Page 135 - วารสารกฎหมายสิทธิมนุษยชน. ปีที่ 1 ฉบับที่ 3 (กันยายน - ธันวาคม 2563)
P. 135
134 วารสารกฎหมายสิทธิมนุษยชน
นอกจ�กนี้ ต�มม�ตร� 25 แห่งพระร�ชบัญญัติข้อมูลข่�วส�รของร�ชก�ร พ.ศ. 2540 ประช�ชน
มีสิทธิขอตรวจดูข้อมูลในก�รจัดเก็บต�มหลักที่เกี่ยวข้อง จำ�เป็น ตรงต�มวัตถุประสงค์ และปรับปรุงให้ทันสมัย
ซึ่งห�กหน่วยง�นอื่นประสงค์จะใช้ข้อมูลต้องแจ้งให้เจ้�ของข้อมูลทร�บ และต้องอยู่ในวัตถุประสงค์
เดียวกันด้วย เช่น ห�กเก็บข้อมูลเพื่อประโยชน์ในก�รเก็บภ�ษี จะนำ�ข้อมูลไปใช้เพื่อวัตถุประสงค์อย่�งอื่น
ไม่ได้ ดังนั้น หน้�ที่และอำ�น�จของสำ�นักง�นตำ�รวจแห่งช�ติคือป้องกันและปร�บปร�มอ�ชญ�กรรม
สำ�นักง�นตำ�รวจแห่งช�ติไม่ได้มีหน้�ที่เก็บประวัติเหล่�นี้เพื่อส่งให้หน่วยง�นอื่น ดังนั้น ก�รดำ�เนินก�ร
เพื่อส่งข้อมูลให้หน่วยง�นอื่นนี้อยู่นอกขอบวัตถุประสงค์ของสำ�นักง�นตำ�รวจแห่งช�ติในก�รเก็บข้อมูล อีกทั้ง
กฎหม�ยที่จะจำ�กัดสิทธิขั้นพื้นฐ�นของประช�ชนต้องเป็นกฎหม�ยในระดับพระร�ชบัญญัติ แต่ระเบียบ
สำ�นักง�นตำ�รวจแห่งช�ติ ว่�ด้วยประมวลระเบียบก�รตำ�รวจไม่เกี่ยวกับคดี ลักษณะที่ 32 ก�รพิมพ์ล�ยนิ้วมือ
ดังกล่�ว ออกโดยอ�ศัยอำ�น�จต�มพระร�ชบัญญัติตำ�รวจแห่งช�ติ พ.ศ. 2547 ซึ่งคณะกรรมก�ร กวฉ.
โต้แย้งว่� พระร�ชบัญญัติตำ�รวจแห่งช�ติฯ นี้ เป็นพระร�ชบัญญัติก�รจัดระเบียบองค์กรและจัดระเบียบ
ปฏิบัติของเจ้�หน้�ที่ตำ�รวจ ดังนั้น ระเบียบสำ�นักง�นตำ�รวจแห่งช�ติจึงเป็นเพียงระเบียบภ�ยในที่ไม่มี
ฐ�นของกฎหม�ยระดับพระร�ชบัญญัติรองรับและให้อำ�น�จในก�รเก็บข้อมูล จึงเป็นก�รกระทำ�ที่นอกอำ�น�จ
หน้�ที่ นอกขอบวัตถุประสงค์ของสำ�นักง�นตำ�รวจแห่งช�ติ อีกทั้ง ในพระร�ชบัญญัติข้อมูลข่�วส�ร
ของร�ชก�ร พ.ศ. 2540 ม�ตร� 25 ให้อำ�น�จแก่เจ้�ของข้อมูลข่�วส�รที่เห็นว่�มีก�รเก็บข้อมูลไม่ถูกต้อง
ต�มคว�มเป็นจริง เจ้�ของข้อมูลมีสิทธิให้เปลี่ยนแปลง แก้ไข หรือให้ลบได้ ประกอบม�ตร� 23
