Page 138 - วารสารกฎหมายสิทธิมนุษยชน. ปีที่ 1 ฉบับที่ 3 (กันยายน - ธันวาคม 2563)
P. 138
ปีที่ 1 ฉบับที่ 3 (กันยายน - ธันวาคม 2563) 137
อนุญ�ตให้เฉพ�ะที่กฎหม�ยให้สิทธิแก่หน่วยง�นนั้นที่ส�ม�รถเข้�ถึงได้ในกรณีที่ต้องมีก�รตรวจสอบประวัติ
และเมื่อใดที่มีพระร�ชบัญญัติล้�งมลทินออกม�ต้องปกปิดข้อมูลเหล่�นั้น อีกทั้ง เมื่อพ้นระยะเวล� 5 ปี
แล้วต้องไม่เปิดเผยข้อมูลอีก ซึ่งระยะเวล� 5 ปี มีต้นแบบม�จ�กกฎหม�ยประเทศสิงคโปร์ แต่สำ�หรับ
คว�มผิดร้�ยแรง กระทบต่อคว�มรู้สึกของประช�ชน กระทบต่อคว�มเชื่อมัน ถือเป็นข้อยกเว้นของก�รปกปิด
ส่งผลให้ส�ม�รถเปิดเผยโดยตลอดได้ เช่น คดีฆ่�คนต�ย ค้�ประเวณี กระทำ�รุนแรงกับเด็ก เป็นต้น
สำ�หรับข้อยกเว้นของของก�รปกปิดโดยให้เปิดเผยข้อมูลได้ในกฎหม�ยต่�งประเทศนั้นจะใช้ 2 เกณฑ์ ได้แก่
เกณฑ์ฐ�นคว�มผิดที่สำ�คัญและเกณฑ์อ�ชีพที่มีคว�มสำ�คัญ เช่น อ�ชีพเกี่ยวกับเด็ก แม้จะทำ�คว�มผิดเล็กน้อย
แต่ห�กเกี่ยวกับเด็ก ต้องยินยอมให้เปิดเผยข้อมูลประวัติ อ�ชีพเกี่ยวกับก�รอำ�นวยคว�มยุติธรรม ดังนั้น
ขึ้นอยู่กับประเทศไทยจะเลือกใช้หลักเกณฑ์ใด เช่น ถ้�เลือกใช้เกณฑ์อ�ชีพ ต้องพิจ�รณ�ว่�อ�ชีพเหล่�นี้
มีคว�มสำ�คัญที่จะต้องเปิดเผยหรือไม่ เช่น คนขับรถขนเงิน คนขับรถตู้คนขับรถบรรทุก เป็นต้น แต่ปัญห�
ที่จะต�มม�คือกฎหม�ยต้องระบุประเภทอ�ชีพที่สำ�คัญไว้อีกเป็นจำ�นวนม�ก ดังนั้น ในร่�งพระร�ชบัญญัติ
ประวัติอ�ชญ�กรรม พ.ศ. .... ของกระทรวงยุติธรรม จึงเลือกใช้เกณฑ์ฐ�นคว�มผิดที่สำ�คัญ อีกทั้ง
มีก�ร ปรับเปลี่ยนระบบบริห�รจัดก�รที่สำ�คัญคือใช้ระบบง�นทะเบียน โดยมีน�ยทะเบียนทำ�หน้�ที่
รวบรวมและจัดเก็บข้อมูลทะเบียนประวัติอ�ชญ�กรทั้งหมดในกรณีที่ศ�ลพิพ�กษ�แล้ว โดยบัญญัติให้
สำ�นักง�นศ�ลยุติธรรมเป็นน�ยทะเบียน เพร�ะข้อมูลผลคดีสุดท้�ยอยู่ที่ศ�ล ปัจจุบันร่�งพระร�ชบัญญัติ
ดังกล่�วได้ผ่�นกระบวนก�รรับฟังคว�มคิดเห็นต�มม�ตร� 77 ของรัฐธรรมนูญแห่งร�ชอ�ณ�จักรไทย
พุทธศักร�ช 2560 แล้ว
2.7 หน่วยงานคุ้มครองและส่งเสริมสิทธิมนุษยชน โดย นางสาวปวีณา จันทร์เอียด
