก�รม�อย่�งย�วน�น
ตั้งแต่สมัยสุโขทัยม�ถึงปัจจุบัน ซึ่งศ�ลทห�รของประเทศไทยนั้นมีประวัติและระบบศ�ลแตกต่�งจ�ก
ศ�ลพลเรือนด้วยเหตุผลและคว�มจำ�เป็นท�งทห�ร เพื่อดำ�รงไว้ซึ่งวินัยทห�ร เพื่อให้ทห�รทำ�หน้�ที่ป้องกัน
ช�ติศ�สน� พระมห�กษัตริย์ ได้อย่�งมีประสิทธิภ�พตลอดทุกเวล� โดยกฎหม�ยว่�ด้วยวิธีพิจ�รณ�คว�ม
ของศ�ลทห�รที่สำ�คัญ คือ พระร�ชบัญญัติธรรมนูญศ�ลทห�ร พ.ศ. 2498 ซึ่งต�มพระร�ชบัญญัติ
ดังกล่�วศ�ลทห�รแบ่งออกเป็น 3 ชั้น คือ ศ�ลทห�รชั้นต้น ศ�ลทห�รกล�ง และศ�ลทห�รสูงสุด นอกจ�กนี้
ยังมีศ�ลอ�ญ�ศึกซึ่งมีลักษณะพิเศษอีกศ�ลหนึ่ง โดยศ�ลทห�รนั้นเมื่อแบ่งต�มสถ�นก�รณ์แล้วส�ม�รถแบ่งได้
เป็นศ�ลทห�รในเวล�ปกติ ศ�ลทห�รในเวล�ไม่ปกติ และศ�ลอ�ญ�ศึกซึ่งเป็นศ�ลทห�รที่จัดตั้งขึ้น
ในเขตยุทธบริเวณ
ในเวล�ปกตินั้นศ�ลทห�รจะมีอำ�น�จพิจ�รณ�พิพ�กษ�คดีที่บุคคลที่อยู่ในอำ�น�จศ�ลทห�รในขณะ
2.
กระทำ�คว�มผิด ได้กระทำ�ผิดต่อกฎหม�ยทห�รหรือกฎหม�ยอื่นที่มีโทษท�งอ�ญ� ส่วนในเวล�ไม่ปกติหรือ
เวล�ที่มีศึกสงคร�มศ�ลทห�รจะมีอำ�น�จเพิ่มม�กขึ้น เนื่องจ�กผู้มีอำ�น�จต�มกฎหม�ยว่�ด้วยกฎอัยก�รศึก
หรือผู้บัญช�ก�รทห�รสูงสุด มีอำ�น�จประก�ศหรือสั่งให้ศ�ลทห�รมีอำ�น�จพิจ�รณ�พิพ�กษ�คดีอ�ญ�
บ�งประเภทเพิ่มขึ้นได้ อันเป็นผลให้บุคคลพลเรือนทั่วไปที่กระทำ�ผิดคดีอ�ญ�บ�งประเภทที่ผู้มีอำ�น�จต�ม
กฎหม�ยว่�ด้วยกฎอัยก�รศึกหรือผู้บัญช�ก�รทห�รสูงสุดได้ประก�ศหรือสั่งดังกล่�วต้องถูกดำ�เนินคดีใน
ศ�ลทห�รด้วย ส่วนศ�ลอ�ญ�ศึกที่ตั้งขึ้นในยุทธบริเวณมีอำ�น�จพิจ�รณ�พิพ�กษ�คดีได้โดยไม่จำ�กัดตัว
บุคคลและไม่จำ�กัดชั้นยศ
2. แนวความคิดและหลักการที่เกี่ยวข้อง
ก�รที่จะควบคุมทห�รให้ปฏิบัติหน้�ที่ต�มระเบียบวินัยที่ดี มีประสิทธิภ�พเชื่อฟังคำ�สั่งผู้บังคับบัญช�
อย่�งเคร่งครัด มีจิตสำ�นึกรักช�ติ เสียสละชีวิตเพื่อช�ติ และปกป้องประเทศช�ติให้รอดพ้นจ�กศัตรูจำ�เป็น