แห่งพระร�ชบัญญัติฉบับดังกล่�ว คือ ต้องเป็นข้อมูลที่เกี่ยวข้องและมีคว�มจำ�เป็น ต�มหน้�ที่และอำ�น�จ
ของสำ�นักง�นตำ�รวจแห่งช�ติ คือ ป้องกันและปร�บปร�มอ�ชญ�กรรม เมื่อสำ�นักง�นตำ�รวจแห่งช�ติ
ไม่ได้แสดงให้เห็นว่�ก�รเก็บข้อมูลประวัติอ�ชญ�กรของผู้อุทธรณ์ร�ยนี้เป็นไปเพื่อป้องกันและปร�บปร�ม
อ�ชญ�กรรมอย่�งไร สำ�นักง�นตำ�รวจแห่งช�ติจึงไม่มีอำ�น�จและหน้�ที่ในก�รจัดเก็บข้อมูลส่วนบุคคล
ดังกล่�วนี้ และต้องนำ�ออกซึ่งมีคว�มหม�ยว่�ลบออก โดยห�กไม่ลบผู้อุทธรณ์ต้องฟ้องคดีต่อศ�ลปกครอง
ต่อไป นอกจ�กนี้ คณะกรรมก�ร กวฉ. มีข้อสังเกตไว้ด้วยว่�ระเบียบสำ�นักง�นตำ�รวจแห่งช�ตินี้ควรมีนิย�ม
คำ�ว่� “อ�ชญ�กร” ให้ชัดเจน และก�รกระทำ�ที่เป็นอ�ชญ�กรรมต�มหลักกฎหม�ยอ�ญ�และอ�ชญ�
วิทย�สมัยใหม่ เมื่อทฤษฎีก�รเยียวย�แก้ไขนั้นไม่ได้ถูกนำ�ม�ใช้เพร�ะผู้กระทำ�คว�มผิดจะมีประวัติติดตัว
ตลอดไป ก�รสมัครทำ�ง�นจะเป็นไปอย่�งย�กลำ�บ�ก ไม่สอดคล้องกับทฤษฎีก�รลงโทษเพื่อแก้ไขฟื้นฟู
อีกทั้ง คณะกรรมก�ร กวฉ. เห็นควร ให้ปรับปรุงระเบียบสำ�นักง�นตำ�รวจแห่งช�ติดังกล่�วนี้ ให้สอดคล้อง
กับพระร�ชบัญญัติข้อมูลข่�วส�รของร�ชก�ร พ.ศ. 2540 ในเรื่องก�รจัดเก็บต�มม�ตร� 23 และก�รเปิดเผย
ต�มม�ตร� 24 และแยกประเภทของคว�มผิด เพร�ะปัจจุบันห�กศ�ลพิพ�กษ� ว่�มีคว�มผิดประวัติจะอยู่
ในทะเบียนประวัติอ�ชญ�กรทันที แม้เป็นเพียงคว�มผิดลหุโทษหรือคว�มผิดที่กระทำ�โดยประม�ทก็ต�ม
แสดงว่�ไม่ได้จำ�แนกประเภทของผู้กระทำ�คว�มผิดและประเภทของคว�มผิดและประเภทของก�รลงโทษ
ทั้งนี้ คณะกรรมก�ร กวฉ. ไม่มีอำ�น�จวินิจฉัยว่� ระเบียบนี้ไม่ชอบด้วยกฎหม�ย แต่เมื่อสำ�นักง�นตำ�รวจ
แห่งช�ติอ้�งฐ�นกฎหม�ยที่ไม่ได้ให้อำ�น�จโดยตรงในก�รออกระเบียบอันเป็นก�รจำ�กัดสิทธิเสรีภ�พ
ของประช�ชน ระเบียบสำ�นักง�นตำ�รวจแห่งช�ติดังกล่�วนี้จึงน่�จะไม่ชอบด้วยกฎหม�ย และให้เป็น
ประเด็นฟ้องต่อศ�ลปกครองต่อไป