นิติกรชำานาญการ สำานักกฎหมาย สำานักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ
คณะกรรมก�รสิทธิมนุษยชนแห่งช�ติเห็นว่� ประเด็นปัญห�ประวัติอ�ชญ�กรในประเทศไทย
มีผลกระทบต่อสิทธิในคว�มเป็นอยู่ส่วนตัว สิทธิในข้อมูลส่วนบุคคล เสรีภ�พในก�รประกอบอ�ชีพและ
ก�รเลือกปฏิบัติ เนื่องจ�กปัญห�สำ�คัญประก�รหนึ่งที่ทำ�ให้ผู้พ้นโทษไม่ส�ม�รถกลับม�ใช้ชีวิตได้อย่�งเป็น
ปกติในสังคม โดยเฉพ�ะไม่ส�ม�รถเข้�ถึงแหล่งง�นหรือสถ�นประกอบก�รที่ตรงกับคว�มรู้ คว�มส�ม�รถ
ของตนภ�ยหลังพ้นโทษม�แล้ว คือก�รที่บุคคลเหล่�นั้นมีประวัติอ�ชญ�กรรมติดตัวย�กต่อก�รที่คนรอบข้�ง
้
และสังคมจะไว้ว�งใจรับเข้�ทำ�ง�นและอ�จเป็นส�เหตุทำ�ให้ผู้พ้นโทษต้องหวนกลับไปกระทำ�คว�มผิดซำ� โดย
ในขณะเดียวกันก�รเก็บข้อมูลประวัติอ�ชญ�กรรมก็เป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับหน่วยง�นในกระบวนก�รยุติธรรม
ที่ยังคงมีคว�มจำ�เป็นต้องจัดเก็บและใช้ข้อมูลดังกล่�วในก�รดำ�เนินง�นต�มหน้�ที่และอำ�น�จของตนในก�ร
รักษ�คว�มสงบเรียบร้อยและปกป้องสังคมจ�กอ�ชญ�กรรม ทั้งในชั้นก�รสืบสวน สอบสวนและก�รพิจ�รณ�
คดีเพื่อนำ�ตัวผู้กระทำ�คว�มผิดม�ลงโทษก�รจัดก�รเกี่ยวกับประวัติอ�ชญ�กรรมจึงเป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับก�ร
ปฏิบัติหน้�ที่และอำ�น�จของหน่วยง�นในกระบวนก�รยุติธรรมที่อ�จกระทบต่อสิทธิและเสรีภ�พของประช�ชน
ได้ คณะกรรมก�รสิทธิมนุษยชนแห่งช�ติ มีมติให้จัดทำ�ข้อเสนอแนะม�ตรก�รหรือแนวท�งในก�รส่งเสริมและ
คุ้มครองสิทธิมนุษยชน รวมตลอดทั้งก�รแก้ไขปรับปรุงกฎหม�ย กฎ ระเบียบ หรือคำ�สั่งใด ๆ เพื่อให้สอดคล้อง
กับหลักสิทธิมนุษยชน ต�มรัฐธรรมนูญแห่งร�ชอ�ณ�จักรไทย พุทธศักร�ช 2560 ม�ตร� 247 (3) และพระร�ช
บัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่�ด้วยคณะกรรมก�รสิทธิมนุษยชนแห่งช�ติ พ.ศ. 2560 ม�ตร� 26 (3) เพื่อเสนอ
แนะแนวท�งก�รแก้ไขปัญห�ไปยังรัฐสภ� คณะรัฐมนตรี และหน่วยง�นที่เกี่ยวข้องต�มหน้�ที่และอำ�น�จดังกล่�ว