อย่�งยิ่งที่จะต้องมีกฎหม�ยของฝ่�ยทห�รเพื่อใช้บังคับกับเจ้�หน้�ที่ฝ่�ยทห�รให้ปฏิบัติต�มกฎหม�ย
ข้อบังคับ และระเบียบแบบแผนของฝ่�ยทห�ร ก�รปฏิบัติต่อฝ่�ยทห�รที่กระทำ�คว�มผิดไม่ว่�จะเป็น
ก�รจับกุม สอบสวน ฟ้องร้องต่อศ�ล ก็มีศ�ลทห�รสำ�หรับพิจ�รณ�พิพ�กษ�ลงโทษทห�รที่กระทำ�ผิด
โดยเฉพ�ะ ซึ่งทั้งหมดนี้ถือเป็นกระบวนก�รยุติธรรมทห�รโดยในกระบวนก�รยุติธรรมท�งทห�รนั้น
มีแนวคว�มคิดหรือมีหลักก�รที่สำ�คัญ ดังนี้
2.1 แนวความคิดในการปกครองบังคับบัญชาทหาร
ก�รจัดให้มีกำ�ลังทห�รเป็นหน้�ที่ของรัฐ ก�รที่จะปกครองบังคับบัญช�กำ�ลังทห�รซึ่งเป็น
บุคล�กรที่ใช้อ�วุธร้�ยแรงในก�รปฏิบัติร�ชก�รให้ปฏิบัติร�ชก�รไปได้โดยลุล่วงนั้น จะต้องมีวิธีก�รปกครอง
กันโดยส�ยก�รบังคับบัญช�ท�งทห�รและจะมีก�รแบ่งชั้นยศ เพื่อประโยชน์ในก�รปกครองบังคับบัญช�
เมื่อมีก�รจัดก�รปกครองต�มส�ยก�รบังคับและมีก�รแบ่งชั้นยศเพื่อปกครองบังคับบัญช�แล้ว ก็จะก่อให้เกิด
ผู้บังคับบัญช�และผู้ใต้บังคับบัญช� โดยผู้บังคับบัญช�นี้มีหน้�ที่ที่จะปกครองบังคับบัญช�ผู้ใต้บังคับบัญช�ให้
ปฏิบัติร�ชก�รให้บรรลุวัตถุประสงค์ของท�งร�ชก�ร ต�มที่กล่�วม�นั้นเป็นพื้นฐ�นเบื้องต้นซึ่งกองทัพ
ทุกประเทศยึดถือเป็น แนวท�งบรรลุภ�รกิจท�งทห�ร ถือว่�เป็น “หลักเอกภ�พในก�รบังคับบัญช�”
2
(Unity of Command) ซึ่งเป็นหลักก�รที่สำ�คัญหลักก�รหนึ่ง หลักก�รนี้มีฐ�นคว�มคิดที่ว่� เพื่อให้
ผู้บังคับบัญช�ทห�รส�ม�รถใช้หลักก�รรวมอำ�น�จกำ�ลังรบอันได้แก่ก�รใช้ทรัพย�กรท�งทห�รที่มีอยู่
อย่�งกระจัดกระจ�ยได้อย่�งรวดเร็ว ณ ตำ�บลและเวล�ที่แตกหักเพื่อบรรลุจุดมุ่งหม�ยท�งทห�ร
คือชัยชนะในก�รสงคร�ม แต่ละส่วนต้องมีผู้สั่งก�รเพียงคนเดียวซึ่งหลักเกณฑ์ในก�รบังคับบัญช�นี้
2 จ�ก อำ�น�จศ�ลทห�รในประเทศไทย ว�รส�รยุติธรรม, ฉบับพิเศษ. (น. 3), โดย สมัยรบ สุทธิว�ทนฤพุฒิ. (ม.ป.ป.).

